คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2076/2545 ฉบับเต็ม

#45669
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2076/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาย ไชยา พงชาติ ที่ 1 กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 54, มาตรา 92 ป.วิ.อ. มาตรา 213 การเพิ่มโทษอีกหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 นั้น จะต้องกำหนดโทษที่จะลงเสียก่อนแล้วจึงเพิ่มโทษ หลังจากนั้นจึงจะลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54 คดีนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ พิพากษาเพียงลงโทษปรับสถานเดียว จึงไม่อาจเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ได้ และปัญหานี้เป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดีจึงมีผลถึงจำเลยอื่นที่มิได้อุทธรณ์ด้วย ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 110 และ 115 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33,83 และ 92 ริบของกลางทั้งหมดและเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 รับข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110(1) ประกอบมาตรา 108 ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 6 เดือน และปรับ30,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือนและปรับ 15,000 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 กลับตัวต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ริบของกลาง ในส่วนของจำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกและกระทำความผิดภายใน 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษ ให้เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ลงโทษจำคุก 4 เดือน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนด 2 เดือน จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีคงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ว่า สมควรลงโทษจำเลยที่ 2 สถานเบาหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าหรือปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายขึ้นเอง สินค้าของกลางก็มีเพียงรองเท้ากีฬาจำนวน64 คู่ สนับแข้งจำนวน 95 คู่ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมมานานแล้ว หรือเป็นผู้จำหน่ายรายใหญ่ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 โดยมิได้ตั้งกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยที่ 2 เสียก่อน กลับให้เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ลงโทษจำคุก 4 เดือน จึงไม่ชอบและหนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขกำหนดโทษสำหรับจำเลยที่ 2 เสียใหม่ให้เหมาะสมแก่สภาพและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 โดยวางโทษก่อนลด ให้ปรับเพียงสถานเดียวจำนวน 20,000 บาท อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้อุทธรณ์แต่จำเลยที่ 1 ร่วมกระทำความผิดตามฟ้องกับจำเลยที่ 2ซึ่งถือว่าเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้ไขโทษตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 45 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 อนึ่ง เมื่อโทษสำหรับ จำเลยที่ 2 เป็นโทษปรับสถานเดียวดังได้วินิจฉัยข้างต้นแล้วแม้จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกและได้กระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษก็ตาม แต่ก็ไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 อีกหนึ่งในสามได้ เพราะศาลมิได้พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ถึงจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยปรับแต่เพียงสถานเดียวจำนวน20,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 10,000 บาท หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ยกคำขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (พิชิต คำแฝง-เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ-ชาญชัย ลิขิตจิตถะ) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45669
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055285"
    }
}
date
2545
deka_no
2076/2545
deka_running_no
2076
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "พิชิต คำแฝง",
    "เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ",
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 54",
            "ม. 92"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 213"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ไชยา พงชาติ ที่ 1 กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ศ. 2534 มาตรา 4, 108, 110 และ 115 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33,83 และ 92 ริบของกลางทั้งหมดและเพิ่มโทษจำเลยที่ 2

จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ และจำเลยที่ 2 รับข้อเคยต้องโทษและพ้นโทษจริงตามฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 110(1) ประกอบมาตรา 108 ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุก 6 เดือน และปรับ30,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 เดือนและปรับ 15,000 บาท เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นสมควรให้โอกาสจำเลยที่ 1 กลับตัวต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ริบของกลาง ในส่วนของจำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกและกระทำความผิดภายใน 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษ ให้เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 ลงโทษจำคุก 4 เดือน จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอันเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 ไว้มีกำหนด 2 เดือน

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดีคงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ว่า สมควรลงโทษจำเลยที่ 2 สถานเบาหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้เป็นผู้ผลิตสินค้าหรือปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายขึ้นเอง สินค้าของกลางก็มีเพียงรองเท้ากีฬาจำนวน64 คู่ สนับแข้งจำนวน 95 คู่ ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมมานานแล้ว หรือเป็นผู้จำหน่ายรายใหญ่ ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 โดยมิได้ตั้งกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยที่ 2 เสียก่อน กลับให้เพิ่มโทษหนึ่งในสาม ลงโทษจำคุก 4 เดือน จึงไม่ชอบและหนักเกินไป เห็นสมควรแก้ไขกำหนดโทษสำหรับจำเลยที่ 2 เสียใหม่ให้เหมาะสมแก่สภาพและพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 โดยวางโทษก่อนลด ให้ปรับเพียงสถานเดียวจำนวน 20,000 บาท อุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น ปัญหาข้อนี้แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้อุทธรณ์แต่จำเลยที่ 1 ร่วมกระทำความผิดตามฟ้องกับจำเลยที่ 2ซึ่งถือว่าเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศย่อมมีอำนาจพิพากษาแก้ไขโทษตลอดไปถึงจำเลยที่ 1 ซึ่งมิได้อุทธรณ์ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 45 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213

อนึ่ง เมื่อโทษสำหรับ จำเลยที่ 2 เป็นโทษปรับสถานเดียวดังได้วินิจฉัยข้างต้นแล้วแม้จำเลยที่ 2 เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกและได้กระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลา 5 ปี นับแต่วันพ้นโทษก็ตาม แต่ก็ไม่อาจเพิ่มโทษจำเลยที่ 2 อีกหนึ่งในสามได้ เพราะศาลมิได้พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ถึงจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองโดยปรับแต่เพียงสถานเดียวจำนวน20,000 บาท จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับ 10,000 บาท หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระค่าปรับ ให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ยกคำขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001030.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545