คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3182/2545 ฉบับเต็ม

#45219
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3182/2545 นาย ยงยุทธ จันทรเกตุ โจทก์ นาย พิเชษฐ์ ภักดิ์แจ่มใส กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 37, มาตรา 133, มาตรา 156, มาตรา 229 จำเลยยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์พร้อมกับคำฟ้องอุทธรณ์ในวันที่ 7 ตุลาคม 2541 และทนายจำเลยได้ลงชื่อรับรองข้อความที่ว่าให้มาทราบคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในวันที่ 14 ตุลาคม 2541 ถ้าไม่มาให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้ว ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นได้เกษียณคำสั่งไว้ที่คำร้องว่า ให้รับคำร้อง และนัดไต่สวนวันที่ 14 ธันวาคม 2541 เวลา 8.30 นาฬิกา โดยบันทึกวันที่เกษียณคำสั่งในวันที่ 12 ตุลาคม 2541 ซึ่งเป็นการมีคำสั่งไว้ก่อนวันที่กำหนดให้จำเลยมาทราบคำสั่งศาล ย่อมมีผลว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งของศาลที่นัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในวันที่ 14 ธันวาคม 2541 ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2541 แล้ว แม้ในวันที่14 ตุลาคม 2541 จำเลยยังมิได้สาบานตัว ศาลก็กำหนดนัดวันไต่สวนคำร้องได้ จำเลยทราบกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาชั้นอุทธรณ์แล้วไม่มาศาล การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันนัดไต่สวนคำร้องว่า ให้งดการไต่สวน แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 37 และมาตรา 133 ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นให้งดการไต่สวน ก็ถือว่าคดีเสร็จการพิจารณา จึงมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยเสียได้ และคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าหากจำเลยประสงค์ที่จะอุทธรณ์ ให้นำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ซึ่งถือว่าจำเลยได้ทราบแล้วในวันดังกล่าว โดยศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งคำสั่งให้จำเลยทราบอีก การที่จำเลยมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไปวางศาลภายในเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาล ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องอุทธรณ์ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินและเรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวาร และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ วันที่ 7 ตุลาคม 2541จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาพร้อมกับยื่นคำร้องขอเลื่อนวันสาบานตัวของจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในวันที่ 14 ธันวาคม 2541 เวลา 8.30 นาฬิกา จำเลยทั้งสองขอเลื่อนวันสาบานตัวหลายครั้ง ถึงวันนัดจำเลยทั้งสองไม่มา และจำเลยทั้งสองไม่ได้สาบานตัว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองนำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางต่อศาลภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2541 เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่าจำเลยทั้งสองมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง วันที่ 19 เมษายน 2542 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่าจำเลยทั้งสองไม่ทราบคำสั่งศาลที่สั่งให้จำเลยทั้งสองนำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในกำหนด 7 วัน จำเลยทั้งสองมิได้จงใจที่จะไม่ชำระเงินค่าธรรมเนียมศาล ขอให้ศาลไต่สวนคำร้องและอนุญาตให้จำเลยทั้งสองพิจารณาคดีใหม่ชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าการที่จำเลยทั้งสองไม่นำเงินค่าธรรมเนียมและค่าขึ้นศาลมาวางต่อศาลภายในกำหนด ทั้งที่จำเลยทั้งสองรับทราบนัดแล้ว จึงไม่มีเหตุให้ไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งสอง ให้ยกคำร้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ในวันที่ 14ธันวาคม 2541 เวลา 8.30 นาฬิกา จำเลยทั้งสองจึงไม่ได้มาศาลตามกำหนดนัดของศาลและไม่ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและให้จำเลยทั้งสองนำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไปชำระภายใน 7 วัน ทั้งศาลชั้นต้นมิได้แจ้งคำสั่งที่ให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าขึ้นศาลมาวางศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยทั้งสองทราบคำสั่งดังกล่าวแล้วไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาภายในเวลาที่ศาลกำหนด เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ต่อศาลพร้อมกับคำฟ้องอุทธรณ์ในวันที่ 7 ตุลาคม 2541 และทนายจำเลยทั้งสองได้ลงชื่อรับรองข้อความที่ว่า ให้มาทราบคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในวันที่ 14 ตุลาคม 2541 ถ้าไม่มา ให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้วดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นได้เกษียณคำสั่งไว้ที่ด้านบนของคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่าให้รับคำร้อง และนัดไต่สวนวันที่ 14 ธันวาคม 2541เวลา 8.30 นาฬิกา โดยบันทึกวันที่เกษียณคำสั่งว่า วันที่ 12 ตุลาคม 2541 ซึ่งเป็นการมีคำสั่งไว้ก่อนวันที่กำหนดให้จำเลยทั้งสองมาทราบคำสั่งศาล ย่อมมีผลว่าจำเลยทั้งสองได้ทราบคำสั่งของศาลที่นัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในวันที่ 14 ธันวาคม 2541 ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2541 แล้ว ที่จำเลยทั้งสองอ้างว่า ในวันที่ 14ตุลาคม 2541 จำเลยทั้งสองยังมิได้สาบานตัว ศาลจึงยังไม่อาจกำหนดนัดวันไต่สวนคำร้องนี้ได้นั้น ไม่มีกฎหมายหรือระเบียบของศาลข้อใดบังคับไว้ เป็นความเข้าใจของจำเลยทั้งสองเอง ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ฎีกาของจำเลยทั้งสองที่ว่า จำเลยทั้งสองไม่ทราบกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องโดยชอบนั้น ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองยังไม่ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางภายใน 7 วัน เพราะศาลชั้นต้นยังไม่แจ้งคำสั่งให้จำเลยทั้งสองทราบนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองได้ทราบกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องแล้ว จำเลยทั้งสองไม่มาศาลในวันดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันนัดไต่สวนคำร้องว่า ให้งดการไต่สวน แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา หากจำเลยทั้งสองประสงค์ที่จะอุทธรณ์ ให้นำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์อีกต่อไปนั้น เป็นการที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 37 และตามมาตรา 133 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่กำหนดให้ศาลดำเนินการนั่งพิจารณาติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเลื่อนจนกว่าจะเสร็จการพิจารณาและพิพากษาคดี ทั้งบังคับให้ศาลต้องมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีในวันที่สิ้นการพิจารณา ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นให้งดการไต่สวนก็ถือว่าคดีเสร็จการพิจารณา ศาลชั้นต้นจึงวินิจฉัยชี้ขาดโดยมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสองเสียได้ และคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าหากจำเลยทั้งสองประสงค์ที่จะอุทธรณ์ ให้นำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งถือว่าจำเลยทั้งสองได้ทราบแล้วในวันนัดไต่สวนคำร้องดังกล่าว โดยศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยทั้งสองทราบอีก เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไปวางศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้ ทั้งยังมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาล ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง ไม่มีเหตุตามกฎหมายและพฤติการณ์แห่งคดีอันสมควรที่จะเพิกถอนคำสั่งไม่รับคำฟ้องอุทธรณ์โดยกำหนดระยะเวลาให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-มงคล คุปต์กาญจนากุล-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45219
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053607"
    }
}
date
2545
deka_no
3182/2545
deka_running_no
3182
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 37",
            "ม. 133",
            "ม. 156",
            "ม. 229"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ยงยุทธ จันทรเกตุ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย พิเชษฐ์ ภักดิ์แจ่มใส กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่ดินและเรียกค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวาร และให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์กับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ วันที่ 7 ตุลาคม 2541จำเลยทั้งสองยื่นอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาพร้อมกับยื่นคำร้องขอเลื่อนวันสาบานตัวของจำเลยทั้งสอง ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในวันที่ 14 ธันวาคม 2541 เวลา 8.30 นาฬิกา จำเลยทั้งสองขอเลื่อนวันสาบานตัวหลายครั้ง ถึงวันนัดจำเลยทั้งสองไม่มา และจำเลยทั้งสองไม่ได้สาบานตัว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา หากจำเลยทั้งสองประสงค์จะอุทธรณ์ให้จำเลยทั้งสองนำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางต่อศาลภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์ ต่อมาเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2541 เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่าจำเลยทั้งสองมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมมาวางศาลภายในกำหนด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง

วันที่ 19 เมษายน 2542 จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องว่าจำเลยทั้งสองไม่ทราบคำสั่งศาลที่สั่งให้จำเลยทั้งสองนำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายในกำหนด 7 วัน จำเลยทั้งสองมิได้จงใจที่จะไม่ชำระเงินค่าธรรมเนียมศาล ขอให้ศาลไต่สวนคำร้องและอนุญาตให้จำเลยทั้งสองพิจารณาคดีใหม่ชั้นอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าการที่จำเลยทั้งสองไม่นำเงินค่าธรรมเนียมและค่าขึ้นศาลมาวางต่อศาลภายในกำหนด ทั้งที่จำเลยทั้งสองรับทราบนัดแล้ว จึงไม่มีเหตุให้ไต่สวนคำร้องของจำเลยทั้งสอง ให้ยกคำร้อง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่ทราบว่าศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ในวันที่ 14ธันวาคม 2541 เวลา 8.30 นาฬิกา จำเลยทั้งสองจึงไม่ได้มาศาลตามกำหนดนัดของศาลและไม่ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาและให้จำเลยทั้งสองนำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไปชำระภายใน 7 วัน ทั้งศาลชั้นต้นมิได้แจ้งคำสั่งที่ให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าขึ้นศาลมาวางศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยทั้งสองทราบคำสั่งดังกล่าวแล้วไม่ดำเนินกระบวนพิจารณาภายในเวลาที่ศาลกำหนด เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ต่อศาลพร้อมกับคำฟ้องอุทธรณ์ในวันที่ 7 ตุลาคม 2541 และทนายจำเลยทั้งสองได้ลงชื่อรับรองข้อความที่ว่า ให้มาทราบคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในวันที่ 14 ตุลาคม 2541 ถ้าไม่มา ให้ถือว่าทราบคำสั่งแล้วดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นได้เกษียณคำสั่งไว้ที่ด้านบนของคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองว่าให้รับคำร้อง และนัดไต่สวนวันที่ 14 ธันวาคม 2541เวลา 8.30 นาฬิกา โดยบันทึกวันที่เกษียณคำสั่งว่า วันที่ 12 ตุลาคม 2541 ซึ่งเป็นการมีคำสั่งไว้ก่อนวันที่กำหนดให้จำเลยทั้งสองมาทราบคำสั่งศาล ย่อมมีผลว่าจำเลยทั้งสองได้ทราบคำสั่งของศาลที่นัดไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในวันที่ 14 ธันวาคม 2541 ตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 2541 แล้ว ที่จำเลยทั้งสองอ้างว่า ในวันที่ 14ตุลาคม 2541 จำเลยทั้งสองยังมิได้สาบานตัว ศาลจึงยังไม่อาจกำหนดนัดวันไต่สวนคำร้องนี้ได้นั้น ไม่มีกฎหมายหรือระเบียบของศาลข้อใดบังคับไว้ เป็นความเข้าใจของจำเลยทั้งสองเอง ไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง ฎีกาของจำเลยทั้งสองที่ว่า จำเลยทั้งสองไม่ทราบกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องโดยชอบนั้น ฟังไม่ขึ้น

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองยังไม่ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางภายใน 7 วัน เพราะศาลชั้นต้นยังไม่แจ้งคำสั่งให้จำเลยทั้งสองทราบนั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยทั้งสองได้ทราบกำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องแล้ว จำเลยทั้งสองไม่มาศาลในวันดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันนัดไต่สวนคำร้องว่า ให้งดการไต่สวน แล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา หากจำเลยทั้งสองประสงค์ที่จะอุทธรณ์ ให้นำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์อีกต่อไปนั้น เป็นการที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 37 และตามมาตรา 133 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ที่กำหนดให้ศาลดำเนินการนั่งพิจารณาติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเลื่อนจนกว่าจะเสร็จการพิจารณาและพิพากษาคดี ทั้งบังคับให้ศาลต้องมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีในวันที่สิ้นการพิจารณา ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นให้งดการไต่สวนก็ถือว่าคดีเสร็จการพิจารณา ศาลชั้นต้นจึงวินิจฉัยชี้ขาดโดยมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยทั้งสองเสียได้ และคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ว่าหากจำเลยทั้งสองประสงค์ที่จะอุทธรณ์ ให้นำค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลภายใน 7 วัน นับแต่วันนี้ มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจอุทธรณ์ ถือเป็นส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งถือว่าจำเลยทั้งสองได้ทราบแล้วในวันนัดไต่สวนคำร้องดังกล่าว โดยศาลชั้นต้นไม่มีหน้าที่ต้องแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้จำเลยทั้งสองทราบอีก เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยทั้งสองมิได้นำเงินค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ไปวางศาลภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นได้กำหนดไว้ ทั้งยังมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งต้องใช้แทนโจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาล ชอบที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง ไม่มีเหตุตามกฎหมายและพฤติการณ์แห่งคดีอันสมควรที่จะเพิกถอนคำสั่งไม่รับคำฟ้องอุทธรณ์โดยกำหนดระยะเวลาให้จำเลยทั้งสองนำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางศาลใหม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001015.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545