คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5374/2545 ฉบับเต็ม

#46582
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5374/2545 นาง ถุงทอง ศิริกำเนิด โจทก์ นาง สายพรวน เศียรกระโทก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 271, มาตรา 296 เบญจ, มาตรา 302 เมื่อศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยแพ้คดี จำเลยต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยรื้อรั้วตามรูปกากบาทเส้นสีแดงในแผนที่เอกสารท้ายฟ้อง เฉพาะบางส่วนที่เริ่มตั้งแต่ด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ตามระยะทางที่โจทก์สามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ ฉะนั้น การที่จำเลยแถลงต่อศาลว่าไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์แต่อย่างใดแสดงว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว จึงมีอำนาจโดยชอบโดยตรงที่จะดำเนินการแก่จำเลยเพื่อให้คำพิพากษาของศาลฎีกามีผลบังคับใช้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 ส่วนวิธีดำเนินการกับจำเลยเกี่ยวกับการรื้อรั้วนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 เบญจ ได้บัญญัติไว้แล้ว แต่ศาลชั้นต้นหาได้กระทำไม่ กลับออกคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาซึ่งเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ เพราะจำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่แล้วโดยไม่จำต้องให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบังคับคดีต่อไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยรื้อรั้วตามรูปกากบาทเส้นสีแดงในแผนที่สำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 เฉพาะบางส่วนที่เริ่มต้นตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวโจทก์ ตามระยะเวลาทางที่โจทก์จะสามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยได้รื้อรั้วพิพาทแล้วบางส่วนมีความกว้าง 4 เมตร ซึ่งระยะดังกล่าวโจทก์สามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ และจำเลยแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว โจทก์แถลงว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาโดยครบถ้วน จำเลยต้องรื้อรั้วตั้งแต่หัวเสาทางด้านทิศตะวันออกไปถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ โจทก์และจำเลยไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงงดการบังคับคดีขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งต่อไป ในวันนัดพร้อมศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์และจำเลย โจทก์แถลงว่า จำเลยรื้อรั้วเฉพาะบริเวณยุ้งข้าวของโจทก์เท่านั้น แต่ไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงยุ้งข้าวโจทก์ จำเลยแถลงว่า จำเลยได้รื้อรั้วแล้วบางส่วนเพื่อเป็นช่องให้โจทก์นำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ แต่ไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องรื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ จึงมีคำสั่งให้จำเลยรื้อรั้วบางส่วนทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ตามระยะทางที่โจทก์จะสามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เป็นที่เห็นได้ว่ามูลคดีเดิมถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาให้จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าว นั้นก็คือจำเลยต้องรื้อรั้วตามรูปกากบาทเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1เฉพาะบางส่วนที่เริ่มตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ตามระยะทางที่โจทก์จะสามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ ฉะนั้น การที่จำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์แต่อย่างใด ดังที่ปรากฏรายละเอียดตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 11 ตุลาคม 2543 แสดงว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นได้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจโดยชอบโดยตรงที่จะดำเนินการแก่จำเลยเพื่อให้คำพิพากษาของศาลฎีกามีผลบังคับใช้ ทั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 ส่วนวิธีดำเนินการกับจำเลยเกี่ยวกับการรื้อรั้วนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งภาค 4 ลักษณะ 2 ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง มาตรา 296 เบญจ ก็ได้บัญญัติให้อำนาจไว้แล้วเช่นกัน แต่ศาลชั้นต้นหาได้กระทำไม่ กลับออกคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาคำสั่งของศาลชั้นต้นเช่นนี้เห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบเพราะจำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่แล้ว โดยไม่จำต้องให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบังคับคดีต่อไป สำหรับฎีกาอื่น ๆ ของจำเลยนั้นเห็นว่าไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง" พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายต่อไป (พันธาวุธ ปาณิกบุตร-ดลจรัส รัตนโศภิต-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
46582
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082050179"
    }
}
date
2545
deka_no
5374/2545
deka_running_no
5374
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "พันธาวุธ ปาณิกบุตร",
    "ดลจรัส รัตนโศภิต",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 271",
            "ม. 296 เบญจ",
            "ม. 302"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง ถุงทอง ศิริกำเนิด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง สายพรวน เศียรกระโทก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยรื้อรั้วตามรูปกากบาทเส้นสีแดงในแผนที่สำเนาเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 เฉพาะบางส่วนที่เริ่มต้นตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวโจทก์ ตามระยะเวลาทางที่โจทก์จะสามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้

เจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานต่อศาลชั้นต้นว่าจำเลยได้รื้อรั้วพิพาทแล้วบางส่วนมีความกว้าง 4 เมตร ซึ่งระยะดังกล่าวโจทก์สามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ และจำเลยแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว โจทก์แถลงว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาโดยครบถ้วน จำเลยต้องรื้อรั้วตั้งแต่หัวเสาทางด้านทิศตะวันออกไปถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ โจทก์และจำเลยไม่สามารถตกลงกันได้ เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงงดการบังคับคดีขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งต่อไป

ในวันนัดพร้อมศาลชั้นต้นสอบถามโจทก์และจำเลย โจทก์แถลงว่า จำเลยรื้อรั้วเฉพาะบริเวณยุ้งข้าวของโจทก์เท่านั้น แต่ไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงยุ้งข้าวโจทก์

จำเลยแถลงว่า จำเลยได้รื้อรั้วแล้วบางส่วนเพื่อเป็นช่องให้โจทก์นำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ แต่ไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว เห็นว่า จำเลยมีหน้าที่ต้องรื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ จึงมีคำสั่งให้จำเลยรื้อรั้วบางส่วนทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ตามระยะทางที่โจทก์จะสามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เป็นที่เห็นได้ว่ามูลคดีเดิมถึงที่สุดตามคำพิพากษาของศาลฎีกาให้จำเลยเป็นฝ่ายแพ้คดี จำเลยจึงต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาดังกล่าว นั้นก็คือจำเลยต้องรื้อรั้วตามรูปกากบาทเส้นสีแดงในแผนที่สังเขปเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1เฉพาะบางส่วนที่เริ่มตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์ตามระยะทางที่โจทก์จะสามารถนำรถยนต์เข้าไปขนข้าวในยุ้งข้าวของโจทก์ได้ ฉะนั้น การที่จำเลยแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าไม่ได้รื้อรั้วตั้งแต่ทางด้านทิศตะวันออกไปทางด้านทิศตะวันตกจนถึงแนวยุ้งข้าวของโจทก์แต่อย่างใด ดังที่ปรากฏรายละเอียดตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 11 ตุลาคม 2543 แสดงว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา เมื่อศาลชั้นต้นได้ออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้วศาลชั้นต้นจึงมีอำนาจโดยชอบโดยตรงที่จะดำเนินการแก่จำเลยเพื่อให้คำพิพากษาของศาลฎีกามีผลบังคับใช้ ทั้งนี้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 302 ส่วนวิธีดำเนินการกับจำเลยเกี่ยวกับการรื้อรั้วนั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งภาค 4 ลักษณะ 2 ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง มาตรา 296 เบญจ ก็ได้บัญญัติให้อำนาจไว้แล้วเช่นกัน แต่ศาลชั้นต้นหาได้กระทำไม่ กลับออกคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาคำสั่งของศาลชั้นต้นเช่นนี้เห็นว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบเพราะจำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกาอยู่แล้ว โดยไม่จำต้องให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นชอบที่จะสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบังคับคดีต่อไป สำหรับฎีกาอื่น ๆ ของจำเลยนั้นเห็นว่าไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคำพิพากษาเปลี่ยนแปลง"

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีตามกฎหมายต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000986.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545