คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2545 ฉบับเต็ม

#48637
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 711/2545 พลเรือตรี ประเวช โภชนสมบูรณ์ กับพวก ผู้ร้อง นาวาอากาศตรี สวัสดิ์ โภชนสมบูรณ์ กับพวก ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 1719 ป.วิ.พ. มาตรา 55 การนำที่ดินมรดกออกขายโดยประมูลราคากันเองหรือการนำออกขายทอดตลาดให้บุคคลภายนอกนั้น ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการมรดกซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้จัดการมรดกที่สามารถกระทำได้เองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1719 ไม่ใช่อำนาจของศาลที่จะสั่งได้ หากผู้จัดการมรดกไม่สามารถจัดการเช่นนั้นได้เพราะเหตุทายาทขัดขวาง ก็เป็นเรื่องมีข้อโต้แย้งสิทธิในการแบ่งทรัพย์มรดก ซึ่งผู้จัดการมรดกชอบที่จะฟ้องร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเป็นอีกคดีหนึ่งเพื่อบังคับให้ผู้ขัดขวางกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การจัดการมรดกดำเนินไปตามสิทธิและหน้าที่ มิใช่มายื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งตามที่เห็นสมควรเป็นคดีนี้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของนางมะลิ โภชนสมบูรณ์ ต่อมาผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอนำที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 3585 ตำบลบางอ้อ อำเภอบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกออกขายโดยประมูลราคากันระหว่างทายาท และหากไม่มีทายาทคนใดประมูลซื้อผู้ร้องจะนำที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อนำเงินมาแบ่งปันกันในระหว่างทายาท โดยอ้างเหตุว่าการจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินแปลงดังกล่าวมีเหตุขัดข้องหรือขอให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรเนื่องจากเจ้ามรดกต้องการให้ทายาททุกคนได้รับแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย หากทายาทคนใดครอบครองที่ดินอยู่ก่อนแล้วแต่ครอบครองเกินส่วนที่จะได้รับ ก็ให้ทายาทนั้นชดเชยค่าที่ดินแก่ทายาทที่ได้ที่ดินน้อยกว่า ผู้ร้องทั้งสามประชุมทายาทหลายครั้งเพื่อแบ่งที่ดินแปลงดังกล่าวแก่ทายาท รวมถึงการกำหนดค่าชดเชยที่ดิน แต่ทายาทมีความเห็นแตกต่างกันไปและไม่ยอมตกลงกันในการแบ่งที่ดิน ผู้คัดค้านทั้งหกยื่นคำร้องคัดค้านว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวทายาทเกือบทั้งหมดปลูกบ้านอยู่อาศัยโดยเจ้ามรดกกำหนดแนวเขตให้ชัดเจนแล้ว ส่วนที่ปลูกตึกแถวก็มีการจับฉลากแบ่งสัดส่วนกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เป็นที่ว่างผู้คัดค้านทั้งหกให้ผู้ร้องทั้งสามเลือกแนวเขตเพื่อจะได้กำหนดรูปแผนผังในการขอรังวัด แต่ผู้ร้องทั้งสามไม่ยอมกำหนดแนวเขตที่ดินแปลงดังกล่าวสามารถที่จะนำมาแบ่งปันให้แก่ทายาททุกคนได้เหตุที่ยังแบ่งปันไม่ได้เป็นเพราะการจัดการมรดกของผู้ร้องทั้งสามซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกบกพร่อง ไม่แสดงบัญชีรายได้ที่ชัดเจน ในวันนัดพร้อมศาลชั้นต้นไกล่เกลี่ยแล้ว ทายาทบางคนยินยอมทำความตกลงเกี่ยวกับการแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวในบางประการ ศาลชั้นต้นจึงบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา หลังจากนั้นผู้ร้องทั้งสามในฐานะผู้จัดการมรดกกับทายาทบางคนมีข้อโต้แย้งกันเกี่ยวกับการแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวอีก ซึ่งศาลชั้นต้นนัดพร้อมและไกล่เกลี่ยแล้วหลายนัด แต่ในที่สุดตกลงกันไม่ได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวซึ่งเป็นทรัพย์มรดกสามารถแบ่งปันให้แก่ทายาทได้ คงติดขัดอยู่ที่ผู้จัดการมรดกไม่ไปจัดการตามความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ของทายาท กรณีเป็นเรื่องที่ทายาทต้องไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้จัดการมรดกต่อไป จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสามและจำหน่ายคดีจากสารบบความ ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้เป็นคดีขอตั้งผู้จัดการมรดกซึ่งศาลมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการตั้งและถอนผู้จัดการมรดกเท่านั้น แต่ตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามฉบับลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2540 คงได้ความว่าผู้ร้องทั้งสามในฐานะผู้จัดการมรดกกับทายาทบางคนมีความเห็นแตกต่างกันไม่สามารถตกลงแบ่งที่ดินมรดกได้ผู้ร้องทั้งสามขอนำที่ดินมรดกออกขายโดยประมูลราคากันเองหรือนำออกขายทอดตลาดให้บุคคลภายนอกนั้น เห็นว่า ไม่ว่าการที่จะนำที่ดินมรดกออกขายโดยประมูลราคากันเองก็ดีหรือการนำออกขายทอดตลาดให้บุคคลภายนอกก็ดี ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการมรดกทั้งสิ้นซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้จัดการมรดกที่สามารถกระทำได้เองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 อยู่แล้ว กรณีไม่ใช่อำนาจของศาลที่จะสั่งให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการตามขอ หากผู้ร้องทั้งสามไม่อาจจัดการเช่นนั้นได้เพราะเหตุทายาทบางคนขัดขวาง ก็เป็นเรื่องมีข้อโต้แย้งสิทธิในการจัดการแบ่งทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกซึ่งผู้ร้องทั้งสามชอบที่จะไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเป็นอีกคดีหนึ่ง บังคับให้ผู้ที่ขัดขวางกระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การจัดการมรดกดำเนินไปได้ตามสิทธิและหน้าที่ หาใช่มายื่นคำร้องในคดีนี้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสามฉบับลงวันที่ 18พฤศจิกายน 2540 นั้นศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น อนึ่งศาลชั้นต้นมิได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียมและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาแก้ไขเป็นการไม่ชอบศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุเมธ ตังคจิวางกูร-ชวลิต ยอดเณร-ประเสริฐ เขียนนิลศิริ) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
48637
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082057311"
    }
}
date
2545
deka_no
711/2545
deka_running_no
711
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "ชวลิต ยอดเณร",
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1719"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พลเรือตรี ประเวช โภชนสมบูรณ์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นาวาอากาศตรี สวัสดิ์ โภชนสมบูรณ์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้ร้องทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของนางมะลิ โภชนสมบูรณ์ ต่อมาผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอนำที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 3585 ตำบลบางอ้อ อำเภอบางซื่อ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกออกขายโดยประมูลราคากันระหว่างทายาท และหากไม่มีทายาทคนใดประมูลซื้อผู้ร้องจะนำที่ดินแปลงดังกล่าวออกขายทอดตลาดให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อนำเงินมาแบ่งปันกันในระหว่างทายาท โดยอ้างเหตุว่าการจัดการแบ่งปันทรัพย์มรดกในส่วนที่เกี่ยวกับที่ดินแปลงดังกล่าวมีเหตุขัดข้องหรือขอให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรเนื่องจากเจ้ามรดกต้องการให้ทายาททุกคนได้รับแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวเพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย หากทายาทคนใดครอบครองที่ดินอยู่ก่อนแล้วแต่ครอบครองเกินส่วนที่จะได้รับ ก็ให้ทายาทนั้นชดเชยค่าที่ดินแก่ทายาทที่ได้ที่ดินน้อยกว่า ผู้ร้องทั้งสามประชุมทายาทหลายครั้งเพื่อแบ่งที่ดินแปลงดังกล่าวแก่ทายาท รวมถึงการกำหนดค่าชดเชยที่ดิน แต่ทายาทมีความเห็นแตกต่างกันไปและไม่ยอมตกลงกันในการแบ่งที่ดิน

ผู้คัดค้านทั้งหกยื่นคำร้องคัดค้านว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวทายาทเกือบทั้งหมดปลูกบ้านอยู่อาศัยโดยเจ้ามรดกกำหนดแนวเขตให้ชัดเจนแล้ว ส่วนที่ปลูกตึกแถวก็มีการจับฉลากแบ่งสัดส่วนกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เป็นที่ว่างผู้คัดค้านทั้งหกให้ผู้ร้องทั้งสามเลือกแนวเขตเพื่อจะได้กำหนดรูปแผนผังในการขอรังวัด แต่ผู้ร้องทั้งสามไม่ยอมกำหนดแนวเขตที่ดินแปลงดังกล่าวสามารถที่จะนำมาแบ่งปันให้แก่ทายาททุกคนได้เหตุที่ยังแบ่งปันไม่ได้เป็นเพราะการจัดการมรดกของผู้ร้องทั้งสามซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกบกพร่อง ไม่แสดงบัญชีรายได้ที่ชัดเจน

ในวันนัดพร้อมศาลชั้นต้นไกล่เกลี่ยแล้ว ทายาทบางคนยินยอมทำความตกลงเกี่ยวกับการแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวในบางประการ ศาลชั้นต้นจึงบันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา หลังจากนั้นผู้ร้องทั้งสามในฐานะผู้จัดการมรดกกับทายาทบางคนมีข้อโต้แย้งกันเกี่ยวกับการแบ่งปันที่ดินแปลงดังกล่าวอีก ซึ่งศาลชั้นต้นนัดพร้อมและไกล่เกลี่ยแล้วหลายนัด แต่ในที่สุดตกลงกันไม่ได้

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวซึ่งเป็นทรัพย์มรดกสามารถแบ่งปันให้แก่ทายาทได้ คงติดขัดอยู่ที่ผู้จัดการมรดกไม่ไปจัดการตามความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ของทายาท กรณีเป็นเรื่องที่ทายาทต้องไปดำเนินการตามกฎหมายกับผู้จัดการมรดกต่อไป จึงให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสามและจำหน่ายคดีจากสารบบความ

ผู้ร้องทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้เป็นคดีขอตั้งผู้จัดการมรดกซึ่งศาลมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับการตั้งและถอนผู้จัดการมรดกเท่านั้น แต่ตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามฉบับลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2540 คงได้ความว่าผู้ร้องทั้งสามในฐานะผู้จัดการมรดกกับทายาทบางคนมีความเห็นแตกต่างกันไม่สามารถตกลงแบ่งที่ดินมรดกได้ผู้ร้องทั้งสามขอนำที่ดินมรดกออกขายโดยประมูลราคากันเองหรือนำออกขายทอดตลาดให้บุคคลภายนอกนั้น เห็นว่า ไม่ว่าการที่จะนำที่ดินมรดกออกขายโดยประมูลราคากันเองก็ดีหรือการนำออกขายทอดตลาดให้บุคคลภายนอกก็ดี ล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการมรดกทั้งสิ้นซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของผู้จัดการมรดกที่สามารถกระทำได้เองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719 อยู่แล้ว กรณีไม่ใช่อำนาจของศาลที่จะสั่งให้ผู้จัดการมรดกดำเนินการตามขอ หากผู้ร้องทั้งสามไม่อาจจัดการเช่นนั้นได้เพราะเหตุทายาทบางคนขัดขวาง ก็เป็นเรื่องมีข้อโต้แย้งสิทธิในการจัดการแบ่งทรัพย์มรดกของผู้จัดการมรดกซึ่งผู้ร้องทั้งสามชอบที่จะไปดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลที่มีเขตอำนาจเป็นอีกคดีหนึ่ง บังคับให้ผู้ที่ขัดขวางกระทำหรืองดเว้นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้การจัดการมรดกดำเนินไปได้ตามสิทธิและหน้าที่ หาใช่มายื่นคำร้องในคดีนี้ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษาให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้งสามฉบับลงวันที่ 18พฤศจิกายน 2540 นั้นศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น อนึ่งศาลชั้นต้นมิได้สั่งค่าฤชาธรรมเนียมและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษาแก้ไขเป็นการไม่ชอบศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไข"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\001048.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545