คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387/2552 ฉบับเต็ม

#451874
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 387/2552 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ โจทก์ นายทวี ไกรคุปต์ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 328, มาตรา 329 ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 328 ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าจำเลยแถลงข่าวเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในทำนองคลองธรรมและเป็นไปในทางสุจริต มีความชอบธรรมที่จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบถึงข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตลอดจนแสดงความคิดเห็นติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอคติใดๆ กับโจทก์ จึงมิใช่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ตาม ป.อ. มาตรา 329 นั้น ฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นการประสงค์ให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่ เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ ซึ่งเท่ากับเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ที่ฟังว่าการแถลงข่าวของจำเลยที่ 1 ว่าโจทก์ได้รับผลประโยชน์จำนวนมากจากโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซี.ดี.เอ็ม.เอ ทั้งๆ ที่จำเลยที่ 1 ทราบดีว่าการแถลงข่าวเช่นนั้นเป็นเรื่องไม่จริง โจทก์จะได้รับความเสียหายถือว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงมิใช่ปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับพวกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332, 58, 83, 84 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์รายวันรวม 8 ฉบับ คือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์มติชน แนวหน้า ข่าวสด ไทยโพสต์ สยามรัฐ และเดอะเนชั่น เป็นเวลา 15 วันติดต่อกัน โดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย หากจำเลยทั้งสามไม่สามารถโฆษณาในหนังสือพิมพ์ฉบับใดฉบับหนึ่งได้ ให้จำเลยทั้งสามลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับอื่นตามที่โจทก์กำหนด โดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 328 ประกอบพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 ให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 5,000 บาท แต่โทษจำคุกให้ยก คงปรับสถานเดียวตามมาตรา 55 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อให้ได้ใจความในหนังสือพิมพ์มติชนและหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นเวลา 3 วัน ติดต่อกัน โดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่คัดค้าน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 มีเพียงข้อเดียวซึ่งศาลชั้นต้นรับมาในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า จำเลยที่ 1 แถลงข่าวไปในทางรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในทำนองคลองธรรมและเป็นไปในทางสุจริต มีความชอบธรรมที่จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบถึงข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตลอดจนแสดงความคิดเห็นติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยและหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอคติใด ๆ กับโจทก์ จึงมิใช่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 นั้น ฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นการประสงค์ให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ ซึ่งเท่ากับเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ที่ฟังว่า การแถลงข่าวของจำเลยที่ 1 ว่าโจทก์ได้รับผลประโยชน์จำนวนมากจากโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซี.ดี.เอ็ม.เอ. ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 1 ทราบดีว่าการแถลงข่าวเช่นนั้นเป็นเรื่องไม่จริง โจทก์จะได้รับความเสียหาย ไม่ใช่กรณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ซึ่งไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทถือว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง มิใช่ปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวมาในปัญหาข้อกฎหมายนั้นไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย (สมชาย พงษธา-ไพโรจน์ วายุภาพ-ทองหล่อ โฉมงาม) ศาลอาญา - นายเพ็ง เพ็งนิติ ศาลอุทธรณ์ - นางคำนวน เทียมสะอาด แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5213/2548 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ8686/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2903/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
451874
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายเพ็ง เพ็งนิติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางคำนวน เทียมสะอาด"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082005146"
    }
}
date
2552
deka_no
387/2552
deka_running_no
387
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พงษธา",
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "ทองหล่อ โฉมงาม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 328",
            "ม. 329"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 218 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุเทพ เทือกสุบรรณ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทวี ไกรคุปต์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับพวกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328, 332, 58, 83, 84 พระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์รายวันรวม 8 ฉบับ คือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดลินิวส์มติชน แนวหน้า ข่าวสด ไทยโพสต์ สยามรัฐ และเดอะเนชั่น เป็นเวลา 15 วันติดต่อกัน โดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย หากจำเลยทั้งสามไม่สามารถโฆษณาในหนังสือพิมพ์ฉบับใดฉบับหนึ่งได้ ให้จำเลยทั้งสามลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับอื่นตามที่โจทก์กำหนด โดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามมาตรา 328 ประกอบพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ. 2484 มาตรา 48 ให้จำคุกจำเลยทั้งสามคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 5,000 บาท แต่โทษจำคุกให้ยก คงปรับสถานเดียวตามมาตรา 55 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันโฆษณาคำพิพากษาโดยย่อให้ได้ใจความในหนังสือพิมพ์มติชนและหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เป็นเวลา 3 วัน ติดต่อกัน โดยจำเลยทั้งสามเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

โจทก์และจำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกาโดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่คัดค้าน

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 มีเพียงข้อเดียวซึ่งศาลชั้นต้นรับมาในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า จำเลยที่ 1 แถลงข่าวไปในทางรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในทำนองคลองธรรมและเป็นไปในทางสุจริต มีความชอบธรรมที่จะเปิดเผยให้ประชาชนทราบถึงข้อเท็จจริงเพื่อป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับตนตามคลองธรรม ตลอดจนแสดงความคิดเห็นติชมด้วยความเป็นธรรม อันเป็นวิสัยและหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่มีอคติใด ๆ กับโจทก์ จึงมิใช่เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 นั้น ฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวเป็นการประสงค์ให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงใหม่เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโจทก์ ซึ่งเท่ากับเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ที่ฟังว่า การแถลงข่าวของจำเลยที่ 1 ว่าโจทก์ได้รับผลประโยชน์จำนวนมากจากโครงการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซี.ดี.เอ็ม.เอ. ทั้ง ๆ ที่จำเลยที่ 1 ทราบดีว่าการแถลงข่าวเช่นนั้นเป็นเรื่องไม่จริง โจทก์จะได้รับความเสียหาย ไม่ใช่กรณีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 ซึ่งไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทถือว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง มิใช่ปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวมาในปัญหาข้อกฎหมายนั้นไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
opensearch_id
primary_black_case_no
อ8686/2543
primary_red_case_no
อ2903/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000580.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5213/2548
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552