คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2546 ฉบับเต็ม

#47802
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 386/2546 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาว พิจิตรตรา รอดสการ จำเลย ป.อ. มาตรา 59, มาตรา 72, มาตรา 288, มาตรา 289 (4) ป.วิ.อ. มาตรา 227 ก่อนเกิดเหตุ ผู้ตายได้พูดจาดูถูกจำเลยก่อนในลักษณะที่จำเลยเหมือนของเล่นได้แล้วจะเลิกเมื่อไรก็ได้ และเป็นหญิงใจง่ายหลอกกินเงินได้ เมื่อจำเลยโกรธและใช้รองเท้าตบหน้าผู้ตาย ผู้ตายกลับตามไปทำร้ายจำเลยอีก จนจำเลยทนไม่ได้เดินไปที่ห้องพักนำมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ 1 ฟุตครึ่ง กลับมาใช้ปาดคอผู้ตาย ซึ่งเหตุการณ์ตั้งแต่ผู้ตายพูดจาดูถูกจำเลยแล้วจำเลยกลับไปบ้านพักนำมีดมาปาดคอจนผู้ตายถึงแก่ความตายนั้น เป็นระยะเวลาที่สืบเนื่องเชื่อมโยงติดต่อกันมาโดยตลอดในขณะนั้นเองและเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ขาดตอน เนื่องจากห้องพักของจำเลยกับที่เกิดเหตุห่างกันไม่มากนัก เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยมีพฤติการณ์ตระเตรียมการหรือวางแผนฆ่าผู้ตายมาก่อนการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน คงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะเท่านั้น ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพาอาวุธมีดปลายแหลม 1 เล่ม ติดตัวไปในซอยวัดสุทธารามถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน 19 ซึ่งเป็นทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและใช้มีดดังกล่าวเชือดบริเวณลำคอของนายหงษ์สา บุญตาม อย่างแรง โดยมีเจตนาฆ่าและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นเหตุให้นายหงษ์สาถึงแก่ความตาย รายละเอียดบาดแผลปรากฏตามรายงานการตรวจศพและรายงานการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ท้ายฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 371, 91 จำเลยให้การว่า ฆ่าผู้ตายโดยบันดาลโทสะและไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,371 เรียงกระทงลงโทษ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนลงโทษประหารชีวิตฐานพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ ปรับ 100 บาท คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52 แล้ว คงลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุก 25 ปี ฐานพาอาวุธมีดปรับ 50 บาท รวมจำคุก 25 ปี และปรับ 50 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 72 ให้จำคุก 6 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี สำหรับความผิดฐานพาอาวุธมีดซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษปรับ 50 บาท นั้น หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกามีเพียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าก่อนที่จำเลยจะใช้มีดปาดคอผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ผู้ตายได้พูดจาดูถูกจำเลยก่อนในลักษณะว่าจำเลยก็เหมือนของเล่นได้แล้วจะเลิกเมื่อไรก็ได้และเป็นหญิงใจง่ายหลอกกินเงินได้ เมื่อจำเลยโกรธและใช้รองเท้าตบหน้าผู้ตาย ผู้ตายกลับตามไปทำร้ายจำเลยอีก จนกระทั่งจำเลยทนไม่ได้เดินไปที่ห้องพักนำมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ1 ฟุตครึ่ง กลับมาที่เกิดเหตุและใช้มีดดังกล่าวปาดคอผู้ตายจนถึงแก่ความตาย เห็นได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่ผู้ตายพูดจาดูถูกจำเลย แล้วจำเลยกลับไปที่บ้านพักนำมีดมาปาดคอผู้ตายจนถึงแก่ความตายนั้นเป็นระยะเวลาที่สืบเนื่องเชื่อมโยงติดต่อกันมาโดยตลอดในขณะนั้นเอง และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ขาดตอน เนื่องจากห้องพักของจำเลยกับที่เกิดเหตุห่างกันไม่มากนัก เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีพฤติการณ์ตระเตรียมการหรือวางแผนฆ่าผู้ตายมาก่อน กรณีจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอันจะมีความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ประทีป ปิติสันต์-วิชา มหาคุณ-สุภิญโญ ชยารักษ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
47802
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082048021"
    }
}
date
2546
deka_no
386/2546
deka_running_no
386
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ประทีป ปิติสันต์",
    "วิชา มหาคุณ",
    "สุภิญโญ ชยารักษ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 59",
            "ม. 72",
            "ม. 288",
            "ม. 289 (4)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 227"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาว พิจิตรตรา รอดสการ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพาอาวุธมีดปลายแหลม 1 เล่ม ติดตัวไปในซอยวัดสุทธารามถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน 19 ซึ่งเป็นทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและใช้มีดดังกล่าวเชือดบริเวณลำคอของนายหงษ์สา บุญตาม อย่างแรง โดยมีเจตนาฆ่าและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เป็นเหตุให้นายหงษ์สาถึงแก่ความตาย รายละเอียดบาดแผลปรากฏตามรายงานการตรวจศพและรายงานการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ท้ายฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 371, 91

จำเลยให้การว่า ฆ่าผู้ตายโดยบันดาลโทสะและไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,371 เรียงกระทงลงโทษ ฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนลงโทษประหารชีวิตฐานพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะ ปรับ 100 บาท คำให้การชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52 แล้ว คงลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จำคุก 25 ปี ฐานพาอาวุธมีดปรับ 50 บาท รวมจำคุก 25 ปี และปรับ 50 บาท

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 72 ให้จำคุก 6 ปี ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี สำหรับความผิดฐานพาอาวุธมีดซึ่งศาลชั้นต้นลงโทษปรับ 50 บาท นั้น หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ให้ยึดทรัพย์สินใช้ค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกามีเพียงว่าการกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่าก่อนที่จำเลยจะใช้มีดปาดคอผู้ตายจนถึงแก่ความตาย ผู้ตายได้พูดจาดูถูกจำเลยก่อนในลักษณะว่าจำเลยก็เหมือนของเล่นได้แล้วจะเลิกเมื่อไรก็ได้และเป็นหญิงใจง่ายหลอกกินเงินได้ เมื่อจำเลยโกรธและใช้รองเท้าตบหน้าผู้ตาย ผู้ตายกลับตามไปทำร้ายจำเลยอีก จนกระทั่งจำเลยทนไม่ได้เดินไปที่ห้องพักนำมีดปอกผลไม้ยาวประมาณ1 ฟุตครึ่ง กลับมาที่เกิดเหตุและใช้มีดดังกล่าวปาดคอผู้ตายจนถึงแก่ความตาย เห็นได้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวตั้งแต่ผู้ตายพูดจาดูถูกจำเลย แล้วจำเลยกลับไปที่บ้านพักนำมีดมาปาดคอผู้ตายจนถึงแก่ความตายนั้นเป็นระยะเวลาที่สืบเนื่องเชื่อมโยงติดต่อกันมาโดยตลอดในขณะนั้นเอง และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ขาดตอน เนื่องจากห้องพักของจำเลยกับที่เกิดเหตุห่างกันไม่มากนัก เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีพฤติการณ์ตระเตรียมการหรือวางแผนฆ่าผู้ตายมาก่อน กรณีจึงถือไม่ได้ว่าเป็นการฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนอันจะมีความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000967.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546