คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4487/2545 ฉบับเต็ม

#46550
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4487/2545 ห้างหุ้นส่วนจำกัด โอเรียลเต็ลครีเอชั่น โจทก์ บริษัท โสภณพรรณ จำกัด จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 66 ป.วิ.พ. มาตรา 142 เมื่อโจทก์ได้กระทำการไปภายในวัตถุที่ประสงค์ของโจทก์ตามที่ปรากฏตามหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคล สัญญาซื้อขายระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลผูกพันคู่สัญญา โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์โดยให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินไทยในวันที่มีคำพิพากษาโดยโจทก์มิได้มีคำขอมาจึงเป็นการไม่ชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 12,028.45 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันรับสินค้าจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 12,028.45 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ เฉพาะส่วนดอกเบี้ยที่คำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 1,713.68 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับดอลลาร์สหรัฐให้คิดเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานครในวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา หากไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนเงินในวันนั้นให้ถืออัตราแลกเปลี่ยนเงินในวันสุดท้ายก่อนวันพิพากษาเป็นเกณฑ์ในการเปลี่ยนเงิน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า จำเลยได้ซื้ออะลูมิเนียมแผ่นขดเป็นม้วนจำนวน 9 ม้วน น้ำหนักรวม 34,367 กิโลกรัม จากโจทก์ในราคาตันละ 2,350 ดอลลาร์สหรัฐ ตามบันทึกยืนยันการสั่งซื้อเอกสารหมาย จ.3 จำเลยได้รับสินค้าจำนวนดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2538 และยังต้องชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์อีกจำนวน 12,028.45 ดอลลาร์สหรัฐในวันดังกล่าว แต่จำเลยไม่ชำระ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นข้อแรกว่า โจทก์ไม่มีวัตถุประสงค์ในการซื้อขายอะลูมิเนียม สัญญาซื้อขายอะลูมิเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยตามฟ้องจึงไม่มีผลผูกพันคู่สัญญาจริงหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลของโจทก์โดยสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกรมทะเบียนการค้ากระทรวงพาณิชย์ เอกสารหมาย จ.1 ได้ระบุวัตถุที่ประสงค์ทั่วไปของโจทก์ว่า ข้อ (1) ซื้อ จัดหา... ซึ่งทรัพย์สินใด ๆตลอดจนดอกผลของทรัพย์สินนั้น และข้อ (2) ขาย โอน... และจำหน่ายทรัพย์สินโดยประการอื่น การที่โจทก์สั่งซื้ออะลูมิเนียมแผ่นขดเป็นม้วนจากผู้ขายในต่างประเทศและได้ตกลงขายอะลูมิเนียมแผ่นขดเป็นม้วนจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลย ถือได้ว่า โจทก์ได้กระทำการไปภายในวัตถุที่ประสงค์ของโจทก์ ข้อ (1) และ (2) ตามที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วสัญญาซื้ออะลูมิเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลผูกพันคู่สัญญา ที่จำเลยฎีกาว่าการซื้อและขายอะลูมิเนียมตามฟ้องของโจทก์เป็นการกระทำกิจการนอกวัตถุประสงค์ของโจทก์ จึงฟังไม่ขึ้น อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์โดยให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินไทยในวันที่ศาลมีคำพิพากษา โดยโจทก์มิได้มีคำขอมาจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในส่วนที่กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินไทยออกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 (สุวัฒน์ วรรธนะหทัย-มงคล คุปต์กาญจนากุล-ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
46550
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051380"
    }
}
date
2545
deka_no
4487/2545
deka_running_no
4487
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุวัฒน์ วรรธนะหทัย",
    "มงคล คุปต์กาญจนากุล",
    "ธีรศักดิ์ เตียวัฒนานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 66"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด โอเรียลเต็ลครีเอชั่น"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัท โสภณพรรณ จำกัด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 12,028.45 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันรับสินค้าจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 12,028.45 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2538 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ เฉพาะส่วนดอกเบี้ยที่คำนวณถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 1,713.68 ดอลลาร์สหรัฐสำหรับดอลลาร์สหรัฐให้คิดเป็นเงินไทยตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ในกรุงเทพมหานครในวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา หากไม่มีอัตราแลกเปลี่ยนเงินในวันนั้นให้ถืออัตราแลกเปลี่ยนเงินในวันสุดท้ายก่อนวันพิพากษาเป็นเกณฑ์ในการเปลี่ยนเงิน

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า จำเลยได้ซื้ออะลูมิเนียมแผ่นขดเป็นม้วนจำนวน 9 ม้วน น้ำหนักรวม 34,367 กิโลกรัม จากโจทก์ในราคาตันละ 2,350 ดอลลาร์สหรัฐ ตามบันทึกยืนยันการสั่งซื้อเอกสารหมาย จ.3 จำเลยได้รับสินค้าจำนวนดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2538 และยังต้องชำระค่าสินค้าให้แก่โจทก์อีกจำนวน 12,028.45 ดอลลาร์สหรัฐในวันดังกล่าว แต่จำเลยไม่ชำระ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเป็นข้อแรกว่า โจทก์ไม่มีวัตถุประสงค์ในการซื้อขายอะลูมิเนียม สัญญาซื้อขายอะลูมิเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยตามฟ้องจึงไม่มีผลผูกพันคู่สัญญาจริงหรือไม่ เห็นว่า ตามหนังสือรับรองการเป็นนิติบุคคลของโจทก์โดยสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครกรมทะเบียนการค้ากระทรวงพาณิชย์ เอกสารหมาย จ.1 ได้ระบุวัตถุที่ประสงค์ทั่วไปของโจทก์ว่า ข้อ (1) ซื้อ จัดหา... ซึ่งทรัพย์สินใด ๆตลอดจนดอกผลของทรัพย์สินนั้น และข้อ (2) ขาย โอน... และจำหน่ายทรัพย์สินโดยประการอื่น การที่โจทก์สั่งซื้ออะลูมิเนียมแผ่นขดเป็นม้วนจากผู้ขายในต่างประเทศและได้ตกลงขายอะลูมิเนียมแผ่นขดเป็นม้วนจำนวนดังกล่าวให้แก่จำเลย ถือได้ว่า โจทก์ได้กระทำการไปภายในวัตถุที่ประสงค์ของโจทก์ ข้อ (1) และ (2) ตามที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วสัญญาซื้ออะลูมิเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยจึงมีผลผูกพันคู่สัญญา ที่จำเลยฎีกาว่าการซื้อและขายอะลูมิเนียมตามฟ้องของโจทก์เป็นการกระทำกิจการนอกวัตถุประสงค์ของโจทก์ จึงฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้จำเลยชำระหนี้ตามฟ้องแก่โจทก์โดยให้คิดอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินไทยในวันที่ศาลมีคำพิพากษา โดยโจทก์มิได้มีคำขอมาจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในส่วนที่กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินไทยออกเสีย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000996.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545