คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4282/2545 ฉบับเต็ม

#46537
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4282/2545 นาย สมศักดิ์ รุ่งโรจน์วิทยกุล โจทก์ นาย กมลพันธ์ ชูศรีรัตน์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23, มาตรา 249 การที่จำเลยยื่นคำแถลงขอคัดคำพิพากษาไว้ล่วงหน้าวันก่อนครบกำหนดอุทธรณ์และเพิ่งมาทราบผลคำพิพากษาโดยย่อหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาแล้ว 1 เดือน ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษที่อ้างเพื่อขอให้ศาลขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้ได้เท่านั้น แต่มิใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 แม้ฎีกาของจำเลยจะเป็นสาระแก่คดีแต่ก็ไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากวันที่ 7 เมษายน 2543 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน105,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ วันที่ 9 พฤษภาคม 2543 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยยื่นคำแถลงขอคัดสำเนาคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2543 จนกระทั่งบัดนี้จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำพิพากษา และจากการติดตามทุกสัปดาห์ก็ยังไม่อาจทราบเหตุและผลคำพิพากษา ครั้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2543 จำเลยตรวจสอบจากคอมพิวเตอร์จึงทราบว่าจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี การที่จำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ก่อนหน้านี้เพราะเหตุดังกล่าวอันเป็นเหตุสุดวิสัย ขอให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยยื่นคำแถลงขอคัดคำพิพากษาไว้ล่วงหน้าหลายวันก่อนครบกำหนดอุทธรณ์และเพิ่งทราบผลคำพิพากษาโดยย่อเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2543 แม้ในวันที่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก็ยังมิได้รับสำเนาคำพิพากษาซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ไม่อาจจัดทำอุทธรณ์ได้เป็นเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 นั้น ศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดชัดแจ้งแล้วว่า ข้ออ้างดังกล่าวถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษที่จำเลยจะยกขึ้นอ้างเพื่อขอให้ศาลขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้ได้เท่านั้น มิใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะยื่นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ฎีกาของจำเลยไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองได้ จึงเป็นฎีกาที่เป็นสาระแก่คดีอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง" พิพากษายกฎีกาของจำเลย (วิบูลย์ มีอาสา-ศุภชัย ภู่งาม-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
46537
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051711"
    }
}
date
2545
deka_no
4282/2545
deka_running_no
4282
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "ศุภชัย ภู่งาม",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23",
            "ม. 249"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย สมศักดิ์ รุ่งโรจน์วิทยกุล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย กมลพันธ์ ชูศรีรัตน์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากวันที่ 7 เมษายน 2543 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน105,625 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

วันที่ 9 พฤษภาคม 2543 จำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยยื่นคำแถลงขอคัดสำเนาคำพิพากษาของศาลชั้นต้นตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน 2543 จนกระทั่งบัดนี้จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำพิพากษา และจากการติดตามทุกสัปดาห์ก็ยังไม่อาจทราบเหตุและผลคำพิพากษา ครั้นวันที่ 8 พฤษภาคม 2543 จำเลยตรวจสอบจากคอมพิวเตอร์จึงทราบว่าจำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี การที่จำเลยมิได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ก่อนหน้านี้เพราะเหตุดังกล่าวอันเป็นเหตุสุดวิสัย ขอให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 15 วัน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยยื่นคำแถลงขอคัดคำพิพากษาไว้ล่วงหน้าหลายวันก่อนครบกำหนดอุทธรณ์และเพิ่งทราบผลคำพิพากษาโดยย่อเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2543 แม้ในวันที่ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก็ยังมิได้รับสำเนาคำพิพากษาซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้ไม่อาจจัดทำอุทธรณ์ได้เป็นเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 นั้น ศาลฎีกาโดยความเห็นชอบของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดชัดแจ้งแล้วว่า ข้ออ้างดังกล่าวถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษที่จำเลยจะยกขึ้นอ้างเพื่อขอให้ศาลขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้ได้เท่านั้น มิใช่เหตุสุดวิสัยที่ทำให้จำเลยไม่สามารถมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะยื่นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ฎีกาของจำเลยไม่มีเหตุผลที่จะเปลี่ยนแปลงผลแห่งคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองได้ จึงเป็นฎีกาที่เป็นสาระแก่คดีอันไม่ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง"

พิพากษายกฎีกาของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000999.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545