คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2528/2544 ฉบับเต็ม

#45643
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2528/2544 นาง บุญคืน แช่มรัมย์ กับพวก โจทก์ นาง ทองคำ ชัยสมัคร จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 150, มาตรา 248 โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกแก่โจทก์ทั้งสามคนละส่วน รวม 3 ส่วน ใน 6 ส่วน ดังนี้ แม้โจทก์ทั้งสามจะฟ้องรวมกันมา การอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยก็ต้องถือทุนทรัพย์ตามทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะตน เมื่อที่ดินพิพาทที่โจทก์ทั้งสามตีราคาเป็นทุนทรัพย์รวมกันมานั้นมีราคา 1,200,000 บาท ที่ดินพิพาทแต่ละส่วนที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอแบ่งจึงมีราคาไม่เกิน 200,000 บาท ดังนั้น ราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาสำหรับจำเลยต่อโจทก์แต่ละคนจึงไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า ขอให้บังคับจำเลยแบ่งทรัพย์มรดกที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 197 ตำบลอีสาน อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่ 20 ไร่ ราคา 1,200,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยและบุตรของนายเฉื่อยอีก 2 คน คนละส่วนเท่า ๆ กัน หากไม่สามารถแบ่งปันทรัพย์มรดกดังกล่าวได้ให้นำทรัพย์สินมรดกออกขายทอดตลาด นำเงินมาแบ่งคนละส่วนเท่า ๆ กัน และให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 64258 เลขที่ดิน 1062 ตำบลอิสาณอำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยและไม่ใช่ทรัพย์มรดก หากฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยก็ครอบครองมาเกินกว่า 10 ปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนแบ่งแยกทรัพย์มรดกตามโฉนดที่ดินเลขที่ 64258 เลขที่ดิน 1062 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ให้แก่โจทก์ทั้งสาม จำเลย นางสว่าง ชัยสมัคร และนางเกิด ชัยสมัคร คนละหนึ่งส่วนเท่า ๆ กัน ถ้าการแบ่งไม่อาจทำได้ให้นำทรัพย์มรดกออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันคนละส่วนเท่า ๆ กัน คำขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 64258 ให้ยก เนื่องจากไม่ปรากฏว่าโฉนดที่ดินพิพาทออกไม่ชอบด้วยกฎหมายและศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าจำเลยถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแทนทายาทอื่น กับให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000บาท แทนโจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกแก่โจทก์ทั้งสามคนละส่วน รวม 3 ส่วน ใน 6 ส่วน คิดเป็นเงินรวม 1,200,000 บาท ดังนี้ แม้โจทก์ทั้งสามจะฟ้องรวมกันมา การอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยก็ต้องถือทุนทรัพย์ตามทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะตน เมื่อที่ดินพิพาทที่โจทก์ทั้งสามตีราคาเป็นทุนทรัพย์รวมกันมานั้นมีราคา 1,200,000 บาทที่ดินพิพาทแต่ละส่วนที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอแบ่งจึงมีราคาไม่เกิน 200,000 บาท ดังนั้น ราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาสำหรับจำเลยต่อโจทก์แต่ละคนจึงไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 ฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสามฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นมรดก จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาขึ้นมาก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาเป็นพับ (สุมิตร สุภาดุลย์-สุทิน ปัทมราชวิเชียร-สมชัย เกษชุมพล) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45643
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082065367"
    }
}
date
2544
deka_no
2528/2544
deka_running_no
2528
deka_year
2544
department
แผนก
judges
[
    "สุมิตร สุภาดุลย์",
    "สุทิน ปัทมราชวิเชียร",
    "สมชัย เกษชุมพล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 150",
            "ม. 248"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง บุญคืน แช่มรัมย์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ทองคำ ชัยสมัคร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า ขอให้บังคับจำเลยแบ่งทรัพย์มรดกที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 197 ตำบลอีสาน อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ เนื้อที่ 20 ไร่ ราคา 1,200,000 บาท แก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยและบุตรของนายเฉื่อยอีก 2 คน คนละส่วนเท่า ๆ กัน หากไม่สามารถแบ่งปันทรัพย์มรดกดังกล่าวได้ให้นำทรัพย์สินมรดกออกขายทอดตลาด นำเงินมาแบ่งคนละส่วนเท่า ๆ กัน และให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 64258 เลขที่ดิน 1062 ตำบลอิสาณอำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์

จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยและไม่ใช่ทรัพย์มรดก หากฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยก็ครอบครองมาเกินกว่า 10 ปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนแบ่งแยกทรัพย์มรดกตามโฉนดที่ดินเลขที่ 64258 เลขที่ดิน 1062 ตำบลอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ให้แก่โจทก์ทั้งสาม จำเลย นางสว่าง ชัยสมัคร และนางเกิด ชัยสมัคร คนละหนึ่งส่วนเท่า ๆ กัน ถ้าการแบ่งไม่อาจทำได้ให้นำทรัพย์มรดกออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันคนละส่วนเท่า ๆ กัน คำขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดินเลขที่ 64258 ให้ยก เนื่องจากไม่ปรากฏว่าโฉนดที่ดินพิพาทออกไม่ชอบด้วยกฎหมายและศาลได้วินิจฉัยแล้วว่าจำเลยถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแทนทายาทอื่น กับให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 3,000บาท แทนโจทก์

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีนี้โจทก์ทั้งสามฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งที่ดินพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกแก่โจทก์ทั้งสามคนละส่วน รวม 3 ส่วน ใน 6 ส่วน คิดเป็นเงินรวม 1,200,000 บาท ดังนี้ แม้โจทก์ทั้งสามจะฟ้องรวมกันมา การอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยก็ต้องถือทุนทรัพย์ตามทุนทรัพย์ของโจทก์แต่ละคนแยกกัน เพราะเป็นเรื่องที่โจทก์แต่ละคนใช้สิทธิเฉพาะตน เมื่อที่ดินพิพาทที่โจทก์ทั้งสามตีราคาเป็นทุนทรัพย์รวมกันมานั้นมีราคา 1,200,000 บาทที่ดินพิพาทแต่ละส่วนที่โจทก์แต่ละคนฟ้องขอแบ่งจึงมีราคาไม่เกิน 200,000 บาท ดังนั้น ราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาสำหรับจำเลยต่อโจทก์แต่ละคนจึงไม่เกิน 200,000 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 ฟังข้อเท็จจริงว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่จำเลยฎีกาว่าพยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสามฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นมรดก จึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาขึ้นมาก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาเป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001121.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2544