คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4796/2545 ฉบับเต็ม

#46145
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4796/2545 พนักงานอัยการ จังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นาย วิชาญหรือหนุ่ม ทองแก้ว จำเลย ป.อ. มาตรา 59, มาตรา 288, มาตรา 289 (4) ป.วิ.อ. มาตรา 227 จำเลยคิดถึงผู้ตายซึ่งเป็นบุตรจึงไปรับผู้ตายจาก อ. ภริยา ขณะที่จำเลยกับผู้ตายนอนเล่นอยู่ในห้องเกิดเหตุ จำเลยโกรธและเสียใจเรื่องที่ อ. ภริยาไปมีชายอื่นจึงได้คิดฆ่าตัวตายพร้อมผู้ตาย โดยนำยาฆ่าแมลงที่ซื้อเก็บไว้สำหรับใช้ฆ่าแมลงไม้ประดับที่ปลูกมาผสมนมให้ผู้ตายดื่มและจำเลยได้ดื่มด้วย แสดงว่าเหตุที่จำเลยคิดฆ่าตนเองและผู้ตายมาจากเหตุการณ์อันเนื่องจากปัญหาครอบครัว ซึ่งคิดขึ้นมาในขณะนั้นด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบที่จำเลยไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ จึงได้นำยาฆ่าแมลงที่มีอยู่แล้วในบ้านไปผสมนมให้ผู้ตายดื่ม กรณีจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเจตนาฆ่าเด็กหญิงนวพร ทองแก้ว โดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้ตระเตรียมสารพิษคาร์บาเมทซึ่งเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อชีวิต แล้วจำเลยได้นำสารพิษคาร์บาเมทผสมนมให้เด็กหญิงนวพรดื่มเข้าสู่ร่างกาย โดยที่เด็กหญิงนวพรไม่อาจรู้ได้ว่านมดังกล่าวผสมสารพิษจึงดื่มเข้าสู่ร่างกายและถึงแก่ความตาย ภายหลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมด้วยสารพิษคาร์บาเมท ของกลางซึ่งหมดไปในการตรวจพิสูจน์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289(4) จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ให้ลงโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) คงจำคุกตลอดชีวิต จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงรับฟังเป็นยุติว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เด็กหญิงนวพร ทองแก้ว บุตรของจำเลยได้ดื่มนมซึ่งมีส่วนผสมสารพิษคาร์บาเมทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพและไม่สืบพยาน ฉะนั้นจึงต้องอาศัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาเป็นข้อวินิจฉัยว่าพอเพียงที่จะฟังว่าจำเลยเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เมื่อได้พิจารณาพยานหลักฐานดังกล่าวแล้ว ข้อเท็จจริงปรากฏว่าสิ่งที่จำเลยไปจัดหาซื้อมาในวันเกิดเหตุมีเฉพาะนมสำหรับให้ผู้ตายดื่มซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ข้อเท็จจริงตรงนี้จึงยังไม่ได้แสดงว่าจำเลยมีเจตนาที่จะฆ่าผู้ตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความในบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.9 ที่พนักงานสอบสวนบันทึกไว้ตอนหนึ่งซึ่งระบุถึงเหตุการณ์ในขณะจำเลยไปรับผู้ตายมาในวันเกิดเหตุว่าจำเลยคิดถึงผู้ตายจึงไปรับมาและขณะที่นอนเล่นอยู่ในห้องที่เกิดเหตุจำเลยโกรธและเสียใจเรื่องที่นางอรุณีภริยาของจำเลยไปมีชายอื่นจึงได้คิดฆ่าตัวตายพร้อมผู้ตาย โดยนำยาฆ่าแมลงที่จำเลยซื้อเก็บไว้สำหรับใช้ฆ่าแมลงไม้ประดับที่ปลูกมาใช้กระทำความผิดดังกล่าว แสดงว่าเหตุที่จำเลยคิดฆ่าตนเองและผู้ตายมาจากเหตุการณ์อันเนื่องจากปัญหาในครอบครัวซึ่งคิดขึ้นมาในขณะนั้นด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบที่จำเลยไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ จึงได้นำยาฆ่าแมลงที่มีอยู่แล้วในบ้านไปผสมนมให้ผู้ตายดื่มดังนี้จึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและวางโทษประหารชีวิตจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย สมควรกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ให้จำคุก 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 10 ปี (พิชิต คำแฝง-สายันต์ สุรสมภพ-โนรี จันทร์ทร) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
46145
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082050975"
    }
}
date
2545
deka_no
4796/2545
deka_running_no
4796
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "พิชิต คำแฝง",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 59",
            "ม. 288",
            "ม. 289 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 227"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ จังหวัดสมุทรปราการ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย วิชาญหรือหนุ่ม ทองแก้ว"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเจตนาฆ่าเด็กหญิงนวพร ทองแก้ว โดยไตร่ตรองไว้ก่อนได้ตระเตรียมสารพิษคาร์บาเมทซึ่งเป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อชีวิต แล้วจำเลยได้นำสารพิษคาร์บาเมทผสมนมให้เด็กหญิงนวพรดื่มเข้าสู่ร่างกาย โดยที่เด็กหญิงนวพรไม่อาจรู้ได้ว่านมดังกล่าวผสมสารพิษจึงดื่มเข้าสู่ร่างกายและถึงแก่ความตาย ภายหลังเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยได้พร้อมด้วยสารพิษคาร์บาเมท ของกลางซึ่งหมดไปในการตรวจพิสูจน์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289(4)

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ให้ลงโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) คงจำคุกตลอดชีวิต

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงรับฟังเป็นยุติว่าในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เด็กหญิงนวพร ทองแก้ว บุตรของจำเลยได้ดื่มนมซึ่งมีส่วนผสมสารพิษคาร์บาเมทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยให้การรับสารภาพและไม่สืบพยาน ฉะนั้นจึงต้องอาศัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบมาเป็นข้อวินิจฉัยว่าพอเพียงที่จะฟังว่าจำเลยเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เมื่อได้พิจารณาพยานหลักฐานดังกล่าวแล้ว ข้อเท็จจริงปรากฏว่าสิ่งที่จำเลยไปจัดหาซื้อมาในวันเกิดเหตุมีเฉพาะนมสำหรับให้ผู้ตายดื่มซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ข้อเท็จจริงตรงนี้จึงยังไม่ได้แสดงว่าจำเลยมีเจตนาที่จะฆ่าผู้ตาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อความในบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเอกสารหมาย จ.9 ที่พนักงานสอบสวนบันทึกไว้ตอนหนึ่งซึ่งระบุถึงเหตุการณ์ในขณะจำเลยไปรับผู้ตายมาในวันเกิดเหตุว่าจำเลยคิดถึงผู้ตายจึงไปรับมาและขณะที่นอนเล่นอยู่ในห้องที่เกิดเหตุจำเลยโกรธและเสียใจเรื่องที่นางอรุณีภริยาของจำเลยไปมีชายอื่นจึงได้คิดฆ่าตัวตายพร้อมผู้ตาย โดยนำยาฆ่าแมลงที่จำเลยซื้อเก็บไว้สำหรับใช้ฆ่าแมลงไม้ประดับที่ปลูกมาใช้กระทำความผิดดังกล่าว แสดงว่าเหตุที่จำเลยคิดฆ่าตนเองและผู้ตายมาจากเหตุการณ์อันเนื่องจากปัญหาในครอบครัวซึ่งคิดขึ้นมาในขณะนั้นด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบที่จำเลยไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้ จึงได้นำยาฆ่าแมลงที่มีอยู่แล้วในบ้านไปผสมนมให้ผู้ตายดื่มดังนี้จึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยเจตนาฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ศาลล่างทั้งสองฟังว่าเป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและวางโทษประหารชีวิตจำเลยมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย สมควรกำหนดโทษจำเลยเสียใหม่เพื่อให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดี ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288ให้จำคุก 20 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 10 ปี
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000993.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545