คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3202/2545 ฉบับเต็ม

#45221
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3202/2545 กรมสรรพากร โจทก์ บริษัท ไทยเฟอร์เทคเทรดดิ้ง จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528 มาตรา 7 ป.รัษฎากร มาตรา 30 ศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีที่พิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากรตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 7(2) ส่วนคู่กรณีที่พิพาทกันจะฟ้องได้เมื่อใดหรือไม่ภายในระยะเวลาเท่าไรจะต้องพิจารณากฎหมายอื่นประกอบด้วย การที่เจ้าพนักงานประเมินของกรมสรรพากรโจทก์แจ้งการประเมินให้จำเลยทราบแล้วจำเลยไม่ชำระค่าภาษีแต่ได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อันเป็นการใช้สิทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 ซึ่งกฎหมายกำหนดให้อุทธรณ์การประเมินได้ ก็เพื่อจะให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตรวจคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และมีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินได้ ดังนั้น การที่จำเลยไม่ชำระค่าภาษีอากรตามที่ได้รับแจ้งการประเมิน จึงไม่เป็นการโต้แย้งสิทธิที่จะทำให้โจทก์นำคดีมาฟ้องในขณะที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 241,546.71 บาท และเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนคิดเป็นเดือนในต้นเงิน 68,246.99 บาทนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนคิดเป็นเดือนในต้นเงิน 12,712.52 บาท นับแต่วันที่ 16 มกราคม 2544 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนคิดเป็นเดือนในต้นเงิน 3,358.54 บาท นับแต่วันที่ 16 มกราคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในภาษีบำรุงเทศบาลในอัตราร้อยละ 10 ของเงินเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะต่อโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางว่า เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้แจ้งการประเมินตามฟ้องให้จำเลยทั้งสองทราบและจำเลยทั้งสองได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2545 โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลาง วันที่ 27มีนาคม 2544 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์และได้แจ้งให้จำเลยทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แต่ยังไม่ทราบผลการส่งของพนักงานไปรษณีย์คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่าเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้แจ้งการประเมินให้จำเลยทั้งสองทราบแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 7(2) แม้จำเลยทั้งสองจะอุทธรณ์การประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ก็ตาม เพราะไม่มีกฎหมายห้ามฟ้องและคดีจะขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1272 พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า มาตรา 7(2)แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดว่าศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีที่พิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร ส่วนคู่กรณีที่พิพาทกันจะฟ้องได้เมื่อใดหรือไม่ภายในระยะเวลาเท่าไร จะต้องพิจารณากฎหมายอื่นประกอบด้วยแม้เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์แจ้งการประเมินให้จำเลยทั้งสองทราบแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าภาษีตามที่ได้รับการประเมิน แต่จำเลยทั้งสองได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อันเป็นการใช้สิทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 การที่กฎหมายกำหนดให้อุทธรณ์การประเมินได้ก็เพื่อจะให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ได้ตรวจคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ประการใด เมื่อพิจารณาแล้วคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินได้ตามที่เห็นสมควร ดังนั้น การที่จำเลยไม่ชำระค่าภาษีอากรตามที่ได้รับแจ้งการประเมิน จึงหาเป็นการโต้แย้งสิทธิที่จะทำให้โจทก์นำคดีมาฟ้องในขณะที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ ส่วนที่โจทก์อ้างว่าคดีจะขาดอายุความนั้นเป็นเพียงความเห็นของโจทก์และหาใช่เหตุที่ทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้องไม่ คดีจึงไม่จำต้องสืบพยาน ที่ศาลภาษีอากรกลางสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ปัญญา ถนอมรอด-สมศักดิ์ วงศ์ยืน-โนรี จันทร์ทร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45221
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053478"
    }
}
date
2545
deka_no
3202/2545
deka_running_no
3202
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ปัญญา ถนอมรอด",
    "สมศักดิ์ วงศ์ยืน",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ.2528",
        "sections": [
            "ม. 7"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "กรมสรรพากร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ไทยเฟอร์เทคเทรดดิ้ง จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 241,546.71 บาท และเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนคิดเป็นเดือนในต้นเงิน 68,246.99 บาทนับแต่วันที่ 1 มกราคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนคิดเป็นเดือนในต้นเงิน 12,712.52 บาท นับแต่วันที่ 16 มกราคม 2544 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนคิดเป็นเดือนในต้นเงิน 3,358.54 บาท นับแต่วันที่ 16 มกราคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดในภาษีบำรุงเทศบาลในอัตราร้อยละ 10 ของเงินเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะต่อโจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางว่า เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้แจ้งการประเมินตามฟ้องให้จำเลยทั้งสองทราบและจำเลยทั้งสองได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้ว ต่อมาเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2545 โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลภาษีอากรกลาง วันที่ 27มีนาคม 2544 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์และได้แจ้งให้จำเลยทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แต่ยังไม่ทราบผลการส่งของพนักงานไปรษณีย์คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์ว่าเจ้าพนักงานประเมินของโจทก์ได้แจ้งการประเมินให้จำเลยทั้งสองทราบแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 มาตรา 7(2) แม้จำเลยทั้งสองจะอุทธรณ์การประเมินและคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ยังไม่ได้มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ก็ตาม เพราะไม่มีกฎหมายห้ามฟ้องและคดีจะขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1272 พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า มาตรา 7(2)แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. 2528 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดว่าศาลภาษีอากรมีอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีที่พิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร ส่วนคู่กรณีที่พิพาทกันจะฟ้องได้เมื่อใดหรือไม่ภายในระยะเวลาเท่าไร จะต้องพิจารณากฎหมายอื่นประกอบด้วยแม้เจ้าพนักงานประเมินของโจทก์แจ้งการประเมินให้จำเลยทั้งสองทราบแล้ว จำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าภาษีตามที่ได้รับการประเมิน แต่จำเลยทั้งสองได้อุทธรณ์การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์อันเป็นการใช้สิทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 30 การที่กฎหมายกำหนดให้อุทธรณ์การประเมินได้ก็เพื่อจะให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่พิจารณาอุทธรณ์ได้ตรวจคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ประการใด เมื่อพิจารณาแล้วคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีอำนาจเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินได้ตามที่เห็นสมควร ดังนั้น การที่จำเลยไม่ชำระค่าภาษีอากรตามที่ได้รับแจ้งการประเมิน จึงหาเป็นการโต้แย้งสิทธิที่จะทำให้โจทก์นำคดีมาฟ้องในขณะที่ยังไม่มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไม่ ส่วนที่โจทก์อ้างว่าคดีจะขาดอายุความนั้นเป็นเพียงความเห็นของโจทก์และหาใช่เหตุที่ทำให้โจทก์มีอำนาจฟ้องไม่ คดีจึงไม่จำต้องสืบพยาน ที่ศาลภาษีอากรกลางสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001014.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545