คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3607/2545 ฉบับเต็ม

#45242
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3607/2545 นาย สมพงษ์ แพวชิระกุล โจทก์ บริษัท ธนาคารเอเซีย จำกัด (มหาชน จำเลย พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 50 ตามข้อบังคับสหภาพแรงงานธนาคารเอเซีย ข้อ 27 กำหนดว่า การประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมด ซึ่งหมายถึงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการที่จดทะเบียนไว้สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียมีคณะกรรมการสหภาพแรงงานที่จดทะเบียนไว้ 16 คน เมื่อการประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างมีกรรมการสหภาพแรงงานร่วมเข้าประชุมจำนวน 7 คน จึงไม่ครบองค์ประชุม คณะกรรมการลูกจ้างที่ได้รับการแต่งตั้งซึ่งรวมถึงโจทก์ด้วย จึงเป็นคณะกรรมการลูกจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการประชุมหารือระหว่างจำเลยกับคณะกรรมการลูกจ้างตาม มาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2543 สหภาพแรงงานธนาคารเอเซีย จัดประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานและมีมติแต่งตั้งให้โจทก์เป็นหนึ่งในคณะกรรมการลูกจ้างธนาคารเอเซีย สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียได้มีหนังสือแจ้งการแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างให้จำเลยและกองแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทราบแล้ว ต่อมาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2544 โจทก์ทำหนังสือขอให้จำเลยจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการลูกจ้าง จำเลยไม่จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการลูกจ้างโดยอ้างว่ามีข้อขัดแย้งระหว่างคณะกรรมการลูกจ้าง ซึ่งไม่เป็นความจริง การที่จำเลยไม่จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการลูกจ้างดังกล่าวทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนของลูกจ้างในการร่วมปรึกษาหารือกับฝ่ายบริหารของจำเลย ขอให้บังคับจำเลยจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการลูกจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 50 จำเลยให้การว่า นายประจักษ์ ระงับทุกข์ กรรมการสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียในขณะนั้นได้ทำเรื่องคัดค้านการแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างอ้างว่าไม่ชอบด้วยข้อบังคับสหภาพแรงงานเพื่อให้ได้ข้อยุติในเรื่องนี้ จำเลยจึงมีหนังสือแจ้งสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียให้รอผลการวินิจฉัยของกองแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหากโจทก์ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการลูกจ้างโดยชอบ จำเลยจะจัดให้มีการประชุมร่วมกันตามกฎหมายต่อไป ซึ่งต่อมากองแรงงานสัมพันธ์ได้มีหนังสือตอบข้อหารือว่ามติที่ประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียที่แต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างจำนวน17 คน ไม่ชอบด้วยข้อบังคับของสหภาพแรงงาน เมื่อโจทก์ไม่ได้เป็นกรรมการลูกจ้างโดยชอบด้วยกฎหมายการที่จำเลยไม่จัดประชุมร่วม 2 ฝ่าย จึงชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างซึ่งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างอยู่ด้วยนั้นชอบด้วยข้อบังคับของสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียหรือไม่ และจำเลยต้องจัดให้มีการประชุมหารือระหว่างจำเลยกับคณะกรรมการลูกจ้างหรือไม่ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมีกรรมการสหภาพแรงงานทั้งคณะรวม 16 คนตามเอกสารหมาย จ.10 มีข้อบังคับสหภาพแรงงานตามเอกสารหมาย จ.9 นายจักริน เสนีวงศ์ ณ อยุธยา และนายเนตร เจริญสุข ซึ่งเป็นกรรมการสหภาพแรงงานได้ลาออกจากการเป็นพนักงานของจำเลยและพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน หลังจากกรรมการสหภาพแรงงานทั้งสองคนพ้นจากสภาพไปแล้ว สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียไม่ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ รวมทั้งไม่ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนกรรมการสหภาพแรงงาน ต่อมาวันที่8 ตุลาคม 2543 สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานและมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างทั้งคณะ โจทก์ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการลูกจ้างด้วย ตามรายงานการประชุมเอกสารหมาย จ.1 วันที่ 16 ตุลาคม2543 ประธานสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียมีหนังสือแจ้งรายชื่อคณะกรรมการลูกจ้างไปยังอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตามเอกสารหมาย จ.2 และแจ้งไปยังกรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.3 กองแรงงานสัมพันธ์มีหนังสือแจ้งไปยังสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียเกี่ยวกับเรื่องการแจ้งการแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างตามเอกสารหมาย จ.4 วันที่ 27 ตุลาคม 2543 นายประจักษ์ ระงับทุกข์กรรมการสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียในขณะนั้นได้ร้องทุกข์กล่าวหาว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างไม่ชอบด้วยข้อบังคับสหภาพแรงงานตามเอกสารหมาย จ.5 วันที่ 23 กุมภาพันธ์2544 ประธานคณะกรรมการลูกจ้างมีหนังสือถึงจำเลยเพื่อจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการลูกจ้างตามเอกสารหมาย จ.6 และวันที่ 1 มีนาคม 2544 จำเลยมีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการลูกจ้างในเรื่องที่ไม่จัดให้มีการประชุมตามเอกสารหมาย จ.7ในเดือนเดียวกันจำเลยมีหนังสือหารือถึงฝ่ายส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ กองแรงงานสัมพันธ์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง ซึ่งกองแรงงานสัมพันธ์มีหนังสือตอบข้อหารือมายังจำเลยตามเอกสารหมาย จ.8 นอกจากนี้กองแรงงานสัมพันธ์เคยมีหนังสือถึงประธานสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียและนายประจักษ์ ระงับทุกข์ ตามเอกสารหมาย จ.11 และ จ.12 ตามลำดับ สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียมีข้อบังคับสหภาพแรงงานตามเอกสารหมาย จ.9 หมวดที่ 5 ข้อ 13 กำหนดให้กรรมการสหภาพแรงงานจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ไม่เกิน 21 คน จำนวนกรรมการสหภาพแรงงานแต่ละสมัยจะเป็นเท่าใดให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานที่จะกำหนดและต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกที่ประชุมใหญ่ สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียได้จดทะเบียนจำนวนและรายชื่อกรรมการสหภาพแรงงานระบุว่ามีจำนวนกรรมการสหภาพแรงงานรวม 16 คน มีวาระระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2542 ถึงวันที่ 24 กันยายน 2544 และมีรายชื่อตามที่ระบุไว้ในใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนกรรมการสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียเอกสารหมาย จ.10 เห็นว่าตามข้อบังคับสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียเอกสารหมาย จ.9 ข้อ 27 กำหนดว่า การประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมดซึ่งหมายถึงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการที่จดทะเบียนไว้ สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียมีคณะกรรมการสหภาพแรงงานที่จดทะเบียนไว้จำนวน 16 คน เมื่อการประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างตามเอกสารหมาย จ.1 มีกรรมการสหภาพแรงงานร่วมเข้าประชุมจำนวน 7 คน จึงไม่ครบองค์ประชุม คณะกรรมการลูกจ้างที่ได้รับการแต่งตั้งซึ่งรวมถึงโจทก์อยู่ด้วยจึงเป็นคณะกรรมการลูกจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการประชุมหารือระหว่างจำเลยกับคณะกรรมการลูกจ้างตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-วีรพจน์ เพียรพิทักษ์-จรัส พวงมณี) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45242
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082052755"
    }
}
date
2545
deka_no
3607/2545
deka_running_no
3607
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "วีรพจน์ เพียรพิทักษ์",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518",
        "sections": [
            "ม. 50"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย สมพงษ์ แพวชิระกุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท ธนาคารเอเซีย จำกัด (มหาชน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2543 สหภาพแรงงานธนาคารเอเซีย จัดประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานและมีมติแต่งตั้งให้โจทก์เป็นหนึ่งในคณะกรรมการลูกจ้างธนาคารเอเซีย สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียได้มีหนังสือแจ้งการแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างให้จำเลยและกองแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทราบแล้ว ต่อมาวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2544 โจทก์ทำหนังสือขอให้จำเลยจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการลูกจ้าง จำเลยไม่จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการลูกจ้างโดยอ้างว่ามีข้อขัดแย้งระหว่างคณะกรรมการลูกจ้าง ซึ่งไม่เป็นความจริง การที่จำเลยไม่จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการลูกจ้างดังกล่าวทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ไม่สามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนของลูกจ้างในการร่วมปรึกษาหารือกับฝ่ายบริหารของจำเลย ขอให้บังคับจำเลยจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการลูกจ้างตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์พ.ศ. 2518 มาตรา 50

จำเลยให้การว่า นายประจักษ์ ระงับทุกข์ กรรมการสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียในขณะนั้นได้ทำเรื่องคัดค้านการแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างอ้างว่าไม่ชอบด้วยข้อบังคับสหภาพแรงงานเพื่อให้ได้ข้อยุติในเรื่องนี้ จำเลยจึงมีหนังสือแจ้งสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียให้รอผลการวินิจฉัยของกองแรงงานสัมพันธ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหากโจทก์ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการลูกจ้างโดยชอบ จำเลยจะจัดให้มีการประชุมร่วมกันตามกฎหมายต่อไป ซึ่งต่อมากองแรงงานสัมพันธ์ได้มีหนังสือตอบข้อหารือว่ามติที่ประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียที่แต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างจำนวน17 คน ไม่ชอบด้วยข้อบังคับของสหภาพแรงงาน เมื่อโจทก์ไม่ได้เป็นกรรมการลูกจ้างโดยชอบด้วยกฎหมายการที่จำเลยไม่จัดประชุมร่วม 2 ฝ่าย จึงชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างซึ่งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างอยู่ด้วยนั้นชอบด้วยข้อบังคับของสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียหรือไม่ และจำเลยต้องจัดให้มีการประชุมหารือระหว่างจำเลยกับคณะกรรมการลูกจ้างหรือไม่ ศาลแรงงานกลางรับฟังข้อเท็จจริงว่า สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลมีกรรมการสหภาพแรงงานทั้งคณะรวม 16 คนตามเอกสารหมาย จ.10 มีข้อบังคับสหภาพแรงงานตามเอกสารหมาย จ.9 นายจักริน เสนีวงศ์ ณ อยุธยา และนายเนตร เจริญสุข ซึ่งเป็นกรรมการสหภาพแรงงานได้ลาออกจากการเป็นพนักงานของจำเลยและพ้นสภาพจากการเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน หลังจากกรรมการสหภาพแรงงานทั้งสองคนพ้นจากสภาพไปแล้ว สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียไม่ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่ รวมทั้งไม่ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงจำนวนกรรมการสหภาพแรงงาน ต่อมาวันที่8 ตุลาคม 2543 สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานและมีมติแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างทั้งคณะ โจทก์ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการลูกจ้างด้วย ตามรายงานการประชุมเอกสารหมาย จ.1 วันที่ 16 ตุลาคม2543 ประธานสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียมีหนังสือแจ้งรายชื่อคณะกรรมการลูกจ้างไปยังอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานตามเอกสารหมาย จ.2 และแจ้งไปยังกรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลยตามเอกสารหมาย จ.3 กองแรงงานสัมพันธ์มีหนังสือแจ้งไปยังสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียเกี่ยวกับเรื่องการแจ้งการแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างตามเอกสารหมาย จ.4 วันที่ 27 ตุลาคม 2543 นายประจักษ์ ระงับทุกข์กรรมการสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียในขณะนั้นได้ร้องทุกข์กล่าวหาว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างไม่ชอบด้วยข้อบังคับสหภาพแรงงานตามเอกสารหมาย จ.5 วันที่ 23 กุมภาพันธ์2544 ประธานคณะกรรมการลูกจ้างมีหนังสือถึงจำเลยเพื่อจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการลูกจ้างตามเอกสารหมาย จ.6 และวันที่ 1 มีนาคม 2544 จำเลยมีหนังสือถึงประธานคณะกรรมการลูกจ้างในเรื่องที่ไม่จัดให้มีการประชุมตามเอกสารหมาย จ.7ในเดือนเดียวกันจำเลยมีหนังสือหารือถึงฝ่ายส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ กองแรงงานสัมพันธ์กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเกี่ยวกับเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง ซึ่งกองแรงงานสัมพันธ์มีหนังสือตอบข้อหารือมายังจำเลยตามเอกสารหมาย จ.8 นอกจากนี้กองแรงงานสัมพันธ์เคยมีหนังสือถึงประธานสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียและนายประจักษ์ ระงับทุกข์ ตามเอกสารหมาย จ.11 และ จ.12 ตามลำดับ สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียมีข้อบังคับสหภาพแรงงานตามเอกสารหมาย จ.9 หมวดที่ 5 ข้อ 13 กำหนดให้กรรมการสหภาพแรงงานจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ไม่เกิน 21 คน จำนวนกรรมการสหภาพแรงงานแต่ละสมัยจะเป็นเท่าใดให้เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการบริหารสหภาพแรงงานที่จะกำหนดและต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกที่ประชุมใหญ่ สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียได้จดทะเบียนจำนวนและรายชื่อกรรมการสหภาพแรงงานระบุว่ามีจำนวนกรรมการสหภาพแรงงานรวม 16 คน มีวาระระหว่างวันที่ 25 กันยายน 2542 ถึงวันที่ 24 กันยายน 2544 และมีรายชื่อตามที่ระบุไว้ในใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนกรรมการสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียเอกสารหมาย จ.10 เห็นว่าตามข้อบังคับสหภาพแรงงานธนาคารเอเซียเอกสารหมาย จ.9 ข้อ 27 กำหนดว่า การประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการทั้งหมดซึ่งหมายถึงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการที่จดทะเบียนไว้ สหภาพแรงงานธนาคารเอเซียมีคณะกรรมการสหภาพแรงงานที่จดทะเบียนไว้จำนวน 16 คน เมื่อการประชุมคณะกรรมการสหภาพแรงงานเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการลูกจ้างตามเอกสารหมาย จ.1 มีกรรมการสหภาพแรงงานร่วมเข้าประชุมจำนวน 7 คน จึงไม่ครบองค์ประชุม คณะกรรมการลูกจ้างที่ได้รับการแต่งตั้งซึ่งรวมถึงโจทก์อยู่ด้วยจึงเป็นคณะกรรมการลูกจ้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างจึงไม่มีหน้าที่ต้องจัดให้มีการประชุมหารือระหว่างจำเลยกับคณะกรรมการลูกจ้างตามมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001008.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545