คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5124/2545 ฉบับเต็ม

#45768
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5124/2545 บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จำกัด (มหาชน โจทก์ นางสาว ทัศนีย์ เล็กกลาง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 175 สาระสำคัญของการขอถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 175 วรรคสอง(1) อยู่ที่ว่าเมื่อจำเลยยื่นคำให้การแล้ว ศาลจะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ต้องสอบถามจำเลยก่อนเท่านั้น เมื่อสอบถามจำเลยแล้ว ศาลจะอนุญาตหรือไม่เป็นดุลพินิจโดยศาลต้องคำนึงถึงความสุจริตของโจทก์หรือการเอารัดเอาเปรียบในคดีเป็นสำคัญ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ขอถอนฟ้องเพราะโจทก์ได้ขายสิทธิการเช่าซื้อให้แก่บริษัท บ. ไปแล้ว ทั้งได้รับอนุมัติจากองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินให้ถอนฟ้องคดีนี้ได้ จึงเป็นการเชื่อว่าตนหมดอำนาจในการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งเป็นการใช้สิทธิตามปกติที่มีอยู่ มิใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต แม้จำเลยจะคัดค้านแต่ก็มิได้ให้เหตุผลอย่างใดไว้ ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจึงชอบแล้ว ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน 4 ฐ - 4624 กรุงเทพมหานคร กับโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้วขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถคืนโจทก์พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะฟ้องผิดศาลและผิดประเภทของรถยนต์ โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยและค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง ลายมือชื่อจำเลยที่ 2 ในสัญญาค้ำประกันเป็นลายมือชื่อปลอม แต่เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว คู่สัญญาต้องกลับสู่ฐานะเดิมโดยโจทก์ต้องรับรถคืนไปและคืนเงินที่จำเลยที่ 1 ชำระไปแล้วพร้อมดอกเบี้ยให้แก่จำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ระหว่างสืบพยานจำเลยโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้านศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าในกรณีที่โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องภายหลังจากจำเลยยื่นคำให้การแล้วเช่นคดีนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคสอง(1) บัญญัติว่า ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตหรืออนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ห้ามมิให้ศาลอนุญาตโดยมิได้ฟังจำเลยก่อน สาระสำคัญของบทบัญญัติดังกล่าวจึงอยู่ที่ว่า หากศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง ศาลจะต้องสอบถามจำเลยก่อนเท่านั้น เมื่อสอบถามจำเลยแล้วศาลจะอนุญาตหรือไม่เป็นดุลพินิจ โดยศาลจะต้องคำนึงถึงความสุจริตของโจทก์หรือการเอารัดเอาเปรียบในคดีเป็นสำคัญ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเพราะโจทก์ได้ขายสิทธิการเช่าซื้อให้แก่บริษัทบางกอกแคปปิตอลเวนเจอร์ จำกัดไปแล้ว ทั้งได้รับอนุมัติจากองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินให้ทำการถอนฟ้องคดีนี้ เห็นได้ว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเพราะเชื่อว่าตนเองหมดอำนาจในการดำเนินคดีต่อไป เป็นการใช้สิทธิตามปกติที่มีอยู่ มิใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตดังจำเลยทั้งสองฎีกาแต่ประการใด ในชั้นสอบถามจำเลยเรื่องนี้ จำเลยทั้งสองคัดค้านโดยไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ เลย ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องนั้นชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ในคดีนี้ควรขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกบริษัทบางกอกแคปปิตอลเวนเจอร์ จำกัด เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมตามหลักในเรื่องร้องสอดก็ดี หรือฎีกาว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 30 ก็ดี เป็นข้อกฎหมายที่จำเลยทั้งสองมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ และไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย เพราะมิได้เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิถอนฟ้องของโจทก์ที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย จึงไม่รับวินิจฉัยให้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง" พิพากษายืน (ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์-ไพศาล เจริญวุฒิ-สมศักดิ์ เนตรมัย) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
45768
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082050509"
    }
}
date
2545
deka_no
5124/2545
deka_running_no
5124
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์",
    "ไพศาล เจริญวุฒิ",
    "สมศักดิ์ เนตรมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 175"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ไอทีเอฟ จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว ทัศนีย์ เล็กกลาง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน 4 ฐ - 4624 กรุงเทพมหานคร กับโจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้วขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถคืนโจทก์พร้อมทั้งชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองให้การว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะฟ้องผิดศาลและผิดประเภทของรถยนต์ โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจึงไม่มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยและค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง ลายมือชื่อจำเลยที่ 2 ในสัญญาค้ำประกันเป็นลายมือชื่อปลอม แต่เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว คู่สัญญาต้องกลับสู่ฐานะเดิมโดยโจทก์ต้องรับรถคืนไปและคืนเงินที่จำเลยที่ 1 ชำระไปแล้วพร้อมดอกเบี้ยให้แก่จำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว ระหว่างสืบพยานจำเลยโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้านศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องจำเลยทั้งสอง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องชอบหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าในกรณีที่โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องภายหลังจากจำเลยยื่นคำให้การแล้วเช่นคดีนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 วรรคสอง(1) บัญญัติว่า ศาลจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตหรืออนุญาตภายในเงื่อนไขตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ห้ามมิให้ศาลอนุญาตโดยมิได้ฟังจำเลยก่อน สาระสำคัญของบทบัญญัติดังกล่าวจึงอยู่ที่ว่า หากศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง ศาลจะต้องสอบถามจำเลยก่อนเท่านั้น เมื่อสอบถามจำเลยแล้วศาลจะอนุญาตหรือไม่เป็นดุลพินิจ โดยศาลจะต้องคำนึงถึงความสุจริตของโจทก์หรือการเอารัดเอาเปรียบในคดีเป็นสำคัญ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเพราะโจทก์ได้ขายสิทธิการเช่าซื้อให้แก่บริษัทบางกอกแคปปิตอลเวนเจอร์ จำกัดไปแล้ว ทั้งได้รับอนุมัติจากองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินให้ทำการถอนฟ้องคดีนี้ เห็นได้ว่าโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องเพราะเชื่อว่าตนเองหมดอำนาจในการดำเนินคดีต่อไป เป็นการใช้สิทธิตามปกติที่มีอยู่ มิใช่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตดังจำเลยทั้งสองฎีกาแต่ประการใด ในชั้นสอบถามจำเลยเรื่องนี้ จำเลยทั้งสองคัดค้านโดยไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ เลย ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องนั้นชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ในคดีนี้ควรขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกบริษัทบางกอกแคปปิตอลเวนเจอร์ จำกัด เข้ามาเป็นโจทก์ร่วมตามหลักในเรื่องร้องสอดก็ดี หรือฎีกาว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 30 ก็ดี เป็นข้อกฎหมายที่จำเลยทั้งสองมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ และไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย เพราะมิได้เกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิถอนฟ้องของโจทก์ที่มีอยู่แล้วตามกฎหมาย จึงไม่รับวินิจฉัยให้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000989.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545