คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4366/2545 ฉบับเต็ม

#45742
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4366/2545 พนักงานอัยการ จังหวัดนนทบุรี โจทก์ ผู้ถูกกล่าวหา โจทก์ นายประสงค์ คำยะ โจทก์ จ่าสิบเอกไชยวัฒน์ เจียกวัฒนา จำเลย ป.อ. มาตรา 59 ป.วิ.พ. มาตรา 31 ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง หลังจากผู้ถูกกล่าวหาได้รับการชักชวนจาก ส. ให้นำหลักทรัพย์ที่เป็นโฉนดที่ดินไปใช้ขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ศาลแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้ไปขอออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินทั้งสองแปลงเพื่อนำไปใช้ในเรื่องการกู้ยืมเงินจากธนาคาร แต่เอกสารทั้งหมดผู้ถูกกล่าวหาได้มอบให้ ส. ไป แม้จะปรากฏว่าในครั้งแรกผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหารายใดได้ ก็ไม่ปรากฏสาเหตุที่แน่ชัดว่าเนื่องมาจากหลักทรัพย์ของตนมีราคาต่ำเกินไปหรือไม่ อันอาจทำให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีส่วนรู้เห็นในการใช้หนังสือรับรองราคาประเมินปลอมในการขอให้ปล่อยชั่วคราวในครั้งต่อไป แต่กลับปรากฏว่าในการขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยครั้งเกิดเหตุนี้ มีชายคนหนึ่งเขียนรายละเอียดในเอกสารที่เป็นแบบพิมพ์และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อในคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวและบัญชีทรัพย์ ผู้ถูกกล่าวหามีอาชีพทำนา อายุ 57 ปี เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาอาจจะไม่ได้ตรวจดูเอกสารให้ถี่ถ้วนก็ได้ จึงน่าเชื่อว่าก่อนมีการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวได้มีคนบอกให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อจริง ซึ่งการลงชื่อของผู้ถูกกล่าวหาก็คงหวังเพียงผลประโยชน์ตอบแทนในการที่นำหลักทรัพย์ของตนมาใช้ขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลย โดยผู้ถูกกล่าวหาไม่ทราบว่าหนังสือรับรองราคาประเมินเป็นเอกสารปลอมการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงขาดเจตนาในการใช้หนังสือรับรองราคาประเมินปลอมยื่นต่อศาลชั้นต้น จึงไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากผู้ถูกกล่าวหาได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 28091 และ 28276 ตำบลด่านจาก อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา มาเป็นหลักประกันในการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย พร้อมทั้งแสดงราคาที่ดินโดยอาศัยหนังสือรับรองราคาประเมินของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนไทย จำนวน 2 ฉบับ ความปรากฏต่อมาว่าหนังสือรับรองราคาประเมินของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนไทย ทั้งสองฉบับดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ถือว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (ที่ถูก 31(1)), 33 ลงโทษจำคุก 6 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เห็นว่า หลังจากผู้ถูกกล่าวหาได้รับการชักชวนจากนางสำรวยให้นำหลักทรัพย์ที่เป็นโฉนดที่ดินไปใช้ ขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ศาลแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้ไปขอออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินทั้งสองแปลง ซึ่งระบุว่า เพื่อนำไปใช้ในเรื่องการกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งตรงกับที่ผู้ถูกกล่าวหาเบิกความ แต่เอกสารทั้งหมดผู้ถูกกล่าวหาได้มอบให้นางสำรวยไป แม้จะปรากฏว่าในครั้งแรกผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหายรายใดได้ ก็ไม่ปรากฏสาเหตุที่แน่ชัดว่าเนื่องมาจากหลักทรัพย์ของตนมีราคาต่ำเกินไปหรือไม่ อันอาจทำให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีส่วนรู้เห็นในการใช้หนังสือรับรองราคาประเมินปลอมในการขอให้ปล่อยชั่วคราวในครั้งต่อไป แต่กลับปรากฏว่าในการขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยครั้งเกิดเหตุนี้ มีชายคนหนึ่งเขียนรายละเอียดในเอกสารที่เป็นแบบพิมพ์ และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อในคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวและบัญชีทรัพย์ ผู้ถูกกล่าวหามีอาชีพทำนา อายุ 57 ปี เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาอาจจะไม่ได้ตรวจดูเอกสารให้ถี่ถ้วนก็ได้ โดยจะเห็นได้ชัดเจนจากบัญชีทรัพย์ในช่องรวมจำนวนเงินทั้งที่เป็นตัวอักษรและตัวเลขว่ามีการเขียนข้อความทับในข้อความเดิม จึงน่าเชื่อว่าก่อนมีการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวได้มีคนบอกให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อจริง ซึ่งการลงชื่อของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวก็คงหวังเพียงผลประโยชน์ตอบแทนในการที่นำหลักทรัพย์ของตนมาใช้ขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยโดยผู้ถูกกล่าวหาไม่ทราบว่าหนังสือรับรองราคาประเมินเป็นเอกสารปลอม การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงขาดเจตนาในการใช้หนังสือรับรองราคาประเมินปลอมยื่นต่อศาลชั้นต้น จึงไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังขึ้น" พิพากษากลับให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 (ชวลิต ตุลยสิงห์-ดวงมาลย์ ศิลปอาชา-สมชาย จุลนิติ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45742
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051498"
    }
}
date
2545
deka_no
4366/2545
deka_running_no
4366
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ชวลิต ตุลยสิงห์",
    "ดวงมาลย์ ศิลปอาชา",
    "สมชาย จุลนิติ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 59"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 31"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 227 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ จังหวัดนนทบุรี"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้ถูกกล่าวหา"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายประสงค์ คำยะ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "จ่าสิบเอกไชยวัฒน์ เจียกวัฒนา"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ถูกกล่าวหาได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 28091 และ 28276 ตำบลด่านจาก อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา มาเป็นหลักประกันในการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลย พร้อมทั้งแสดงราคาที่ดินโดยอาศัยหนังสือรับรองราคาประเมินของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนไทย จำนวน 2 ฉบับ ความปรากฏต่อมาว่าหนังสือรับรองราคาประเมินของสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาโนนไทย ทั้งสองฉบับดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ถือว่ากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (ที่ถูก 31(1)), 33 ลงโทษจำคุก 6 เดือน

ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 3 เดือน

ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาว่าผู้ถูกกล่าวหามีเจตนากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เห็นว่า หลังจากผู้ถูกกล่าวหาได้รับการชักชวนจากนางสำรวยให้นำหลักทรัพย์ที่เป็นโฉนดที่ดินไปใช้ ขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาที่ศาลแล้ว ผู้ถูกกล่าวหาได้ไปขอออกหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินทั้งสองแปลง ซึ่งระบุว่า เพื่อนำไปใช้ในเรื่องการกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งตรงกับที่ผู้ถูกกล่าวหาเบิกความ แต่เอกสารทั้งหมดผู้ถูกกล่าวหาได้มอบให้นางสำรวยไป แม้จะปรากฏว่าในครั้งแรกผู้ถูกกล่าวหาไม่สามารถขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหายรายใดได้ ก็ไม่ปรากฏสาเหตุที่แน่ชัดว่าเนื่องมาจากหลักทรัพย์ของตนมีราคาต่ำเกินไปหรือไม่ อันอาจทำให้เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหามีส่วนรู้เห็นในการใช้หนังสือรับรองราคาประเมินปลอมในการขอให้ปล่อยชั่วคราวในครั้งต่อไป แต่กลับปรากฏว่าในการขอให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยครั้งเกิดเหตุนี้ มีชายคนหนึ่งเขียนรายละเอียดในเอกสารที่เป็นแบบพิมพ์ และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อในคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวและบัญชีทรัพย์ ผู้ถูกกล่าวหามีอาชีพทำนา อายุ 57 ปี เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาอาจจะไม่ได้ตรวจดูเอกสารให้ถี่ถ้วนก็ได้ โดยจะเห็นได้ชัดเจนจากบัญชีทรัพย์ในช่องรวมจำนวนเงินทั้งที่เป็นตัวอักษรและตัวเลขว่ามีการเขียนข้อความทับในข้อความเดิม จึงน่าเชื่อว่าก่อนมีการยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวได้มีคนบอกให้ผู้ถูกกล่าวหาลงชื่อจริง ซึ่งการลงชื่อของผู้ถูกกล่าวหาดังกล่าวก็คงหวังเพียงผลประโยชน์ตอบแทนในการที่นำหลักทรัพย์ของตนมาใช้ขอให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยโดยผู้ถูกกล่าวหาไม่ทราบว่าหนังสือรับรองราคาประเมินเป็นเอกสารปลอม การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาจึงขาดเจตนาในการใช้หนังสือรับรองราคาประเมินปลอมยื่นต่อศาลชั้นต้น จึงไม่มีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังขึ้น"

พิพากษากลับให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000997.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545