คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2545 ฉบับเต็ม

#45685
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2545 บริษัท ซิตี้ ลิสซิ่ง จำกัด โจทก์ นาย นีรุตม์ชัยหรือนิรุตม์ชัย คุวานเสน กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 30, มาตรา 176 วรรคหนึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 208 วรรคสอง (เดิม) การที่ผู้ร้องอ้างเหตุในคำขอให้พิจารณาใหม่ว่า นิติกรรมค้ำประกันของผู้ร้องตกเป็นโมฆียะกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 30 ซึ่งจะตกเป็นโมฆะต่อเมื่อถูกบอกล้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 176 วรรคหนึ่ง นั้น เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ได้มีการบอกล้างข้ออ้างดังกล่าวจึงถือว่ามิได้แสดงเหตุโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 วรรคสอง คำขอให้พิจารณาใหม่จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา คดีถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน จำนวน133,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 3 เพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม2541 หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้ว หากจำเลยที่ 3 ยื่นคำให้การก็จะชนะคดีเพราะจำเลยที่ 3 ลงลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันขณะเป็นบุคคลวิกลจริตไม่รู้ผิดชอบและโจทก์ก็ทราบว่าจำเลยที่ 3 วิกลจริต สัญญาค้ำประกันจึงไม่มีผลผูกพัน ขอให้พิจารณาใหม่ โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 ทราบว่าถูกฟ้องมาแต่ต้น จึงไม่มีเหตุสมควรให้พิจารณาคดีใหม่ ยกคำร้อง จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 3ได้บรรยายโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลด้วยแล้ว จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง (เดิม) นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างในคำขอให้พิจารณาใหม่นั้น เป็นการอ้างเหตุนิติกรรมค้ำประกันของจำเลยที่ 3 ตกเป็นโมฆียะกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 30 ซึ่งจะตกเป็นโมฆะก็ต่อเมื่อถูกบอกล้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 176 วรรคหนึ่ง แต่หาปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้มีการบอกล้างไม่ ฉะนั้น ข้ออ้างดังกล่าวจึงถือมิได้ว่าได้แสดงเหตุโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง ดังนั้น คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 3 จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องโดยเหตุดังกล่าวมานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สมชาย จุลนิติ์-ไพศาล เจริญวุฒิ-ชวลิต ตุลยสิงห์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45685
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054529"
    }
}
date
2545
deka_no
2587/2545
deka_running_no
2587
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 30",
            "ม. 176 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 208 วรรคสอง (เดิม)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท ซิตี้ ลิสซิ่ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย นีรุตม์ชัยหรือนิรุตม์ชัย คุวานเสน กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกัน จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา คดีถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน จำนวน133,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 3 เพิ่งทราบว่าถูกฟ้องเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม2541 หลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาแล้ว หากจำเลยที่ 3 ยื่นคำให้การก็จะชนะคดีเพราะจำเลยที่ 3 ลงลายมือชื่อในสัญญาค้ำประกันขณะเป็นบุคคลวิกลจริตไม่รู้ผิดชอบและโจทก์ก็ทราบว่าจำเลยที่ 3 วิกลจริต สัญญาค้ำประกันจึงไม่มีผลผูกพัน ขอให้พิจารณาใหม่

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 3 ทราบว่าถูกฟ้องมาแต่ต้น จึงไม่มีเหตุสมควรให้พิจารณาคดีใหม่ ยกคำร้อง

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 3 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 3ได้บรรยายโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลด้วยแล้ว จึงชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง (เดิม) นั้น พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องยกขึ้นอ้างในคำขอให้พิจารณาใหม่นั้น เป็นการอ้างเหตุนิติกรรมค้ำประกันของจำเลยที่ 3 ตกเป็นโมฆียะกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 30 ซึ่งจะตกเป็นโมฆะก็ต่อเมื่อถูกบอกล้างตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 176 วรรคหนึ่ง แต่หาปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้มีการบอกล้างไม่ ฉะนั้น ข้ออ้างดังกล่าวจึงถือมิได้ว่าได้แสดงเหตุโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคสอง ดังนั้น คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยที่ 3 จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องโดยเหตุดังกล่าวมานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001023.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545