คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5565/2545 ฉบับเต็ม

#46586
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5565/2545 นาง จันศรี วิเศษอุต กับพวก โจทก์ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 59 โจทก์แต่ละคนต่างเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เมื่อโจทก์แต่ละคนอ้างว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 เก็บเงินจากสมาชิกไปแล้วไม่นำเงินไปชำระแก่ผู้รับประโยชน์ของสมาชิกที่ถึงแก่ความตายอันเป็นการผิดสัญญา ขอให้คืนเงินที่สมาชิกถึงแก่ความตายไปแล้วและสมาชิกที่มีชีวิตอยู่ได้ชำระไปแล้วแก่โจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกแต่ละคน ถือว่าโจทก์แต่ละคนมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีโจทก์แต่ละคนฟ้องจำเลยทั้งแปดเป็นคู่ความในคดีเดียวกันได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 290 ซึ่งเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมเด็จจำเลยที่ 1 ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันชำระเงินค่าสมาชิกที่ชำระไปแล้วคืนให้แก่โจทก์ทั้ง 290 คน รวม 11,614,150 บาท โดยขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขออนาถา ระหว่างการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ที่ 7 ที่ 20 ที่ 33 ที่ 39 ที่ 41 ที่ 42 ที่ 54 ที่ 66 ที่ 68 ที่ 70 ที่ 72 ที่ 76 ที่ 88 ที่ 91 ถึงที่ 93 ที่ 99 ที่ 101 ที่ 102 ที่ 123 ถึงที่ 125 ที่ 128 ถึงที่ 132 ที่ 134 ที่ 135 ที่ 139 ที่ 143 ที่ 144 ที่ 148 ที่ 149 ที่ 164 ถึงที่ 166 ที่ 177 ที่ 181 ที่ 206 ที่ 207 ที่ 215 ที่ 225 ที่ 227 ที่ 231 ที่ 235 ที่ 241 ที่ 265 ที่ 270 ที่ 278 ที่ 288 และที่ 289 สาบานตัว แต่โจทก์ดังกล่าวไม่สาบานตัว จึงงดไต่สวนอนาถาสำหรับโจทก์ดังกล่าว และให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระ แต่โจทก์ดังกล่าวเพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในกำหนดศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องโจทก์ดังกล่าว ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาสำหรับโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6ที่ 8 ถึงที่ 19 ที่ 21 ถึงที่ 32 ที่ 34 ถึงที่ 38 ที่ 43 ถึงที่ 53 ที่ 55 ถึงที่ 65 ที่ 67 ที่ 69 ที่ 71 ที่ 73 ถึงที่ 75 ที่ 77 ถึงที่ 87 ที่ 89 ที่ 90 ที่ 94 ถึงที่ 98 ที่ 100 ที่ 103 ถึงที่ 122 ที่ 126 ที่ 127 ที่ 133 ที่ 136 ถึงที่ 138 ที่ 140 ถึงที่ 142 ที่ 145 ถึงที่ 147 ที่ 150 ถึงที่ 163 ที่ 167 ถึงที่ 176 ที่ 178 ถึงที่ 180 ที่ 182 ถึงที่ 205 ที่ 208 ถึงที่ 214 ที่ 216 ถึงที่ 224 ที่ 226 ที่ 228 ถึงที่ 230 ที่ 232 ถึงที่ 234 ที่ 236 ถึงที่ 240 ที่ 242 ถึงที่ 264ที่ 266 ถึงที่ 269ที่ 271 ถึงที่ 277 ที่ 279 ถึงที่ 287 และที่ 290 แล้ววินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ดังกล่าวหามีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีไม่ จึงไม่สามารถฟ้องมาในคดีเดียวกันได้ ศาลไม่อาจรับคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวไว้พิจารณาได้ กรณีไม่จำต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาอีก โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ที่ 8 ถึงที่ 19 ที่ 21 ถึงที่ 32 ที่ 34 ถึงที่ 38 ที่ 43 ถึงที่ 53 ที่ 55 ถึงที่ 65 ที่ 67 ที่ 69 ที่ 71 ที่ 73 ถึงที่ 75 ที่ 77 ถึงที่ 87 ที่ 89 ที่ 90 ที่ 94 ถึงที่ 98 ที่ 100 ที่ 103 ถึงที่ 122 ที่ 126 ที่ 127 ที่ 136 ถึงที่ 138 ที่ 140 ถึงที่ 142 ที่ 145 ถึงที่ 147 ที่ 150 ถึงที่ 163 ที่ 167 ถึงที่ 176 ที่ 178 ถึงที่ 180 ที่ 182 ถึงที่ 205 ที่ 208 ถึงที่ 214 ที่ 216 ถึงที่ 224 ที่ 226 ถึงที่ 230 ที่ 232 ถึงที่ 234 ที่ 236 ถึงที่ 240 ที่ 242 ถึงที่ 264 ที่ 266 ถึงที่ 269 ที่ 271 ถึงที่ 277 ที่ 279 ถึงที่ 287 และที่ 290 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า โจทก์ที่อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาแต่ละคนดังกล่าวจะฟ้องจำเลยทั้งแปดรวมกันมาในคดีเดียวกันได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์แต่ละคนต่างเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์แต่ละคนต่างอ้างว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 เก็บเงินจากสมาชิกไปแล้วไม่นำเงินไปชำระแก่ผู้รับประโยชน์ของสมาชิกที่ถึงแก่ความตายอันเป็นการผิดสัญญา ขอให้คืนเงินที่สมาชิกที่ถึงแก่ความตายไปแล้วและสมาชิกที่มีชีวิตอยู่ได้ชำระไปแล้วคนละ 20 บาท ตั้งแต่ปี 2534 ถึงปี 2541 แก่โจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกแต่ละคน ดังนี้ ถือว่าโจทก์แต่ละคนมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี โจทก์แต่ละคนอาจฟ้องเป็นคู่ความในคดีเดียวกันได้ ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องโจทก์แต่ละคนนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ที่ 8 ถึงที่ 19 ที่ 21 ถึงที่ 32 ที่ 34 ถึงที่ 38 ที่ 43 ถึงที่ 53 ที่ 55 ถึงที่ 65 ที่ 67 ที่ 69 ที่ 71 ที่ 73 ถึงที่ 75 ที่ 77 ถึงที่ 87 ที่ 89 ที่ 90 ที่ 94 ถึงที่ 98 ที่ 100 ที่ 103 ถึงที่ 122 ที่ 126 ที่ 127 ที่ 136 ถึงที่ 138 ที่ 140 ถึงที่ 142 ที่ 145 ถึงที่ 147 ที่ 150 ถึงที่ 163 ที่ 167 ถึงที่ 176 ที่ 178 ถึงที่ 180 ที่ 182 ถึงที่ 205 ที่ 208 ถึงที่ 214 ที่ 216 ถึงที่ 224 ที่ 226 ถึงที่ 230 ที่ 232 ถึงที่ 234 ที่ 236 ถึงที่ 240 ที่ 242 ถึงที่ 264 ที่ 266 ถึงที่ 269 ที่ 271 ถึงที่ 277 ที่ 279 ที่ 287 และที่ 290 ฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฟ้องและให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาว่าจะอนุญาตหรือยกคำขอนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา (สบโชค สุขารมณ์-ชูชาติ ศรีแสง-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
46586
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082049956"
    }
}
date
2545
deka_no
5565/2545
deka_running_no
5565
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สบโชค สุขารมณ์",
    "ชูชาติ ศรีแสง",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 59"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง จันศรี วิเศษอุต กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 290 ซึ่งเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมเด็จจำเลยที่ 1 ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันชำระเงินค่าสมาชิกที่ชำระไปแล้วคืนให้แก่โจทก์ทั้ง 290 คน รวม 11,614,150 บาท โดยขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนคำร้องขออนาถา

ระหว่างการไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์ที่ 7 ที่ 20 ที่ 33 ที่ 39 ที่ 41 ที่ 42 ที่ 54 ที่ 66 ที่ 68 ที่ 70 ที่ 72 ที่ 76 ที่ 88 ที่ 91 ถึงที่ 93 ที่ 99 ที่ 101 ที่ 102 ที่ 123 ถึงที่ 125 ที่ 128 ถึงที่ 132 ที่ 134 ที่ 135 ที่ 139 ที่ 143 ที่ 144 ที่ 148 ที่ 149 ที่ 164 ถึงที่ 166 ที่ 177 ที่ 181 ที่ 206 ที่ 207 ที่ 215 ที่ 225 ที่ 227 ที่ 231 ที่ 235 ที่ 241 ที่ 265 ที่ 270 ที่ 278 ที่ 288 และที่ 289 สาบานตัว แต่โจทก์ดังกล่าวไม่สาบานตัว จึงงดไต่สวนอนาถาสำหรับโจทก์ดังกล่าว และให้นำค่าธรรมเนียมศาลมาชำระ แต่โจทก์ดังกล่าวเพิกเฉยไม่ดำเนินการภายในกำหนดศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องโจทก์ดังกล่าว

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาสำหรับโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6ที่ 8 ถึงที่ 19 ที่ 21 ถึงที่ 32 ที่ 34 ถึงที่ 38 ที่ 43 ถึงที่ 53 ที่ 55 ถึงที่ 65 ที่ 67 ที่ 69 ที่ 71 ที่ 73 ถึงที่ 75 ที่ 77 ถึงที่ 87 ที่ 89 ที่ 90 ที่ 94 ถึงที่ 98 ที่ 100 ที่ 103 ถึงที่ 122 ที่ 126 ที่ 127 ที่ 133 ที่ 136 ถึงที่ 138 ที่ 140 ถึงที่ 142 ที่ 145 ถึงที่ 147 ที่ 150 ถึงที่ 163 ที่ 167 ถึงที่ 176 ที่ 178 ถึงที่ 180 ที่ 182 ถึงที่ 205 ที่ 208 ถึงที่ 214 ที่ 216 ถึงที่ 224 ที่ 226 ที่ 228 ถึงที่ 230 ที่ 232 ถึงที่ 234 ที่ 236 ถึงที่ 240 ที่ 242 ถึงที่ 264ที่ 266 ถึงที่ 269ที่ 271 ถึงที่ 277 ที่ 279 ถึงที่ 287 และที่ 290 แล้ววินิจฉัยว่า คดีของโจทก์ดังกล่าวหามีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดีไม่ จึงไม่สามารถฟ้องมาในคดีเดียวกันได้ ศาลไม่อาจรับคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าวไว้พิจารณาได้ กรณีไม่จำต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาอีก

โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ที่ 8 ถึงที่ 19 ที่ 21 ถึงที่ 32 ที่ 34 ถึงที่ 38 ที่ 43 ถึงที่ 53 ที่ 55 ถึงที่ 65 ที่ 67 ที่ 69 ที่ 71 ที่ 73 ถึงที่ 75 ที่ 77 ถึงที่ 87 ที่ 89 ที่ 90 ที่ 94 ถึงที่ 98 ที่ 100 ที่ 103 ถึงที่ 122 ที่ 126 ที่ 127 ที่ 136 ถึงที่ 138 ที่ 140 ถึงที่ 142 ที่ 145 ถึงที่ 147 ที่ 150 ถึงที่ 163 ที่ 167 ถึงที่ 176 ที่ 178 ถึงที่ 180 ที่ 182 ถึงที่ 205 ที่ 208 ถึงที่ 214 ที่ 216 ถึงที่ 224 ที่ 226 ถึงที่ 230 ที่ 232 ถึงที่ 234 ที่ 236 ถึงที่ 240 ที่ 242 ถึงที่ 264 ที่ 266 ถึงที่ 269 ที่ 271 ถึงที่ 277 ที่ 279 ถึงที่ 287 และที่ 290 อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยว่า โจทก์ที่อุทธรณ์โดยตรงต่อศาลฎีกาแต่ละคนดังกล่าวจะฟ้องจำเลยทั้งแปดรวมกันมาในคดีเดียวกันได้หรือไม่ เห็นว่า โจทก์แต่ละคนต่างเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกจำเลยที่ 1 เมื่อโจทก์แต่ละคนต่างอ้างว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 เก็บเงินจากสมาชิกไปแล้วไม่นำเงินไปชำระแก่ผู้รับประโยชน์ของสมาชิกที่ถึงแก่ความตายอันเป็นการผิดสัญญา ขอให้คืนเงินที่สมาชิกที่ถึงแก่ความตายไปแล้วและสมาชิกที่มีชีวิตอยู่ได้ชำระไปแล้วคนละ 20 บาท ตั้งแต่ปี 2534 ถึงปี 2541 แก่โจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกและผู้รับประโยชน์ของสมาชิกแต่ละคน ดังนี้ ถือว่าโจทก์แต่ละคนมีผลประโยชน์ร่วมกันในมูลความแห่งคดี โจทก์แต่ละคนอาจฟ้องเป็นคู่ความในคดีเดียวกันได้ ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องโจทก์แต่ละคนนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ที่ 8 ถึงที่ 19 ที่ 21 ถึงที่ 32 ที่ 34 ถึงที่ 38 ที่ 43 ถึงที่ 53 ที่ 55 ถึงที่ 65 ที่ 67 ที่ 69 ที่ 71 ที่ 73 ถึงที่ 75 ที่ 77 ถึงที่ 87 ที่ 89 ที่ 90 ที่ 94 ถึงที่ 98 ที่ 100 ที่ 103 ถึงที่ 122 ที่ 126 ที่ 127 ที่ 136 ถึงที่ 138 ที่ 140 ถึงที่ 142 ที่ 145 ถึงที่ 147 ที่ 150 ถึงที่ 163 ที่ 167 ถึงที่ 176 ที่ 178 ถึงที่ 180 ที่ 182 ถึงที่ 205 ที่ 208 ถึงที่ 214 ที่ 216 ถึงที่ 224 ที่ 226 ถึงที่ 230 ที่ 232 ถึงที่ 234 ที่ 236 ถึงที่ 240 ที่ 242 ถึงที่ 264 ที่ 266 ถึงที่ 269 ที่ 271 ถึงที่ 277 ที่ 279 ที่ 287 และที่ 290 ฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้ยกคำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฟ้องและให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาว่าจะอนุญาตหรือยกคำขอนั้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษา
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000984.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545