คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5120/2545 ฉบับเต็ม

#46165
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5120/2545 ห้างหุ้นส่วนจำกัด มณฑลหล่อยางหนองคาย โจทก์ นาย ศิริชัย แท่นหิน จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 193/10, มาตรา 193/14, มาตรา 193/14 (1), มาตรา 193/28 เมื่อสิทธิเรียกร้องขาดอายุความประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/10และ 193/28 ให้จำเลยมีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ได้ เมื่อจำเลยไม่ใช้สิทธินั้นโดยชำระหนี้บางส่วนแก่โจทก์ จึงมีผลเพียงว่า จำเลยจะเรียกเงินที่ชำระไปแล้วคืนไม่ได้เท่านั้นส่วนการรับสภาพหนี้ด้วยการชำระหนี้บางส่วนที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(1) จะต้องกระทำก่อนที่หนี้นั้นจะขาดอายุความ ดังนั้น การชำระหนี้ของจำเลยภายหลังที่สิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความแล้ว จึงไม่ใช่การรับสภาพหนี้ ไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2536 และวันที่ 11 ธันวาคม 2536 จำเลยซื้อยางรถยนต์จากโจทก์รวมเป็นเงิน 38,260 บาท ตกลงชำระหนี้ให้แก่โจทก์ภายใน7 วัน นับแต่วันที่ได้รับสินค้า ครบกำหนดจำเลยผิดสัญญานำเงินมาชำระให้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วน โดยชำระในวันที่ 12 มกราคม 2542 จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 16มิถุนายน 2542 จำนวน 1,000 บาท จำเลยยังค้างชำระอีกจำนวน 36,260 บาทจำเลยตกลงจะชำระหนี้ส่วนที่ค้างภายใน 1 เดือน แต่เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 37,930 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 36,260 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้น จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยซื้อสินค้าจากโจทก์ โจทก์มิได้ใช้สิทธิฟ้องเรียกค่าสินค้าภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2536 คดีโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 36,260 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จสิ้นแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริง คำสั่งศาลชั้นต้นเป็นที่สุด ระหว่างอุทธรณ์ จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี ต่อมาในวันพิจารณาหลักประกัน จำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่าจำเลยยังหาประกันมาวางศาลไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยไม่นำหลักประกันมาวางตามคำสั่งศาล ถือว่าจำเลยไม่ติดใจทุเลาการบังคับคดี ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยชำระหนี้บางส่วนแก่โจทก์ภายหลังจากสิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความแล้วถือเป็นการรับสภาพหนี้ ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/10 บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องที่ขาดอายุความ ลูกหนี้มีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้" และมาตรา 193/28 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องซึ่งขาดอายุความแล้วนั้น ไม่ว่ามากน้อยเพียงใด จะเรียกคืนไม่ได้ แม้ว่าผู้ชำระหนี้ไม่รู้ว่าสิทธิเรียกร้องขาดอายุความแล้วก็ตาม" ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว จำเลยมีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ได้ เมื่อจำเลยไม่ใช้สิทธินั้นโดยชำระหนี้บางส่วนแก่โจทก์ก็มีผลเพียงว่าจำเลยจะเรียกเงินที่ชำระไปแล้วคืนไม่ได้เท่านั้น ทั้งการรับสารภาพหนี้ด้วยการชำระหนี้บางส่วนที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(1) จะต้องกระทำก่อนที่หนี้นั้นจะขาดอายุความ ดังนั้น การชำระหนี้ของจำเลยดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นเรื่องการรับสภาพหนี้ไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ธาดา กษิตินนท์-ศิริชัย สวัสดิ์มงคล-หัสดี ไกรทองสุก) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
46165
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082050509"
    }
}
date
2545
deka_no
5120/2545
deka_running_no
5120
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ธาดา กษิตินนท์",
    "ศิริชัย สวัสดิ์มงคล",
    "หัสดี ไกรทองสุก"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/10",
            "ม. 193/14",
            "ม. 193/14 (1)",
            "ม. 193/28"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด มณฑลหล่อยางหนองคาย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ศิริชัย แท่นหิน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2536 และวันที่ 11 ธันวาคม 2536 จำเลยซื้อยางรถยนต์จากโจทก์รวมเป็นเงิน 38,260 บาท ตกลงชำระหนี้ให้แก่โจทก์ภายใน7 วัน นับแต่วันที่ได้รับสินค้า ครบกำหนดจำเลยผิดสัญญานำเงินมาชำระให้แก่โจทก์ไม่ครบถ้วน โดยชำระในวันที่ 12 มกราคม 2542 จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 16มิถุนายน 2542 จำนวน 1,000 บาท จำเลยยังค้างชำระอีกจำนวน 36,260 บาทจำเลยตกลงจะชำระหนี้ส่วนที่ค้างภายใน 1 เดือน แต่เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 37,930 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 36,260 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้น

จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยซื้อสินค้าจากโจทก์ โจทก์มิได้ใช้สิทธิฟ้องเรียกค่าสินค้าภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ 11 ธันวาคม 2536 คดีโจทก์จึงขาดอายุความขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 36,260 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2542 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จสิ้นแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายและมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ปัญหาข้อเท็จจริง คำสั่งศาลชั้นต้นเป็นที่สุด

ระหว่างอุทธรณ์ จำเลยได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี ต่อมาในวันพิจารณาหลักประกัน จำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่าจำเลยยังหาประกันมาวางศาลไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยไม่นำหลักประกันมาวางตามคำสั่งศาล ถือว่าจำเลยไม่ติดใจทุเลาการบังคับคดี ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยชำระหนี้บางส่วนแก่โจทก์ภายหลังจากสิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความแล้วถือเป็นการรับสภาพหนี้ ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงหรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/10 บัญญัติว่า "สิทธิเรียกร้องที่ขาดอายุความ ลูกหนี้มีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้" และมาตรา 193/28 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องซึ่งขาดอายุความแล้วนั้น ไม่ว่ามากน้อยเพียงใด จะเรียกคืนไม่ได้ แม้ว่าผู้ชำระหนี้ไม่รู้ว่าสิทธิเรียกร้องขาดอายุความแล้วก็ตาม" ตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว จำเลยมีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ได้ เมื่อจำเลยไม่ใช้สิทธินั้นโดยชำระหนี้บางส่วนแก่โจทก์ก็มีผลเพียงว่าจำเลยจะเรียกเงินที่ชำระไปแล้วคืนไม่ได้เท่านั้น ทั้งการรับสารภาพหนี้ด้วยการชำระหนี้บางส่วนที่จะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14(1) จะต้องกระทำก่อนที่หนี้นั้นจะขาดอายุความ ดังนั้น การชำระหนี้ของจำเลยดังกล่าวจึงไม่ใช่เป็นเรื่องการรับสภาพหนี้ไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000989.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545