คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2415/2545 ฉบับเต็ม

#46513
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2415/2545 พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงนนทบุรี โจทก์ นาย สมเกียรติ แซ่ลิ้ม จำเลย ป.อ. มาตรา 362, มาตรา 364 การที่จำเลยเข้าไปในตึกแถวคูหาหนึ่งและปีนขึ้นไปบนหลังคาของตึกแถวอีกคูหาหนึ่ง เพื่อสำรวจตรวจดูทรัพย์สินของมีค่าภายในตึกแถวทั้งสองคูหาดังกล่าวเป็นการเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 เท่านั้น จะถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นตามมาตรา 362 ยังไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยไม่มีสิทธิกระทำได้และโดยไม่มีเหตุอันสมควรได้เข้าไปในตึกแถวเลขที่ 222/33 อันเป็นเคหสถานที่พักอาศัยของนางบุญรัก พฤกษ์พันธุ์รักษ์ผู้เสียหาย เพื่อสำรวจตรวจดูทรัพย์สินของมีค่าภายในเคหสถานดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการครอบครองเคหสถานของผู้เสียหายโดยปกติสุข ภายหลังจำเลยได้กระทำความผิดดังกล่าวแล้ว จำเลยโดยไม่มีสิทธิกระทำได้และโดยไม่มีเหตุอันสมควรได้ปีนขึ้นไปบนหลังคาตึกแถวเลขที่ 222/55 อันเป็นเคหสถานที่พักอาศัยของบุคคลอื่นเพื่อสำรวจตรวจดูทรัพย์สินของมีค่าภายในเคหสถานดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการครอบครองเคหสถานของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 362, 364 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,364 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรมกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่พักอาศัยของบุคคลอื่นเพื่อสำรวจตรวจดูทรัพย์สินของมีค่าภายในเคหสถานดังกล่าวถึง 2 แห่ง ในเวลาไล่เลี่ยกัน แม้จะไม่ปรากฏเจตนาที่แท้จริงของจำเลยว่ามีจุดประสงค์ใด แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของสุจริตชนตามพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยแต่อย่างไรก็ตามการกระทำของจำเลยไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายอื่นอีกและไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลฎีกาเห็นสมควรให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 อนึ่ง การที่จำเลยเข้าไปในตึกแถวเลขที่ 222/33 และปีนขึ้นไปบนหลังคาตึกแถวเลขที่ 222/55 เพื่อสำรวจตรวจดูทรัพย์สินของมีค่าภายในตึกแถวทั้งสองห้องดังกล่าวเป็นการเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 เท่านั้น จะถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นอันเป็นความผิดตามมาตรา 362 ยังไม่ได้ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้ไม่มีคู่ความอุทธรณ์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364รวม 2 กระทง ให้เปลี่ยนโทษจำคุก 2 เดือน เป็นโทษกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 (ชาญชัย ลิขิตจิตถะ-จำรูญ แสนภักดี-วสันต์ ตรีสุวรรณ) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
46513
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082054753"
    }
}
date
2545
deka_no
2415/2545
deka_running_no
2415
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ชาญชัย ลิขิตจิตถะ",
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "วสันต์ ตรีสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 362",
            "ม. 364"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงนนทบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สมเกียรติ แซ่ลิ้ม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยไม่มีสิทธิกระทำได้และโดยไม่มีเหตุอันสมควรได้เข้าไปในตึกแถวเลขที่ 222/33 อันเป็นเคหสถานที่พักอาศัยของนางบุญรัก พฤกษ์พันธุ์รักษ์ผู้เสียหาย เพื่อสำรวจตรวจดูทรัพย์สินของมีค่าภายในเคหสถานดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการครอบครองเคหสถานของผู้เสียหายโดยปกติสุข ภายหลังจำเลยได้กระทำความผิดดังกล่าวแล้ว จำเลยโดยไม่มีสิทธิกระทำได้และโดยไม่มีเหตุอันสมควรได้ปีนขึ้นไปบนหลังคาตึกแถวเลขที่ 222/55 อันเป็นเคหสถานที่พักอาศัยของบุคคลอื่นเพื่อสำรวจตรวจดูทรัพย์สินของมีค่าภายในเคหสถานดังกล่าว อันเป็นการรบกวนการครอบครองเคหสถานของบุคคลอื่นโดยปกติสุข ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 362, 364

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,364 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรมกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 2 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุกนั้น เห็นว่า การที่จำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่พักอาศัยของบุคคลอื่นเพื่อสำรวจตรวจดูทรัพย์สินของมีค่าภายในเคหสถานดังกล่าวถึง 2 แห่ง ในเวลาไล่เลี่ยกัน แม้จะไม่ปรากฏเจตนาที่แท้จริงของจำเลยว่ามีจุดประสงค์ใด แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจไม่ยำเกรงต่อกฎหมาย ก่อให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของสุจริตชนตามพฤติการณ์เป็นเรื่องร้ายแรง จึงไม่สมควรรอการลงโทษจำคุกให้จำเลยแต่อย่างไรก็ตามการกระทำของจำเลยไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายอื่นอีกและไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ศาลฎีกาเห็นสมควรให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23

อนึ่ง การที่จำเลยเข้าไปในตึกแถวเลขที่ 222/33 และปีนขึ้นไปบนหลังคาตึกแถวเลขที่ 222/55 เพื่อสำรวจตรวจดูทรัพย์สินของมีค่าภายในตึกแถวทั้งสองห้องดังกล่าวเป็นการเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควรอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364 เท่านั้น จะถือเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นอันเป็นความผิดตามมาตรา 362 ยังไม่ได้ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้ไม่มีคู่ความอุทธรณ์ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225"

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 364รวม 2 กระทง ให้เปลี่ยนโทษจำคุก 2 เดือน เป็นโทษกักขังแทนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 23 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001025.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545