คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3695/2545 ฉบับเต็ม

#45247
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3695/2545 พนักงานอัยการ จังหวัดพัทลุง โจทก์ นาย ยะกุบ ชัชวาลย์หรือชัชวาล กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5), มาตรา 192 วรรคหนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยร่วมกันไปบนเกาะรูสิบซึ่งมีนกและรังนกอีแอ่นอยู่ตามธรรมชาติอันเป็นเขตห้ามตามกฎหมาย และเป็นเขตที่บริษัท ร. ผู้เสียหายเป็นผู้รับสัมปทานและเข้ายึดถือครอบครองดูแลรังนกอีแอ่นในเขตสัมปทานเพื่อตนแล้ว จำเลยไม่ใช่ผู้รับสัมปทานได้ร่วมกันใช้ไฟฉายส่องใช้ไม้และแท่งเหล็กตีทำลายรังนกที่อยู่อาศัยอันเป็นอันตรายแก่นกอีแอ่นไข่ของนกและรังนกอีแอ่น และอาจเป็นเหตุให้นกอีแอ่นและที่อยู่อาศัยไปจากเกาะดังกล่าว แล้วจำเลยร่วมกันลักรังนกและลูกนกอีแอ่นของผู้เสียหายในเขตสัมปทานดังกล่าวไปโดยทุจริต โดยโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยร่วมกันครอบครองซึ่งรังนกอันตนรู้ว่าได้มาโดยการฝ่าฝืน พระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่นฯ มาตรา 14 วรรคหนึ่งแต่อย่างใด ฟ้องโจทก์จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่นฯ มาตรา 26 เมื่อโจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงและรายละเอียดแห่งการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำความผิดอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 26 มาในฟ้อง ศาลย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยได้ เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันขึ้นไปบนเกาะรูสิบหรือเกาะรูซิม ซึ่งมีนกอีแอ่นและรังนกอีแอ่นอยู่ตามธรรมชาติอันเป็นเขตห้ามตามกฎหมายและเป็นเขตที่บริษัทรังนกแหลมทอง (สยาม) จำกัด ผู้เสียหายเป็นผู้รับสัมปทานจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และเป็นผู้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 และผู้เสียหายเข้ายึดถือครอบครองดูแลรังนกอีแอ่นในเขตสัมปทานดังกล่าวเพื่อตนแล้ว จำเลยทั้งสิบเอ็ดซึ่งไม่ใช่ผู้รับสัมปทานจากคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นได้ร่วมกันใช้ไฟฉายส่องใช้ไม้และแท่งเหล็กตีทำลายรังนกที่อยู่อาศัยของนกอีแอ่นอันเป็นอันตรายแก่นกอีแอ่น ไข่ของนกอีแอ่นและรังนกอีแอ่นและอาจเป็นเหตุให้นกอีแอ่นละที่อยู่อาศัยไปจากเกาะรูสิบ จนรังนกและลูกนกอีแอ่นตกลงมาแล้วจำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันลักเอารังนกอีแอ่นชนิดดำ น้ำหนัก 17.5 กิโลกรัม ราคา 85,000 บาท และลูกนกอีแอ่น50 ตัว ของผู้เสียหายในเขตสัมปทานดังกล่าวไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 มาตรา 14, 25, 26, 28, 31, 33 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 33, 83, 90 ริบของกลางยกเว้นรังนกอีแอ่นและลูกนกอีแอ่น จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดมีความผิดตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง, 25 วรรคหนึ่ง, 26, 28, 31 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสิบเอ็ดเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันเก็บรังนกอีแอ่นโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานทำความเสียหายแก่รังนกอีแอ่นเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานเก็บรังนกอีแอ่นโดยไม่ได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันมีรังนกอีแอ่นไว้ในครอบครองโดยรู้ว่าเป็นรังนกที่ได้มาโดยกระทำผิดกฎหมาย จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยทั้งสิบเอ็ดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ริบของกลางยกเว้นรังนกอีแอ่นและลูกนกอีแอ่น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสิบเอ็ดฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยทั้งสิบเอ็ดกระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งรังนกอันตนรู้ว่าได้มาโดยกระทำผิดกฎหมายด้วยนั้นเห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันไปบนเกาะรูสิบหรือเกาะรูซิม ซึ่งมีนกและรังนกอีแอ่นอยู่ตามธรรมชาติอันเป็นเขตห้ามตามกฎหมายและเป็นเขตที่บริษัทรังนกแหลมทอง (สยาม) จำกัด ผู้เสียหายเป็นผู้รับสัมปทานและเข้ายึดถือครอบครองดูแลรังนกอีแอ่นในเขตสัมปทานเพื่อตนแล้ว จำเลยทั้งสิบเอ็ดซึ่งไม่ใช่ผู้รับสัมปทานจากคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นได้ร่วมกันใช้ไฟฉายส่อง ใช้ไม้และแท่งเหล็กตีทำลายรังนกที่อยู่อาศัยของนกอีแอ่นเป็นอันตรายแก่นกอีแอ่น ไข่ของนกอีแอ่นและรังนกอีแอ่น และอาจเป็นเหตุให้นกอีแอ่นละที่อยู่อาศัยไปจากเกาะรูสิบ แล้วจำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันลักรังนกอีแอ่นชนิดดำ น้ำหนัก 17.5 กิโลกรัมราคา 85,000 บาท และลูกนกอีแอ่น 50 ตัว ของผู้เสียหายในเขตสัมปทานดังกล่าวไปโดยทุจริต โดยโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันครอบครองซึ่งรังนกอันตนรู้ว่าได้มาโดยการฝ่าฝืนมาตรา 14 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่นพ.ศ. 2540 แต่อย่างใด ฟ้องของโจทก์จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 มาตรา 26 เมื่อโจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงและรายละเอียดแห่งการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยทั้งสิบเอ็ดกระทำความผิดอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 26 มาในฟ้อง ศาลย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยทั้งสิบเอ็ดตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 มาตรา 26 ซึ่งเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยทั้งสิบเอ็ดมีความผิดฐานร่วมกันมีรังนกอีแอ่นไว้ในครอบครองโดยรู้ว่าเป็นรังนกที่ได้มาโดยกระทำผิดกฎหมายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยทั้งสิบเอ็ดข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อจำเลยทั้งสิบเอ็ดไม่มีความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งรังนกอันตนรู้ว่าได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมายแล้ว ที่จำเลยทั้งสิบเอ็ดฎีกาในปัญหาว่าศาลล่างทั้งสองเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทเป็นการไม่ชอบเพราะโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องเป็นการเกินคำขอนั้น จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยอีก..." พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งรังนก อันตนรู้ว่าได้มาโดยกระทำผิดกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 (โนรี จันทร์ทร-พินิจ เพชรรุ่ง-ทวีวัฒน์ แดงทองดี) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45247
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082052643"
    }
}
date
2545
deka_no
3695/2545
deka_running_no
3695
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "โนรี จันทร์ทร",
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "ทวีวัฒน์ แดงทองดี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158 (5)",
            "ม. 192 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ จังหวัดพัทลุง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ยะกุบ ชัชวาลย์หรือชัชวาล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันขึ้นไปบนเกาะรูสิบหรือเกาะรูซิม ซึ่งมีนกอีแอ่นและรังนกอีแอ่นอยู่ตามธรรมชาติอันเป็นเขตห้ามตามกฎหมายและเป็นเขตที่บริษัทรังนกแหลมทอง (สยาม) จำกัด ผู้เสียหายเป็นผู้รับสัมปทานจากกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และเป็นผู้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 และผู้เสียหายเข้ายึดถือครอบครองดูแลรังนกอีแอ่นในเขตสัมปทานดังกล่าวเพื่อตนแล้ว จำเลยทั้งสิบเอ็ดซึ่งไม่ใช่ผู้รับสัมปทานจากคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นได้ร่วมกันใช้ไฟฉายส่องใช้ไม้และแท่งเหล็กตีทำลายรังนกที่อยู่อาศัยของนกอีแอ่นอันเป็นอันตรายแก่นกอีแอ่น ไข่ของนกอีแอ่นและรังนกอีแอ่นและอาจเป็นเหตุให้นกอีแอ่นละที่อยู่อาศัยไปจากเกาะรูสิบ จนรังนกและลูกนกอีแอ่นตกลงมาแล้วจำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันลักเอารังนกอีแอ่นชนิดดำ น้ำหนัก 17.5 กิโลกรัม ราคา 85,000 บาท และลูกนกอีแอ่น50 ตัว ของผู้เสียหายในเขตสัมปทานดังกล่าวไปโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 มาตรา 14, 25, 26, 28, 31, 33 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 33, 83, 90 ริบของกลางยกเว้นรังนกอีแอ่นและลูกนกอีแอ่น

จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดมีความผิดตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง, 25 วรรคหนึ่ง, 26, 28, 31 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้งสิบเอ็ดเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานร่วมกันเก็บรังนกอีแอ่นโดยไม่ได้รับอนุญาตและฐานทำความเสียหายแก่รังนกอีแอ่นเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทซึ่งมีโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานเก็บรังนกอีแอ่นโดยไม่ได้รับอนุญาตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกคนละ 4 ปี ฐานร่วมกันมีรังนกอีแอ่นไว้ในครอบครองโดยรู้ว่าเป็นรังนกที่ได้มาโดยกระทำผิดกฎหมาย จำคุกคนละ 1 ปี รวมจำคุกคนละ 5 ปี จำเลยทั้งสิบเอ็ดให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 3 ปี 4 เดือน ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยทั้งสิบเอ็ดอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ริบของกลางยกเว้นรังนกอีแอ่นและลูกนกอีแอ่น นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสิบเอ็ดฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยทั้งสิบเอ็ดกระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งรังนกอันตนรู้ว่าได้มาโดยกระทำผิดกฎหมายด้วยนั้นเห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันไปบนเกาะรูสิบหรือเกาะรูซิม ซึ่งมีนกและรังนกอีแอ่นอยู่ตามธรรมชาติอันเป็นเขตห้ามตามกฎหมายและเป็นเขตที่บริษัทรังนกแหลมทอง (สยาม) จำกัด ผู้เสียหายเป็นผู้รับสัมปทานและเข้ายึดถือครอบครองดูแลรังนกอีแอ่นในเขตสัมปทานเพื่อตนแล้ว จำเลยทั้งสิบเอ็ดซึ่งไม่ใช่ผู้รับสัมปทานจากคณะกรรมการพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่นได้ร่วมกันใช้ไฟฉายส่อง ใช้ไม้และแท่งเหล็กตีทำลายรังนกที่อยู่อาศัยของนกอีแอ่นเป็นอันตรายแก่นกอีแอ่น ไข่ของนกอีแอ่นและรังนกอีแอ่น และอาจเป็นเหตุให้นกอีแอ่นละที่อยู่อาศัยไปจากเกาะรูสิบ แล้วจำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันลักรังนกอีแอ่นชนิดดำ น้ำหนัก 17.5 กิโลกรัมราคา 85,000 บาท และลูกนกอีแอ่น 50 ตัว ของผู้เสียหายในเขตสัมปทานดังกล่าวไปโดยทุจริต โดยโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสิบเอ็ดร่วมกันครอบครองซึ่งรังนกอันตนรู้ว่าได้มาโดยการฝ่าฝืนมาตรา 14 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่นพ.ศ. 2540 แต่อย่างใด ฟ้องของโจทก์จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 มาตรา 26 เมื่อโจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงและรายละเอียดแห่งการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยทั้งสิบเอ็ดกระทำความผิดอันเป็นองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 26 มาในฟ้อง ศาลย่อมไม่อาจลงโทษจำเลยทั้งสิบเอ็ดตามพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. 2540 มาตรา 26 ซึ่งเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยทั้งสิบเอ็ดมีความผิดฐานร่วมกันมีรังนกอีแอ่นไว้ในครอบครองโดยรู้ว่าเป็นรังนกที่ได้มาโดยกระทำผิดกฎหมายนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยทั้งสิบเอ็ดข้อนี้ฟังขึ้น เมื่อจำเลยทั้งสิบเอ็ดไม่มีความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งรังนกอันตนรู้ว่าได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมายแล้ว ที่จำเลยทั้งสิบเอ็ดฎีกาในปัญหาว่าศาลล่างทั้งสองเรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 แต่คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 อันเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทเป็นการไม่ชอบเพราะโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้องเป็นการเกินคำขอนั้น จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยอีก..."

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งรังนก อันตนรู้ว่าได้มาโดยกระทำผิดกฎหมาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001007.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545