คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3509/2545 ฉบับเต็ม

#45718
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3509/2545 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นาย สุทธิ สอนท้าว จำเลย ป.อ. มาตรา 59, มาตรา 80, มาตรา 288 การที่จำเลยใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงเข้าไปในห้องนอนของผู้เสียหายนั้น จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายถึงแก่ชีวิตได้ มิใช่เป็นกรณีที่จำเลยยิงปืนเพียงเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเท่านั้น จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 228,80 ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 358, 371, 376, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิริบลูกกระสุนปืนของกลาง และนับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1442/42 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 358, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและโดยมิได้รับอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นกับฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปี รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก7 ปี 8 เดือน ริบหัวกระสุนปืนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 376 อีกบทหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท (ที่ถูกข้อหายิงปืนโดยใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านกับข้อหาทำให้เสียทรัพย์เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท)ลงโทษจำเลยในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 4 เดือน รวมกับโทษในข้อหาอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 16 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาพยายามฆ่าผู้เสียหาย ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายเห็นว่า แม้ว่าขณะที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องนอนของผู้เสียหายจำเลยไม่เห็นตัวผู้เสียหายเพราะเป็นเวลากลางคืนและห้องนอนผู้เสียหายมิได้เปิดไฟ แต่ปรากฏจากคำเบิกความผู้เสียหายว่า ขณะนอนหลับอยู่ ได้ยินเสียงผู้ชายมาเรียก ผู้เสียหายจึงลุกขึ้นนั่ง ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น นอกจากนี้ยังปรากฏจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ ว่าเหตุที่แจ้งข้อหาจำเลยว่า พยายามฆ่าเพราะจำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในหน้าต่างห้องนอนซึ่งอยู่เสมอกับที่นอนและปรากฏตามบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุว่า กระจกบานเกล็ดหน้าต่างห้องนอนแตก มีรูกระสุนปืนทะลุตู้โชว์เสื่อผ้าและประตูห้องนอนหลายแห่งและพบหัวกระสุนปืน 4 หัวตกอยู่ในห้องนอน ดังนั้นการที่จำเลยใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ร้ายแรงยิงเข้าไปในห้องนอนของผู้เสียหายเช่นนั้น จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า กระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายถึงแก่ชีวิตได้ แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยโดยชัดแจ้งว่า จำเลยมีเจตนาที่จะใช้อาวุธปืนยิงประทุษร้ายผู้เสียหาย คดีจึงฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะยิงเพื่อให้ถูกผู้เสียหาย มิใช่เป็นกรณีที่จำเลยยิงปืนเพียงเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเท่านั้น จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องข้อหาพยายามฆ่า ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น (ประสพสุข บุญเดช-สมชาย พงษธา-จรัส พวงมณี) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45718
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082052956"
    }
}
date
2545
deka_no
3509/2545
deka_running_no
3509
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ประสพสุข บุญเดช",
    "สมชาย พงษธา",
    "จรัส พวงมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 59",
            "ม. 80",
            "ม. 288"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สุทธิ สอนท้าว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 358, 371, 376, 32, 33 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิริบลูกกระสุนปืนของกลาง และนับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1442/42 ของศาลชั้นต้น

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 358, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนวัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง,72 วรรคสาม, 72 ทวิ วรรคสอง เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนกับเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรและโดยมิได้รับอนุญาต เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นกับฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 10 ปี รวมจำคุก 11 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก7 ปี 8 เดือน ริบหัวกระสุนปืนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 376 อีกบทหนึ่ง การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท (ที่ถูกข้อหายิงปืนโดยใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมืองหมู่บ้านกับข้อหาทำให้เสียทรัพย์เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท)ลงโทษจำเลยในข้อหาทำให้เสียทรัพย์ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 6 เดือน ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 4 เดือน รวมกับโทษในข้อหาอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นจำคุก 16 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาพยายามฆ่าผู้เสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายเห็นว่า แม้ว่าขณะที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในห้องนอนของผู้เสียหายจำเลยไม่เห็นตัวผู้เสียหายเพราะเป็นเวลากลางคืนและห้องนอนผู้เสียหายมิได้เปิดไฟ แต่ปรากฏจากคำเบิกความผู้เสียหายว่า ขณะนอนหลับอยู่ ได้ยินเสียงผู้ชายมาเรียก ผู้เสียหายจึงลุกขึ้นนั่ง ทันใดนั้นมีเสียงปืนดังขึ้น นอกจากนี้ยังปรากฏจากคำเบิกความของร้อยตำรวจเอกธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ ว่าเหตุที่แจ้งข้อหาจำเลยว่า พยายามฆ่าเพราะจำเลยใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปในหน้าต่างห้องนอนซึ่งอยู่เสมอกับที่นอนและปรากฏตามบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุว่า กระจกบานเกล็ดหน้าต่างห้องนอนแตก มีรูกระสุนปืนทะลุตู้โชว์เสื่อผ้าและประตูห้องนอนหลายแห่งและพบหัวกระสุนปืน 4 หัวตกอยู่ในห้องนอน ดังนั้นการที่จำเลยใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธปืนที่ร้ายแรงยิงเข้าไปในห้องนอนของผู้เสียหายเช่นนั้น จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า กระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายถึงแก่ชีวิตได้ แสดงให้เห็นเจตนาของจำเลยโดยชัดแจ้งว่า จำเลยมีเจตนาที่จะใช้อาวุธปืนยิงประทุษร้ายผู้เสียหาย คดีจึงฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาที่จะยิงเพื่อให้ถูกผู้เสียหาย มิใช่เป็นกรณีที่จำเลยยิงปืนเพียงเพื่อข่มขู่ผู้เสียหายเท่านั้น จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น พยานหลักฐานของจำเลยไม่อาจหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องข้อหาพยายามฆ่า ยังไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001010.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545