คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3356/2545 ฉบับเต็ม

#46115
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3356/2545 บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย ชำนาญหรือชาน วิทยศักดิ์พันธ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23 ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 198 การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์มีกำหนด 20 วัน เนื่องจากที่ประชุมกรรมการบริษัทโจทก์เพิ่งมีมติให้ทนายโจทก์ยื่นอุทธรณ์ แต่ระยะเวลาที่เหลืออยู่กระชั้นชิดไม่สามารถทำอุทธรณ์ได้ทัน นับว่ามีเหตุอันสมควรและเป็นพฤติการณ์พิเศษเพราะโจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด (มหาชน) การดำเนินการใด ๆในเรื่องสำคัญย่อมต้องกระทำในรูปมติของคณะกรรมการบริษัทซึ่งอาจไม่คล่องตัวหรือต้องล่าช้าไปบ้าง เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ฉบับแรกก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ 2 วัน และยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ฉบับที่สองโดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ห้องเก็บสำนวนหาสำนวนไม่พบ โจทก์จึงยังไม่ทราบคำสั่งศาลตามคำร้องฉบับแรก โจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาและยังมีความประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ แสดงว่าโจทก์เอาใจใส่และติดตามคดีของตนตลอดมา เมื่อโจทก์ไม่ทราบคำสั่งศาลเพราะหาสำนวนไม่พบ โจทก์ก็ดำเนินการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ต่อศาลอีกครั้งหนึ่งทันที ตามรูปคดีนับว่ามีพฤติการณ์พิเศษและมีเหตุอันควรขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 177, 180, 264, 265, 268 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ โดยอ้างว่าหลังจากโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ต่อศาลแล้ว เจ้าหน้าที่ห้องเก็บสำนวนยังหาสำนวนไม่พบโจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาและยังประสงค์จะยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26กันยายน 2543 ต่อมาวันที่ 19 ตุลาคม 2543 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์โดยอ้างว่าที่ประชุมกรรมการโจทก์มีมติเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2543 ให้ทนายโจทก์ยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากเวลากระชั้นชิดไม่สามารถทำอุทธรณ์ได้ทัน จึงขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์มีกำหนด 20 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องยังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ไม่อนุญาต และให้ยกคำร้อง หลังจากนั้นวันที่ 24 ตุลาคม 2543 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีกอ้างว่าเจ้าหน้าที่ห้องเก็บสำนวนยังหาสำนวนไม่พบ โจทก์จึงยังไม่ทราบคำสั่งศาล และโจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาในวันที่ 19 ตุลาคม 2543จึงขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ 20 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าตามคำร้องยังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ไม่อนุญาต และให้ยกคำร้อง คดีมีปัญหาชั้นฎีกาว่ามีเหตุสมควรอนุญาตขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ตามคำร้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ในวันที่ 26 กันยายน 2543 แล้ว ต่อมาวันที่ 19 ตุลาคม 2543 โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์มีกำหนด 20 วัน เนื่องจากที่ประชุมกรรมการบริษัทโจทก์เพิ่งมีมติเมื่อวันที่ 17 เดือนเดียวกันให้ทนายโจทก์ยื่นอุทธรณ์ แต่ระยะเวลาที่เหลืออยู่กระชั้นชิด ไม่สามารถทำอุทธรณ์ได้ทัน ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวนับว่ามีเหตุอันสมควรและเป็นพฤติการณ์พิเศษเพราะโจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด (มหาชน)การดำเนินการใด ๆ ในเรื่องสำคัญย่อมต้องกระทำในรูปมติของคณะกรรมการบริษัทซึ่งอาจไม่คล่องตัวและต้องล่าช้าไปบ้าง เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ฉบับแรกแล้ว ก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ 2 วัน โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ฉบับที่สองต่อศาล โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ห้องเก็บสำนวนหาสำนวนไม่พบโจทก์จึงยังไม่ทราบคำสั่งของศาลตามคำร้องฉบับแรก โจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาและยังมีความประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์20 วัน แสดงว่าโจทก์เอาใจใส่และติดตามคดีของตนตลอดมา เมื่อโจทก์ไม่ทราบคำสั่งของศาลเพราะหาสำนวนไม่พบ โจทก์ก็ดำเนินการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ต่อศาลอีกครั้งหนึ่งทันที ตามรูปคดีนับว่ามีพฤติการณ์พิเศษและมีเหตุอันควรขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ตามคำร้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับ อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์มีกำหนด 20 วันนับแต่วันที่คำพิพากษาศาลฎีกามีผลบังคับ และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไปตามกฎหมาย (วิรัช ลิ้มวิชัย-ทองหล่อ โฉมงาม-จิระวรรณ ศิริบุตร) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
46115
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082053234"
    }
}
date
2545
deka_no
3356/2545
deka_running_no
3356
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "ทองหล่อ โฉมงาม",
    "จิระวรรณ ศิริบุตร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15",
            "ม. 198"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัท สหโมเสคอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ชำนาญหรือชาน วิทยศักดิ์พันธ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 177, 180, 264, 265, 268 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ โดยอ้างว่าหลังจากโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ต่อศาลแล้ว เจ้าหน้าที่ห้องเก็บสำนวนยังหาสำนวนไม่พบโจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาและยังประสงค์จะยื่นอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26กันยายน 2543 ต่อมาวันที่ 19 ตุลาคม 2543 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์โดยอ้างว่าที่ประชุมกรรมการโจทก์มีมติเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2543 ให้ทนายโจทก์ยื่นอุทธรณ์ เนื่องจากเวลากระชั้นชิดไม่สามารถทำอุทธรณ์ได้ทัน จึงขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์มีกำหนด 20 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีตามคำร้องยังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ไม่อนุญาต และให้ยกคำร้อง หลังจากนั้นวันที่ 24 ตุลาคม 2543 โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์อีกอ้างว่าเจ้าหน้าที่ห้องเก็บสำนวนยังหาสำนวนไม่พบ โจทก์จึงยังไม่ทราบคำสั่งศาล และโจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาในวันที่ 19 ตุลาคม 2543จึงขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ 20 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าตามคำร้องยังถือไม่ได้ว่ามีพฤติการณ์พิเศษ ไม่อนุญาต และให้ยกคำร้อง คดีมีปัญหาชั้นฎีกาว่ามีเหตุสมควรอนุญาตขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ตามคำร้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ในวันที่ 26 กันยายน 2543 แล้ว ต่อมาวันที่ 19 ตุลาคม 2543 โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์มีกำหนด 20 วัน เนื่องจากที่ประชุมกรรมการบริษัทโจทก์เพิ่งมีมติเมื่อวันที่ 17 เดือนเดียวกันให้ทนายโจทก์ยื่นอุทธรณ์ แต่ระยะเวลาที่เหลืออยู่กระชั้นชิด ไม่สามารถทำอุทธรณ์ได้ทัน ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวนับว่ามีเหตุอันสมควรและเป็นพฤติการณ์พิเศษเพราะโจทก์มีฐานะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด (มหาชน)การดำเนินการใด ๆ ในเรื่องสำคัญย่อมต้องกระทำในรูปมติของคณะกรรมการบริษัทซึ่งอาจไม่คล่องตัวและต้องล่าช้าไปบ้าง เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ฉบับแรกแล้ว ก่อนสิ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ 2 วัน โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ฉบับที่สองต่อศาล โดยอ้างว่าเจ้าหน้าที่ห้องเก็บสำนวนหาสำนวนไม่พบโจทก์จึงยังไม่ทราบคำสั่งของศาลตามคำร้องฉบับแรก โจทก์เพิ่งได้รับสำเนาคำพิพากษาและยังมีความประสงค์จะอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์20 วัน แสดงว่าโจทก์เอาใจใส่และติดตามคดีของตนตลอดมา เมื่อโจทก์ไม่ทราบคำสั่งของศาลเพราะหาสำนวนไม่พบ โจทก์ก็ดำเนินการยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ต่อศาลอีกครั้งหนึ่งทันที ตามรูปคดีนับว่ามีพฤติการณ์พิเศษและมีเหตุอันควรขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้โจทก์ตามคำร้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษากลับ อนุญาตให้ขยายระยะเวลาอุทธรณ์แก่โจทก์มีกำหนด 20 วันนับแต่วันที่คำพิพากษาศาลฎีกามีผลบังคับ และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไปตามกฎหมาย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001012.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545