คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2546 ฉบับเต็ม

#48298
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 694/2546 นาง สอกุ่ย แซ่อึ๋ง โจทก์ นาง เพ็ญจันทร์ พ่วงบุตรหรือรักชื่อ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 156 คำสั่งศาลเกี่ยวกับการฟ้องคดีอย่างคนอนาถา เป็นเรื่องระหว่างศาลกับผู้ขอไม่มีผลถึงคู่ความอื่น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มิได้บัญญัติให้คู่ความอื่นที่มิได้ยื่นคำขอพิจารณาคดีอย่างคนอนาถามีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แก่โจทก์บางส่วนได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 7928 แทนโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนโฉนดที่ดินเลขที่ 7928ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ให้แก่โจทก์ และยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วน โดยให้เสียค่าขึ้นศาล 45,900 บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาต่อไป ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมแต่เฉพาะบางส่วนได้หรือไม่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสุดท้ายบัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แต่เฉพาะบางส่วนหรือมีคำสั่งให้ยกคำขอเสียทีเดียว ถ้าเป็นการขอฟ้องหรือต่อสู้คดีในชั้นศาลชั้นต้นผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง ถ้าเป็นการขอฟ้องหรือต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา ผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณีโดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดเดียวกัน คำสั่งของศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้ให้เป็นที่สุด" เห็นว่า คำสั่งศาลเกี่ยวกับการฟ้องคดีอย่างคนอนาถานั้น เป็นเรื่องระหว่างศาลกับผู้ขอไม่มีผลถึงคู่ความอื่น หากขอฟ้องคดีหรือต่อสู้คดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้นแล้ว ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาคำสั่งนั้นเป็นที่สุด หากศาลชั้นต้นยกคำขอหรืออนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วน ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ภายในเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง ส่วนคู่ความอื่นที่มิได้ยื่นคำขอพิจารณาคดีอย่างคนอนาถานั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมิได้บัญญัติให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แก่โจทก์บางส่วนได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปนั้นศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์-อรพินท์ เศรษฐมานิต-ชัช ชลวร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
48298
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047444"
    }
}
date
2546
deka_no
694/2546
deka_running_no
694
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์",
    "อรพินท์ เศรษฐมานิต",
    "ชัช ชลวร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 156"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง สอกุ่ย แซ่อึ๋ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง เพ็ญจันทร์ พ่วงบุตรหรือรักชื่อ"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 7928 แทนโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนโฉนดที่ดินเลขที่ 7928ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ให้แก่โจทก์ และยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วน โดยให้เสียค่าขึ้นศาล 45,900 บาท

จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ไว้พิจารณาต่อไป

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้โจทก์ได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมแต่เฉพาะบางส่วนได้หรือไม่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคสุดท้ายบัญญัติว่า "ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แต่เฉพาะบางส่วนหรือมีคำสั่งให้ยกคำขอเสียทีเดียว ถ้าเป็นการขอฟ้องหรือต่อสู้คดีในชั้นศาลชั้นต้นผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง ถ้าเป็นการขอฟ้องหรือต่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา ผู้ขออาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้วแต่กรณีโดยยื่นคำขอเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดเดียวกัน คำสั่งของศาลอุทธรณ์เช่นว่านี้ให้เป็นที่สุด" เห็นว่า คำสั่งศาลเกี่ยวกับการฟ้องคดีอย่างคนอนาถานั้น เป็นเรื่องระหว่างศาลกับผู้ขอไม่มีผลถึงคู่ความอื่น หากขอฟ้องคดีหรือต่อสู้คดีอย่างคนอนาถาในศาลชั้นต้นแล้ว ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาคำสั่งนั้นเป็นที่สุด หากศาลชั้นต้นยกคำขอหรืออนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลบางส่วน ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ภายในเจ็ดวันนับแต่วันมีคำสั่ง ส่วนคู่ความอื่นที่มิได้ยื่นคำขอพิจารณาคดีอย่างคนอนาถานั้นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมิได้บัญญัติให้มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้ดังนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลให้แก่โจทก์บางส่วนได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปนั้นศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000962.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546