คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4556/2545 ฉบับเต็ม

#47392
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4556/2545 ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน โจทก์ นาย ประเสริฐ จองวิริยะวงศ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 208 เดิม, มาตรา 229 จำเลยขาดนัดพิจารณาและศาลชั้นต้นพิพากษาบังคับจำเลยชำระหนี้แก่โจทก์จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่ ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่บังคับให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ถูกยกเลิกเพิกถอนไปได้ ผลเท่ากับเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนั้น จำเลยต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 โดยศาลชั้นต้นไม่จำต้องมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติก่อน เมื่อจำเลยไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว อุทธรณ์ของจำเลยจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์และบังคับจำนอง จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีแต่ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 5,386,169.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18ต่อปี นับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ มิฉะนั้นให้บังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 6912 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยทั้งสามชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสามจงใจไม่มาศาลและไม่มีข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว มีปัญหาชั้นฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คดีได้ความว่าจำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณาและศาลชั้นต้นได้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่ ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่บังคับให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้แก่โจทก์ถูกยกเลิกเพิกถอนไปได้ ผลเท่ากับเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นอยู่ในตัวนั่นเอง ดังนั้น จำเลยทั้งสามต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 โดยศาลชั้นต้นไม่จำต้องมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามปฏิบัติก่อน เมื่อจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายการที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วิรัช ลิ้มวิชัย-ศิริชัย สวัสดิ์มงคล-สายันต์ สุรสมภพ) แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
47392
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082051210"
    }
}
date
2545
deka_no
4556/2545
deka_running_no
4556
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "วิรัช ลิ้มวิชัย",
    "ศิริชัย สวัสดิ์มงคล",
    "สายันต์ สุรสมภพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 208 เดิม",
            "ม. 229"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย ประเสริฐ จองวิริยะวงศ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์และบังคับจำนอง จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้คดีแต่ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 5,386,169.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 18ต่อปี นับแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ มิฉะนั้นให้บังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 6912 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยทั้งสามชำระค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 15,000 บาท

จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่

ศาลชั้นต้นพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสามจงใจไม่มาศาลและไม่มีข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสาม คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสาม ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยแล้ว มีปัญหาชั้นฎีกาว่า คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ คดีได้ความว่าจำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณาและศาลชั้นต้นได้พิพากษาบังคับจำเลยทั้งสามชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้น โดยขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้พิจารณาใหม่ ซึ่งจะทำให้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่บังคับให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้แก่โจทก์ถูกยกเลิกเพิกถอนไปได้ ผลเท่ากับเป็นการอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นอยู่ในตัวนั่นเอง ดังนั้น จำเลยทั้งสามต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นมาวางศาลพร้อมกับอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 229 โดยศาลชั้นต้นไม่จำต้องมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสามปฏิบัติก่อน เมื่อจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าว อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามจึงเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายการที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสามจึงชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000995.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545