คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5623/2545 ฉบับเต็ม

#49072
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5623/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นาง วิมล ดาราพาณิชย์ ผู้ร้อง นาย สันต์ นาคทอง จำเลย ป.อ. มาตรา 36 ป.วิ.อ. มาตรา 227 นอกจากผู้ร้องจะมีใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์อันเป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกของกลางแล้ว ยังได้ความจากคำรับของจำเลยที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนในทันทีทันใดภายหลังเกิดเหตุ โดยไม่ทันมีเวลาคิดไตร่ตรองหาลู่ทางบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ผิดไปว่า ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรถได้กำชับมิให้จำเลยบรรทุกทรายหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แต่จำเลยลักลอบขนทรายขึ้นบรรทุกเองโดยผู้ร้องไม่รู้เห็น เพื่อนำทรายส่วนที่เกินไปขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว คำให้การดังกล่าวมีน้ำหนักพอรับฟังว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลย ผู้ร้องมีสิทธิขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 และริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน82 - 3420 นครปฐม ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้สั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์บรรทุกของกลางทรายซึ่งมีน้ำหนักเกินอัตราไปตามถนนดินแดงแขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยฝ่าฝืนกฎหมาย คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางได้หรือไม่ เห็นว่า นอกจากผู้ร้องจะมีใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์เอกสารหมาย ร.2 เป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 82 - 3420 นครปฐม ของกลางแล้ว ยังได้ความจากร้อยตำรวจตรีหม่อมหลวงดนัยพร จรูญโรจน์ พนักงานสอบสวนว่า เมื่อจับกุมจำเลยได้แล้วพยานได้เปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดฐานไม่นำใบอนุญาตขับขี่ติดตัวในขณะขับรถและฐานนำรถยนต์ที่มีสภาพไม่สมบูรณ์แข็งแรงมาใช้แล่นในทาง ส่วนความผิดฐานขับรถยนต์บรรทุกซึ่งมีน้ำหนักเกินอัตราจำเลยให้การรับสารภาพอ้างว่าผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรถได้กำชับมิให้จำเลยบรรทุกทรายหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแต่จำเลยลักลอบขนทรายขึ้นบรรทุกเองโดยผู้ร้องไม่รู้เห็น ทั้งนี้ เพื่อนำทรายส่วนที่เกินไปขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว พยานได้บันทึกถ้อยคำของจำเลยไว้ตามเอกสารหมาย จ.2ซึ่งเป็นคำรับสารภาพของจำเลยที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนในทันทีทันใดภายหลังเกิดเหตุ โดยไม่ทันมีเวลาคิดไตร่ตรองหาลู่ทางบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ผิดไป คำให้การรับสารภาพดังกล่าวจึงมีน้ำหนักน่ารับฟัง ดังนั้น แม้ข้ออ้างของผู้ร้องว่าให้นายสนั่นโง้วสุวรรณ์ เช่ารถไปรับจ้างบรรทุกสิ่งของจะมีน้ำหนักน้อยไม่น่าเชื่อถือดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก็ตาม แต่ถ้อยคำของจำเลยที่ให้การว่า จำเลยลักลอบขนทรายบรรทุกไว้บนรถโดยพลการก็มีน้ำหนักพอให้รับฟังว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยผู้ร้องมีสิทธิขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น" พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง (กำพล ภู่สุดแสวง-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-สุรชาติ บุญศิริพันธ์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49072
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082049852"
    }
}
date
2545
deka_no
5623/2545
deka_running_no
5623
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "กำพล ภู่สุดแสวง",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "สุรชาติ บุญศิริพันธ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 36"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 227"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาง วิมล ดาราพาณิชย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สันต์ นาคทอง"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 มาตรา 61, 73 และริบรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน82 - 3420 นครปฐม ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้สั่งคืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยขับรถยนต์บรรทุกของกลางทรายซึ่งมีน้ำหนักเกินอัตราไปตามถนนดินแดงแขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยฝ่าฝืนกฎหมาย คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องมีสิทธิร้องขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางได้หรือไม่ เห็นว่า นอกจากผู้ร้องจะมีใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์เอกสารหมาย ร.2 เป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 82 - 3420 นครปฐม ของกลางแล้ว ยังได้ความจากร้อยตำรวจตรีหม่อมหลวงดนัยพร จรูญโรจน์ พนักงานสอบสวนว่า เมื่อจับกุมจำเลยได้แล้วพยานได้เปรียบเทียบปรับจำเลยในความผิดฐานไม่นำใบอนุญาตขับขี่ติดตัวในขณะขับรถและฐานนำรถยนต์ที่มีสภาพไม่สมบูรณ์แข็งแรงมาใช้แล่นในทาง ส่วนความผิดฐานขับรถยนต์บรรทุกซึ่งมีน้ำหนักเกินอัตราจำเลยให้การรับสารภาพอ้างว่าผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของรถได้กำชับมิให้จำเลยบรรทุกทรายหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดแต่จำเลยลักลอบขนทรายขึ้นบรรทุกเองโดยผู้ร้องไม่รู้เห็น ทั้งนี้ เพื่อนำทรายส่วนที่เกินไปขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว พยานได้บันทึกถ้อยคำของจำเลยไว้ตามเอกสารหมาย จ.2ซึ่งเป็นคำรับสารภาพของจำเลยที่ให้การต่อพนักงานสอบสวนในทันทีทันใดภายหลังเกิดเหตุ โดยไม่ทันมีเวลาคิดไตร่ตรองหาลู่ทางบิดเบือนข้อเท็จจริงให้ผิดไป คำให้การรับสารภาพดังกล่าวจึงมีน้ำหนักน่ารับฟัง ดังนั้น แม้ข้ออ้างของผู้ร้องว่าให้นายสนั่นโง้วสุวรรณ์ เช่ารถไปรับจ้างบรรทุกสิ่งของจะมีน้ำหนักน้อยไม่น่าเชื่อถือดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก็ตาม แต่ถ้อยคำของจำเลยที่ให้การว่า จำเลยลักลอบขนทรายบรรทุกไว้บนรถโดยพลการก็มีน้ำหนักพอให้รับฟังว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยผู้ร้องมีสิทธิขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางได้ ที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งและคำพิพากษายกคำร้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น"

พิพากษากลับ ให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางแก่ผู้ร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000983.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545