คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 996/2551 ฉบับเต็ม

#474480
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 996/2551 บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง บริษัทกมลประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 ป.วิ.พ. มาตรา 222 ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ผู้คัดค้านชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ร้องตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยทั้ง 14 คำชี้ขาด ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไม่มีอำนาจพิจารณาและชี้ขาดคำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้องนั้น เป็นกรณีที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างว่าการบังคับตามคำชี้ขาดและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 222 ผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ สัญญาการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัย บทส่งท้าย ข้อ. 35 ระบุว่า "คู่สัญญามีสิทธิถอนตัวออกจากความผูกพันตามสัญญานี้ได้โดยการมีหนังสือแจ้งการถอนตัวส่งถึงนายกสมาคมประกันวินาศภัยล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 60 วัน ก่อนวันที่การบอกเลิกมีผลบังคับ และผลแห่งการบอกเลิกสัญญานี้ไม่กระทบถึงเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการและเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนการบอกกล่าวถอนตัวจะมีผล" เมื่อมูลเหตุแห่งข้อพิพาทตามคำเสนอข้อพิพาทที่ผู้ร้องเสนอต่ออนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนการบอกกล่าวถอนตัวของผู้คัดค้านจะมีผล การบอกเลิกสัญญาของผู้คัดค้านจึงไม่มีผลกระทบถึงเรื่องดังกล่าว ผู้ร้องและผู้คัดค้านยังคงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยกันต่อไป อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยจึงมีอำนาจพิจารณาและชี้ขาดคำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้อง ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยรวมเป็นต้นเงินและดอกเบี้ยพร้อมค่าธรรมเนียมชั้นอนุญาโตตุลาการทั้ง 14 คำชี้ขาดเป็นเงิน 181,605.88 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 128,491.94 บาท นับถัดจากวันยื่นคำร้องเป็นต้นไปจนกว่าผู้คัดค้านจะชำระเงินแก่ผู้ร้องเสร็จสิ้น ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 181,605.88 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 128,491.94 บาท นับถัดจากวันที่ยื่นคำร้อง (ยื่นคำร้องวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง กับให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 600 บาท ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องกับผู้คัดค้านตกลงทำสัญญาการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัย ต่อมาผู้คัดค้านได้ทำหนังสือขอถอนตัวจากสัญญาดังกล่าวซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2545 ผู้ร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยชี้ขาด อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยมีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระเงินแก่ผู้ร้องทั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือไม่ เห็นว่า ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ผู้คัดค้านชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ร้องตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยทั้ง 14 คำชี้ขาดไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไม่มีอำนาจพิจารณาและชี้ขาดคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้องนั้น เป็นกรณีที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างว่าการบังคับตามคำชี้ขาดและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 222 ผู้คัดค้านจึงมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่า อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยมีอำนาจพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทดังกล่าวได้หรือไม่ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยภายหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านได้พ้นจากความผูกพันตามสัญญาการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยแล้ว อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยจึงไม่มีอำนาจรับเรื่องไว้พิจารณานั้น เห็นว่า ตามสัญญาการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัย บทส่งท้าย ข้อ 35 ที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านได้ร่วมกันทำขึ้นระบุว่า "คู่สัญญามีสิทธิถอนตัวออกจากความผูกพันตามสัญญานี้ได้โดยการมีหนังสือแจ้งการถอนตัวส่งถึงนายกสมาคมประกันวินาศภัยล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 60 วัน ก่อนวันที่การบอกเลิกมีผลบังคับ และผลแห่งการบอกเลิกสัญญานี้ไม่กระทบถึงเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการและเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนการบอกกล่าวถอนตัวจะมีผล" เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่ามูลเหตุแห่งข้อพิพาท 14 คำเสนอข้อพิพาท ที่ผู้ร้องเสนอต่ออนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนการบอกกล่าวถอนตัวของผู้คัดค้านจะมีผล ดังนั้นผลแห่งการบอกเลิกสัญญาของผู้คัดค้านจึงไม่มีผลกระทบถึงเรื่องดังกล่าว ผู้ร้องและผู้คัดค้านยังคงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อกันตามสัญญาการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยกันต่อไป แม้การบอกเลิกสัญญาจะมีผลแล้วผู้ร้องก็ยังคงมีสิทธิยื่นคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยได้ อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยจึงมีอำนาจพิจารณาและชี้ขาดคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระเงินแก่ผู้ร้องตามที่อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยชี้ขาดมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนผู้ร้อง 1,000 บาท. (ประทีป เฉลิมภัทรกุล-วีระชาติ เอี่ยมประไพ-มนูพงศ์ รุจิกัณหะ) ศาลแขวงปทุมวัน - นายทานนท์ สันติพิทักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
474480
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงปทุมวัน",
        "judge": "นายทานนท์ สันติพิทักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082012014"
    }
}
date
2551
deka_no
996/2551
deka_running_no
996
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป เฉลิมภัทรกุล",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "มนูพงศ์ รุจิกัณหะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 45"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 222"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "บริษัทกมลประกันภัย จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยรวมเป็นต้นเงินและดอกเบี้ยพร้อมค่าธรรมเนียมชั้นอนุญาโตตุลาการทั้ง 14 คำชี้ขาดเป็นเงิน 181,605.88 บาท และดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 128,491.94 บาท นับถัดจากวันยื่นคำร้องเป็นต้นไปจนกว่าผู้คัดค้านจะชำระเงินแก่ผู้ร้องเสร็จสิ้น

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระเงินจำนวน 181,605.88 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 128,491.94 บาท นับถัดจากวันที่ยื่นคำร้อง (ยื่นคำร้องวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง กับให้ผู้คัดค้านใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความ 600 บาท

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ผู้ร้องกับผู้คัดค้านตกลงทำสัญญาการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัย ต่อมาผู้คัดค้านได้ทำหนังสือขอถอนตัวจากสัญญาดังกล่าวซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2545 ผู้ร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทให้อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยชี้ขาด อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยมีคำชี้ขาดให้ผู้คัดค้านชำระเงินแก่ผู้ร้องทั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาท

มีปัญหาต้องวินิจฉัยประการแรกว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาหรือไม่ เห็นว่า ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ผู้คัดค้านชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่ผู้ร้องตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยทั้ง 14 คำชี้ขาดไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยไม่มีอำนาจพิจารณาและชี้ขาดคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้องนั้น เป็นกรณีที่ผู้คัดค้านกล่าวอ้างว่าการบังคับตามคำชี้ขาดและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 45 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 222 ผู้คัดค้านจึงมีสิทธิอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยประการต่อมาว่า อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยมีอำนาจพิจารณาและชี้ขาดข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทดังกล่าวได้หรือไม่ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยภายหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2545 ซึ่งเป็นวันที่ผู้คัดค้านได้พ้นจากความผูกพันตามสัญญาการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยแล้ว อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยจึงไม่มีอำนาจรับเรื่องไว้พิจารณานั้น เห็นว่า ตามสัญญาการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัย บทส่งท้าย ข้อ 35 ที่ผู้ร้องและผู้คัดค้านได้ร่วมกันทำขึ้นระบุว่า "คู่สัญญามีสิทธิถอนตัวออกจากความผูกพันตามสัญญานี้ได้โดยการมีหนังสือแจ้งการถอนตัวส่งถึงนายกสมาคมประกันวินาศภัยล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 60 วัน ก่อนวันที่การบอกเลิกมีผลบังคับ และผลแห่งการบอกเลิกสัญญานี้ไม่กระทบถึงเรื่องที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการและเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนการบอกกล่าวถอนตัวจะมีผล" เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่ามูลเหตุแห่งข้อพิพาท 14 คำเสนอข้อพิพาท ที่ผู้ร้องเสนอต่ออนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนการบอกกล่าวถอนตัวของผู้คัดค้านจะมีผล ดังนั้นผลแห่งการบอกเลิกสัญญาของผู้คัดค้านจึงไม่มีผลกระทบถึงเรื่องดังกล่าว ผู้ร้องและผู้คัดค้านยังคงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติต่อกันตามสัญญาการระงับข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยกันต่อไป แม้การบอกเลิกสัญญาจะมีผลแล้วผู้ร้องก็ยังคงมีสิทธิยื่นคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยได้ อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยจึงมีอำนาจพิจารณาและชี้ขาดคำเสนอข้อพิพาททั้ง 14 คำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้อง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ผู้คัดค้านชำระเงินแก่ผู้ร้องตามที่อนุญาโตตุลาการสมาคมประกันวินาศภัยชี้ขาดมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้ผู้คัดค้านใช้ค่าทนายความชั้นฎีกาแทนผู้ร้อง 1,000 บาท.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000641.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551