ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5100/2545
นาง วิไล ดีประเสริฐ
โจทก์
นาง ประไพ บุญถนอม
จำเลย
พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16, มาตรา 18, มาตรา 25
โจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดราชบุรีขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท อันเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่เมื่อจำเลยให้การโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทว่าเป็นของจำเลย คดีจึงเปลี่ยนเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือเป็นคดีมีทุนทรัพย์มิใช่คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้อีกต่อไป เมื่อราคาทรัพย์สินที่พิพาทซึ่งเป็นทุนทรัพย์ของคดีไม่เกินสามแสนบาท คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา ศาลจังหวัดราชบุรีชอบที่จะมีคำสั่งโอนคดีไปยังศาลแขวงราชบุรีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคสี่
___________________________
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างซึ่งต่อเติมบ้านเลขที่ 98 ออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 9734 ของโจทก์ กับให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์แปลงดังกล่าว และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ5,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้อ้างกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท และโจทก์ตั้งราคาที่ดินพิพาทจำนวน 250,000 บาท
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า เป็นคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท คดีอยู่ในเขตอำนาจศาลแขวงราชบุรีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 18, 25(4) จึงให้โอนคดีนี้ไปยังศาลแขวงราชบุรีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคสี่
โจทก์อุทธรณ์เฉพาะข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า คดีนี้เป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท อันเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ แต่เมื่อจำเลยให้การโต้แย้งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทว่าเป็นของจำเลย คดีจึงเปลี่ยนเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้หรือเป็นคดีมีทุนทรัพย์ มิใช่คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้อีกต่อไป เมื่อราคาทรัพย์สินที่พิพาทซึ่งเป็นทุนทรัพย์ของคดีไม่เกินสามแสนบาท คดีจึงอยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่จะพิจารณาพิพากษา ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
(ทองหล่อ โฉมงาม-วิรัช ลิ้มวิชัย-จิระวรรณ ศิริบุตร)
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
หมายเหตุ
ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 16 วรรคสี่ ที่บังคับให้ศาลจังหวัดมีคำสั่งโอนคดีที่เกิดขึ้นในเขตของศาลแขวงและอยู่ในอำนาจของศาลแขวงที่นำมายื่นต่อศาลจังหวัดไปยังศาลแขวงนั้น น่าจะหมายถึง คดีที่โจทก์ยื่นฟ้องมานั้น อยู่ในอำนาจศาลแขวงหรือศาลจังหวัดมาตั้งแต่ยื่นฟ้อง มิใช่ขณะยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดเพราะเป็นคดีเกินอำนาจศาลแขวง ต่อมาภายหลังมีเหตุเกิดขึ้นอันทำให้กลายเป็นคดีที่อยู่ในอำนาจศาลแขวง อย่างเช่นคดีนี้ที่จำเลยให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ทำให้กลายเป็นคดีที่มีทุนทรัพย์และเมื่อตีราคาที่ดินแล้วไม่เกิน 300,000 บาท เพราะจะขัดกับเจตนารมณ์ของกฎหมายเนื่องจากคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ยังคงเป็นกรณีขอบังคับให้ขับไล่อยู่เช่นเดิม หากโอนคดีไปศาลแขวงจะทำให้ศาลแขวงมีอำนาจพิพากษาให้ขับไล่ได้หรืออาจทำให้เกิดความไม่แน่นอนได้ เนื่องจากจำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องขอถอนคำให้การที่ให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์ได้ก็จะต้องจำหน่ายคดีจากสารบบความให้โจทก์ไปยื่นฟ้องยังศาลจังหวัด และหากโจทก์ไปยื่นฟ้องยังศาลจังหวัดแล้วก็ไม่แน่ว่าจำเลยจะปฏิบัติเช่นเดียวกันอีกหรือไม่ การตีความในทางให้ศาลจังหวัดไม่ต้องโอนคดีไปศาลแขวงในกรณีดังกล่าวจึงน่าจะเป็นธรรมกว่า ซึ่งต้องรอดูคำพิพากษาฎีกาในภายหลังว่าจะเดินตามคำพิพากษาฎีกาฉบับนี้หรือไม่ ไพโรจน์ วายุภาพ