คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2125 -ที่ 2128/2545 ฉบับเต็ม

#45674
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2125 - 2128/2545 นาย เกรียงศักดิ์ พินิจศักดิ์กุล โจทก์ ผู้ร้องมรดก โจทก์ นางสาว พจวรรณ สิริรัตน์ โจทก์ นางสาว ฮุ้ยเจียงหรือฮุ๊ยเตียง แซ่ลิ้ม จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 448 ป.วิ.พ. มาตรา 172, มาตรา 174 (2) จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยเพิกเฉยไม่ยอมออกไปจากตึกแถวและที่ดินพิพาทภายในกำหนดเวลาที่โจทก์บอกกล่าว และยังคงอยู่ในตึกแถวและที่ดินพิพาทนั้นตลอดมา จนกระทั่งโจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ อันเป็นการละเมิดที่ต่อเนื่อง คดีของโจทก์ทั้งสองสำนวนจึงไม่ขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากตึกแถว และส่งมอบตึกแถวคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยทั้งสองต่างชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เดือนละ 3,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวของโจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทั้งมิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองตึกแถวตามฟ้อง จำเลยทั้งสองไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวจากโจทก์ หากโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามฟ้องคดีโจทก์ก็ขาดอายุความเนื่องจากเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันขายฝาก และฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายฟ้องให้แจ้งชัดว่า เพราะเหตุใดจำเลยทั้งสองจึงละเมิดสิทธิของโจทก์ การละเมิดเกิดขึ้นตั้งแต่วัน เดือน ปีใด ทำให้จำเลยทั้งสองไม่เข้าใจคำฟ้องของโจทก์และหลงข้อต่อสู้ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา นางสาวพจวรรณ สิริรัตน์ ยื่นคำร้องสอดเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) และขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทพร้อมตึกแถวดังกล่าวเป็นของผู้ร้องสอด ห้ามโจทก์เกี่ยวข้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากตึกแถวพิพาท และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์คนละเดือนละ 3,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวของโจทก์ ผู้ร้องสอดและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ผู้ร้องสอดและจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของผู้ร้องสอดที่ว่า "ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์รับซื้อฝากที่ดินพิพาทจากนางอารีย์ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2536 ครบกำหนดไถ่วันที่25 กุมภาพันธ์ 2539 นับแต่วันที่ขายฝากหรือนับจากวันที่ครบกำหนดไถ่ถึงวันที่โจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้เกินกว่า 1 ปี คดีขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยเพิกเฉยไม่ยอมออกไปจากตึกแถวและที่ดินพิพาทภายในกำหนดเวลาที่โจทก์บอกกล่าวให้ดำเนินการ และยังคงอยู่ในตึกแถวและที่ดินพิพาทตลอดมาจนกระทั่งโจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ อันเป็นการละเมิดที่ต่อเนื่อง คดีของโจทก์ทั้งสองสำนวนจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ประเสริฐ เขียนนิลศิริ-สุเมธ ตังคจิวางกูร-ชวลิต ยอดเณร) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45674
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082055184"
    }
}
date
2545
deka_no
2128/2545
deka_running_no
2128
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ",
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "ชวลิต ยอดเณร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 448"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 172",
            "ม. 174 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย เกรียงศักดิ์ พินิจศักดิ์กุล"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้ร้องมรดก"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางสาว พจวรรณ สิริรัตน์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว ฮุ้ยเจียงหรือฮุ๊ยเตียง แซ่ลิ้ม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกไปจากตึกแถว และส่งมอบตึกแถวคืนให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยทั้งสองต่างชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ เดือนละ 3,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวของโจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทั้งมิได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิครอบครองตึกแถวตามฟ้อง จำเลยทั้งสองไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวจากโจทก์ หากโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามฟ้องคดีโจทก์ก็ขาดอายุความเนื่องจากเรียกค่าเสียหายในมูลละเมิดเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันขายฝาก และฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายฟ้องให้แจ้งชัดว่า เพราะเหตุใดจำเลยทั้งสองจึงละเมิดสิทธิของโจทก์ การละเมิดเกิดขึ้นตั้งแต่วัน เดือน ปีใด ทำให้จำเลยทั้งสองไม่เข้าใจคำฟ้องของโจทก์และหลงข้อต่อสู้ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา นางสาวพจวรรณ สิริรัตน์ ยื่นคำร้องสอดเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) และขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทพร้อมตึกแถวดังกล่าวเป็นของผู้ร้องสอด ห้ามโจทก์เกี่ยวข้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวารออกจากตึกแถวพิพาท และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์คนละเดือนละ 3,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวของโจทก์

ผู้ร้องสอดและจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ผู้ร้องสอดและจำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาของผู้ร้องสอดที่ว่า "ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์รับซื้อฝากที่ดินพิพาทจากนางอารีย์ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2536 ครบกำหนดไถ่วันที่25 กุมภาพันธ์ 2539 นับแต่วันที่ขายฝากหรือนับจากวันที่ครบกำหนดไถ่ถึงวันที่โจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้เกินกว่า 1 ปี คดีขาดอายุความแล้วนั้น เห็นว่า คดีนี้จำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยเพิกเฉยไม่ยอมออกไปจากตึกแถวและที่ดินพิพาทภายในกำหนดเวลาที่โจทก์บอกกล่าวให้ดำเนินการ และยังคงอยู่ในตึกแถวและที่ดินพิพาทตลอดมาจนกระทั่งโจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนนี้ อันเป็นการละเมิดที่ต่อเนื่อง คดีของโจทก์ทั้งสองสำนวนจึงไม่ขาดอายุความ ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001029.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2125 -
year
2545