คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5876/2545 ฉบับเต็ม

#48690
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5876/2545 ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน โจทก์ นาง วรานุช ประสานพานิช ผู้ร้อง นาย วิเสริฐ ประสานพานิช กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27 การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 หาจำต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนศาลมีคำพิพากษาเสมอไปไม่ หากคู่ความฝ่ายที่เสียหายเพิ่งทราบกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ก็ชอบที่จะใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้ แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีในฐานะผู้ค้ำประกัน จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีฝ่ายเดียวและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดตามฟ้อง จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ อ้างเหตุเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมไปก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ต้องกระทำก่อนศาลมีคำพิพากษามีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 หาจำต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนมีคำพิพากษาเสมอไปไม่ หากเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่เสียหายได้ทราบกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ก็ชอบที่จะใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวได้ แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น ฉะนั้นผู้ร้องซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทโดยธรรมของจำเลยที่ 2 กล่าวอ้างว่า จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2532 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน2540 และผู้ร้องกล่าวอ้างว่าเพิ่งทราบว่าจำเลยที่ 2 ถูกโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์2544 ก่อนยื่นคำร้องเป็นคดีนี้เพียงสองวัน อันเป็นการกล่าวอ้างเพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายจึงชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องรับคำร้องไว้ทำการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าว หาควรยกคำร้องของผู้ร้องไปเสียแต่ต้นไม่ อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี (สมชาย จุลนิติ์-สายันต์ สุรสมภพ-ชวลิต ตุลยสิงห์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
48690
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082049609"
    }
}
date
2545
deka_no
5876/2545
deka_running_no
5876
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย จุลนิติ์",
    "สายันต์ สุรสมภพ",
    "ชวลิต ตุลยสิงห์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร ศรีนคร จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาง วรานุช ประสานพานิช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย วิเสริฐ ประสานพานิช กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความและสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชี โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดตามสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีในฐานะผู้ค้ำประกัน จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีฝ่ายเดียวและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดตามฟ้อง

จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ อ้างเหตุเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมไปก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ต้องกระทำก่อนศาลมีคำพิพากษามีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 หาจำต้องยื่นคำร้องต่อศาลก่อนมีคำพิพากษาเสมอไปไม่ หากเป็นกรณีที่คู่ความฝ่ายที่เสียหายได้ทราบกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบภายหลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว ก็ชอบที่จะใช้สิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบดังกล่าวได้ แต่ต้องไม่ช้ากว่าแปดวันนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นได้ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น ฉะนั้นผู้ร้องซึ่งอ้างว่าเป็นทายาทโดยธรรมของจำเลยที่ 2 กล่าวอ้างว่า จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรมไปแล้วตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคม 2532 ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน2540 และผู้ร้องกล่าวอ้างว่าเพิ่งทราบว่าจำเลยที่ 2 ถูกโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์2544 ก่อนยื่นคำร้องเป็นคดีนี้เพียงสองวัน อันเป็นการกล่าวอ้างเพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายจึงชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องรับคำร้องไว้ทำการไต่สวนข้อเท็จจริงดังกล่าว หาควรยกคำร้องของผู้ร้องไปเสียแต่ต้นไม่ อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น"

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไต่สวนข้อเท็จจริงตามคำร้องของผู้ร้องและมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000981.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545