คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6081/2545 ฉบับเต็ม

#48703
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6081/2545 ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อาคมกิจก่อสร้าง กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542 มาตรา 34, มาตรา 35 แม้พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) ฯ มาตรา 35 บัญญัติให้บุคคลธรรมดาที่ศาลพิพากษาให้ล้มละลายพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อครบ 3 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย แต่พระราชบัญญัติดังกล่าวก็มีผลบังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาซึ่งนอกจากจะไม่มีบทบัญญัติให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังแก่คดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนแล้ว มาตรา 34 ยังบัญญัติให้บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้บังคับตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลายซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดังนั้น จึงไม่อาจนำบทบัญญัติมาตรา 35 มาใช้บังคับย้อนหลังแก่คดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2534 และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2535 คดีถึงที่สุด ต่อมาวันที่ 5 มิถุนายน 2544 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลายเกินกว่า 3 ปี แล้ว ขอให้มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542มาตรา 35 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มาตรา 35 ที่จำเลยที่ 2 กล่าวอ้าง มีผลใช้บังคับเฉพาะคดีที่ฟ้องหลังจากพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับ คือนับแต่วันที่ 22 เมษายน 2542 เป็นต้นไป แต่คดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย (ที่ถูกให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาด) เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2538 ดังนั้น กฎหมายตามที่จำเลยที่ 2 กล่าวอ้างดังกล่าวข้างต้น จึงไม่มีผลบังคับถึงจำเลยที่ 2 ด้วย ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้ล้มละลายมาครบ 3 ปีแล้ว มีสิทธิร้องขอให้พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มาตรา 35 หรือไม่ เห็นว่า แม้พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มาตรา 35 จะบัญญัติให้บุคคลธรรมดาที่ศาลพิพากษาให้ล้มละลายพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อครบ 3 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาก็ตาม แต่พระราชบัญญัติดังกล่าวก็มีผลบังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อพระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2542 จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน2542 เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากจะไม่มีบทบัญญัติให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังแก่คดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนแล้ว มาตรา 34 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวยังบัญญัติให้บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้บังคับตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดังนั้น แม้การเป็นบุคคลล้มละลายจะต้องถูกจำกัดตัดสิทธิและเสรีภาพบางประการในทางแพ่งก็ไม่อาจนำบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มาตรา 35 มาใช้บังคับย้อนหลังแก่คดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ เมื่อคดีของจำเลยที่ 2 เป็นคดีที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องตั้งแต่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มีผลใช้บังคับและอยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงไม่อาจนำบทบัญญัติมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับแก่จำเลยที่ 2 ได้ ดังนั้น แม้จำเลยที่ 2 จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายมาครบ 3 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้วก็ไม่มีสิทธิขอให้พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542มาตรา 35 ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2 นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สมชาย พงษธา-ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน-ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
48703
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082049298"
    }
}
date
2545
deka_no
6081/2545
deka_running_no
6081
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "สมชาย พงษธา",
    "ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน",
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 34",
            "ม. 35"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร กรุงเทพ จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัด อาคมกิจก่อสร้าง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2534 และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2535 คดีถึงที่สุด

ต่อมาวันที่ 5 มิถุนายน 2544 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า ศาลมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 2 เป็นบุคคลล้มละลายเกินกว่า 3 ปี แล้ว ขอให้มีคำสั่งให้จำเลยที่ 2 พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542มาตรา 35

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มาตรา 35 ที่จำเลยที่ 2 กล่าวอ้าง มีผลใช้บังคับเฉพาะคดีที่ฟ้องหลังจากพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลใช้บังคับ คือนับแต่วันที่ 22 เมษายน 2542 เป็นต้นไป แต่คดีนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย (ที่ถูกให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาด) เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2538 ดังนั้น กฎหมายตามที่จำเลยที่ 2 กล่าวอ้างดังกล่าวข้างต้น จึงไม่มีผลบังคับถึงจำเลยที่ 2 ด้วย ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ซึ่งศาลมีคำพิพากษาให้ล้มละลายมาครบ 3 ปีแล้ว มีสิทธิร้องขอให้พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มาตรา 35 หรือไม่ เห็นว่า แม้พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มาตรา 35 จะบัญญัติให้บุคคลธรรมดาที่ศาลพิพากษาให้ล้มละลายพ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายเมื่อครบ 3 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกาก็ตาม แต่พระราชบัญญัติดังกล่าวก็มีผลบังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อพระราชบัญญัตินี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2542 จึงมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน2542 เป็นต้นไป ซึ่งนอกจากจะไม่มีบทบัญญัติให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังแก่คดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนแล้ว มาตรา 34 ของพระราชบัญญัติดังกล่าวยังบัญญัติให้บรรดาคดีล้มละลายที่ได้ยื่นฟ้องก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้บังคับตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย ซึ่งใช้อยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ดังนั้น แม้การเป็นบุคคลล้มละลายจะต้องถูกจำกัดตัดสิทธิและเสรีภาพบางประการในทางแพ่งก็ไม่อาจนำบทบัญญัติตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มาตรา 35 มาใช้บังคับย้อนหลังแก่คดีที่ได้ยื่นฟ้องไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับและยังค้างพิจารณาอยู่ในศาลหรืออยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ เมื่อคดีของจำเลยที่ 2 เป็นคดีที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องตั้งแต่ก่อนวันที่พระราชบัญญัติล้มละลาย(ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542 มีผลใช้บังคับและอยู่ในระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จึงไม่อาจนำบทบัญญัติมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับแก่จำเลยที่ 2 ได้ ดังนั้น แม้จำเลยที่ 2 จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายมาครบ 3 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายแล้วก็ไม่มีสิทธิขอให้พ้นจากการเป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2542มาตรา 35 ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2 นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000978.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545