คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5509/2545 ฉบับเต็ม

#48681
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5509/2545 นายอำเภอชะอำ โจทก์ นาย วิศิษฐ์ มีจิตต์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 254, มาตรา 264 ป.ที่ดิน มาตรา 60 โจทก์กับจำเลยทั้งสี่พิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท เจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนเปรียบเทียบแล้วมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่จำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินฯ มาตรา 60 เมื่อจำเลยทั้งสี่ได้รับโฉนดที่ดินแล้วอาจมีการโอนที่ดินพิพาทต่อไป ซึ่งหากศาลพิพากษาในภายหลังว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์อาจได้รับความเสียหาย กรณีมีเหตุสมควรกำหนดวิธีการคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และนางเอื่อนโตสุวรรณ มารดาจำเลยที่ 3 ขอออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินแปลงดังกล่าว โจทก์คัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีสอบสวนเปรียบเทียบแล้วสั่งให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยทั้งสี่ ห้ามจำเลยทั้งสี่เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(3) โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาชะอำ ระงับการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทแก่จำเลยทั้งสี่ไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีถึงที่สุด จำเลยทั้งสี่ยื่นคำคัดค้านว่าเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีสอบสวนเปรียบเทียบตามพยานหลักฐานและมติของคณะรัฐมนตรีกับไกล่เกลี่ยโจทก์และจำเลยทั้งสี่แล้วไม่อาจตกลงกันได้ เจ้าพนักงานที่ดินจึงมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 60ให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทแก่จำเลยทั้งสี่ โจทก์นำคดีสู่ศาลโดยฟ้องจำเลยทั้งสี่ภายในหกสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาชะอำจึงระงับการออกโฉนดที่ดินไว้ชั่วคราว ต่อมาโจทก์ถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีจึงมีอำนาจดำเนินการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทแก่จำเลยทั้งสี่ โจทก์ฟ้องคดีใหม่เป็นคดีนี้เกินกำหนดหกสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดิน โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีระงับการออกโฉนดที่ดินชั่วคราว กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 60 โจทก์จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาชะอำ ระงับการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ปัญหาว่าสมควรมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างการพิจารณาหรือไม่ แม้คำร้องของโจทก์จะขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(3) แต่เนื้อหาของคำร้องและวัตถุประสงค์ของโจทก์ก็เพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาชะอำ รอเรื่องการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทแก่จำเลยทั้งสี่ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดว่าเป็นประการใด ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาในกรณีที่โจทก์ชนะคดี เห็นว่า โจทก์กับจำเลยทั้งสี่พิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีสอบสวนเปรียบเทียบแล้วมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่จำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 60 เมื่อจำเลยทั้งสี่ได้รับโฉนดที่ดินแล้วอาจมีการโอนที่ดินพิพาทต่อไปซึ่งหากศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์อาจได้รับความเสียหาย กรณีมีเหตุสมควรกำหนดวิธีการคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สุเทพ เจตนาการณ์กุล-วิชัย ชื่นชมพูนุท-อภิชาต สุขัคคานนท์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
48681
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082050065"
    }
}
date
2545
deka_no
5509/2545
deka_running_no
5509
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สุเทพ เจตนาการณ์กุล",
    "วิชัย ชื่นชมพูนุท",
    "อภิชาต สุขัคคานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 254",
            "ม. 264"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายที่ดิน",
        "law_abbr": "ป.ที่ดิน",
        "sections": [
            "ม. 60"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายอำเภอชะอำ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย วิศิษฐ์ มีจิตต์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทำเลเลี้ยงสัตว์อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกัน จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และนางเอื่อนโตสุวรรณ มารดาจำเลยที่ 3 ขอออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินแปลงดังกล่าว โจทก์คัดค้านเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีสอบสวนเปรียบเทียบแล้วสั่งให้ออกโฉนดที่ดินให้แก่จำเลยทั้งสี่ ห้ามจำเลยทั้งสี่เกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท

ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(3) โดยขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาชะอำ ระงับการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทแก่จำเลยทั้งสี่ไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีถึงที่สุด

จำเลยทั้งสี่ยื่นคำคัดค้านว่าเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีสอบสวนเปรียบเทียบตามพยานหลักฐานและมติของคณะรัฐมนตรีกับไกล่เกลี่ยโจทก์และจำเลยทั้งสี่แล้วไม่อาจตกลงกันได้ เจ้าพนักงานที่ดินจึงมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 60ให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทแก่จำเลยทั้งสี่ โจทก์นำคดีสู่ศาลโดยฟ้องจำเลยทั้งสี่ภายในหกสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาชะอำจึงระงับการออกโฉนดที่ดินไว้ชั่วคราว ต่อมาโจทก์ถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นอนุญาตเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีจึงมีอำนาจดำเนินการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทแก่จำเลยทั้งสี่ โจทก์ฟ้องคดีใหม่เป็นคดีนี้เกินกำหนดหกสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดิน โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะขอให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีระงับการออกโฉนดที่ดินชั่วคราว กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 60 โจทก์จึงไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาชะอำ ระงับการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทไว้ชั่วคราวจนกว่าคดีจะถึงที่สุดหรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

จำเลยทั้งสี่ฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว ปัญหาว่าสมควรมีคำสั่งกำหนดวิธีการเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างการพิจารณาหรือไม่ แม้คำร้องของโจทก์จะขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(3) แต่เนื้อหาของคำร้องและวัตถุประสงค์ของโจทก์ก็เพื่อให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรี สาขาชะอำ รอเรื่องการออกโฉนดที่ดินสำหรับที่ดินพิพาทแก่จำเลยทั้งสี่ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดว่าเป็นประการใด ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาในกรณีที่โจทก์ชนะคดี เห็นว่า โจทก์กับจำเลยทั้งสี่พิพาทกันเกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเพชรบุรีสอบสวนเปรียบเทียบแล้วมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่จำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 60 เมื่อจำเลยทั้งสี่ได้รับโฉนดที่ดินแล้วอาจมีการโอนที่ดินพิพาทต่อไปซึ่งหากศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์อาจได้รับความเสียหาย กรณีมีเหตุสมควรกำหนดวิธีการคุ้มครองประโยชน์ของโจทก์ในระหว่างพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000985.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545