คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2546 ฉบับเต็ม

#48297
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 676/2546 นาง จำเลียง อินโต กับพวก โจทก์ นางสาว เกษร เล็กแก้วมณี กับพวก ผู้ร้อง นาง ส้มกลิ่น เล็กแก้วมณี จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1364 ป.วิ.พ. มาตรา 288 การที่โจทก์ทั้งสามขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทเพื่อนำออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้มาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามและจำเลยตามส่วนมิใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หากแต่เป็นการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้มีสิทธิร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1364 วรรคสอง ผู้ร้องทั้งห้าจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 68 ให้แก่โจทก์ทั้งสาม หากจำเลยไม่ยอมแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถแบ่งแยกได้ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามตามส่วน จำเลยไม่ยอมแบ่งแยกและการแบ่งแยกไม่อาจกระทำได้ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 68 เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามตามฟ้อง ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องทั้งห้ามีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 68 ทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสามนำยึดไม่ใช่ของจำเลย ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์ทั้งสามให้การว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 68ที่โจทก์ทั้งสามนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามตามส่วนนั้น โจทก์ทั้งสามมีสิทธิครอบครองร่วมกับจำเลย ผู้ร้องทั้งห้ามิได้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ดังกล่าว ขอให้ยกคำร้องขอ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดไต่สวน และพิพากษายกคำร้องขอ ผู้ร้องทั้งห้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งห้าฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลฎีกาว่าโจทก์ทั้งสามและจำเลยมีสิทธิครอบครองร่วมกันในที่ดินพิพาทและพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสามจำนวน 2 ไร่ 47 ตารางวา หากจำเลยไม่ยอมแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถแบ่งแยกได้ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามตามส่วน ต่อมาการแบ่งแยกที่ดินพิพาทไม่อาจทำได้โจทก์ทั้งสามจึงยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและนำยึดที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)เลขที่ 68 หมู่ที่ 5 ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องทั้งห้าว่าผู้ร้องทั้งห้ามีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดไต่สวนคำร้องขอของผู้ร้องขอทั้งห้าชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ทั้งสามในฐานะผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทเพื่อนำออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้มาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามและจำเลยตามส่วน การยึดทรัพย์ในกรณีนี้มิใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หากแต่เป็นการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้มีสิทธิร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1364 วรรคสอง ผู้ร้องทั้งห้าจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 และคดีไม่จำต้องไต่สวนคำร้องขอของผู้ร้องทั้งห้า คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องทั้งห้าฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (จิระวรรณ ศิริบุตร-ประพันธ์ ทรัพย์แสง-ดลจรัส รัตนโศภิต) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดเพื่อมิให้ทำการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ใช้บังคับกับกรณีที่มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่พิพากษาให้ใช้หนี้เงินซึ่งต้องยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาออกขายทอดตลาดนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น แต่คดีนี้เป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่พิพากษาให้แบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินซึ่งไม่สามารถแบ่งกันได้จึงต้องนำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกัน มิใช่คำพิพากษาที่พิพากษาให้ใช้หนี้เงิน จึงไม่อาจมีการร้องขัดทรัพย์ตามมาตรา 288 ได้ มิใช่ว่าการขายทอดตลาดในคดีนี้มิใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัยแต่อย่างใด ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
48297
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047450"
    }
}
date
2546
deka_no
676/2546
deka_running_no
676
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "จิระวรรณ ศิริบุตร",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง",
    "ดลจรัส รัตนโศภิต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1364"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 288"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง จำเลียง อินโต กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาว เกษร เล็กแก้วมณี กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง ส้มกลิ่น เล็กแก้วมณี"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 68 ให้แก่โจทก์ทั้งสาม หากจำเลยไม่ยอมแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถแบ่งแยกได้ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามตามส่วน จำเลยไม่ยอมแบ่งแยกและการแบ่งแยกไม่อาจกระทำได้ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 68 เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามตามฟ้อง

ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องทั้งห้ามีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 68 ทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสามนำยึดไม่ใช่ของจำเลย ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด

โจทก์ทั้งสามให้การว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 68ที่โจทก์ทั้งสามนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดไว้เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามตามส่วนนั้น โจทก์ทั้งสามมีสิทธิครอบครองร่วมกับจำเลย ผู้ร้องทั้งห้ามิได้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ดังกล่าว ขอให้ยกคำร้องขอ

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดไต่สวน และพิพากษายกคำร้องขอ

ผู้ร้องทั้งห้าอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ผู้ร้องทั้งห้าฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลฎีกาว่าโจทก์ทั้งสามและจำเลยมีสิทธิครอบครองร่วมกันในที่ดินพิพาทและพิพากษาให้จำเลยแบ่งแยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสามจำนวน 2 ไร่ 47 ตารางวา หากจำเลยไม่ยอมแบ่งแยกให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย หากไม่สามารถแบ่งแยกได้ให้นำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามตามส่วน ต่อมาการแบ่งแยกที่ดินพิพาทไม่อาจทำได้โจทก์ทั้งสามจึงยื่นคำขอต่อศาลชั้นต้นให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีและนำยึดที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3)เลขที่ 68 หมู่ที่ 5 ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกันตามส่วน ผู้ร้องทั้งห้ายื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องทั้งห้าว่าผู้ร้องทั้งห้ามีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 และคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้งดไต่สวนคำร้องขอของผู้ร้องขอทั้งห้าชอบหรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์ทั้งสามในฐานะผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพิพาทเพื่อนำออกขายทอดตลาดแล้วนำเงินที่ได้มาแบ่งให้แก่โจทก์ทั้งสามและจำเลยตามส่วน การยึดทรัพย์ในกรณีนี้มิใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หากแต่เป็นการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดวิธีการแบ่งทรัพย์สินระหว่างผู้มีสิทธิร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1364 วรรคสอง ผู้ร้องทั้งห้าจึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอต่อศาลให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 และคดีไม่จำต้องไต่สวนคำร้องขอของผู้ร้องทั้งห้า คำพิพากษาศาลล่างทั้งสองชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องทั้งห้าฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
การร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดเพื่อมิให้ทำการขายทอดตลาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ใช้บังคับกับกรณีที่มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่พิพากษาให้ใช้หนี้เงินซึ่งต้องยึดทรัพย์ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาออกขายทอดตลาดนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดมาชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น แต่คดีนี้เป็นการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่พิพากษาให้แบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินซึ่งไม่สามารถแบ่งกันได้จึงต้องนำที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกัน มิใช่คำพิพากษาที่พิพากษาให้ใช้หนี้เงิน จึงไม่อาจมีการร้องขัดทรัพย์ตามมาตรา 288 ได้ มิใช่ว่าการขายทอดตลาดในคดีนี้มิใช่เป็นการร้องขอให้บังคับคดีตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัยแต่อย่างใด ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000962.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546