คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4062/2552 ฉบับเต็ม

#493985
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4062/2552 บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด โจทก์ นายสมบัติ กอคุ่ย กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง, มาตรา 249 วรรคหนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิด โดยลักรถยนต์คันพิพาทไปขณะที่ออกเวรปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้ว อันเป็นการบรรยายฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะส่วนตัว กับบรรยายฟ้องให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับผิดในฐานะผู้ว่าจ้างดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยในบริเวณที่เกิดเหตุ อันเป็นการฟ้องให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับผิดต่อโจทก์แยกต่างหากจากจำเลยที่ 1 คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 หรือไม่ ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย จึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นปัญหาดังกล่าวให้เป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ในปัญหาดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทหลักทรัพย์กองทุนรวม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยจำนวน 250,000 บาทแล้ว โจทก์จึงเข้ารับช่วงสิทธิในค่าเสียหายจำนวน 250,000 บาท จากผู้เอาประกันภัย และโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 13 มีนาคม 2541 อันเป็นวันที่โจทก์ได้ชำระเงินดังกล่าวจนถึงวันฟ้องคิดเป็นดอกเบี้ย 9,375 บาท ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ลักรถยนต์คันดังกล่าวไปและจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้รับจ้างดูแลรักษาความปลอดภัยและทรัพย์สิน ร่วมกันคืนรถยนต์หมายเลขทะเบียนตามฟ้องให้แก่โจทก์ หากไม่สามารถส่งมอบรถคืนได้ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 259,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 259,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 ตุลาคม 2541) จนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดโดยลักรถยนต์คันพิพาทไปขณะที่ออกเวรปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้ว อันเป็นการบรรยายฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะส่วนตัว กับบรรยายฟ้องให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับผิดในฐานะผู้รับจ้างดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยในบริเวณที่เกิดเหตุ อันเป็นการฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับผิดต่อโจทก์แยกต่างหากจากจำเลยที่ 1 คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 หรือไม่ ดังนั้น ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย จึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นปัญหาดังกล่าวให้เป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ในปัญหาดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย อนึ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 แต่ยังมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับค่าฤชาธรรมเนียมอันเป็นการไม่ชอบและศาลอุทธรณ์ไม่ได้แก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษายกฎีกาของโจทก์และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ (บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์-มานัส เหลืองประเสริฐ) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายพงษ์ศักดิ์ กิติสมเกียรติ ศาลอุทธรณ์ - นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3192/2547 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4594/2543 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
493985
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายพงษ์ศักดิ์ กิติสมเกียรติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082002534"
    }
}
date
2552
deka_no
4062/2552
deka_running_no
4062
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์",
    "มานัส เหลืองประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 225 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 249 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทวิริยะประกันภัย จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมบัติ กอคุ่ย กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าว ได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัทหลักทรัพย์กองทุนรวม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญากรมธรรม์ประกันภัยจำนวน 250,000 บาทแล้ว โจทก์จึงเข้ารับช่วงสิทธิในค่าเสียหายจำนวน 250,000 บาท จากผู้เอาประกันภัย และโจทก์ขอคิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 13 มีนาคม 2541 อันเป็นวันที่โจทก์ได้ชำระเงินดังกล่าวจนถึงวันฟ้องคิดเป็นดอกเบี้ย 9,375 บาท ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ลักรถยนต์คันดังกล่าวไปและจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้รับจ้างดูแลรักษาความปลอดภัยและทรัพย์สิน ร่วมกันคืนรถยนต์หมายเลขทะเบียนตามฟ้องให้แก่โจทก์ หากไม่สามารถส่งมอบรถคืนได้ให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 259,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 259,375 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 250,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 5 ตุลาคม 2541) จนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 นั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 กระทำละเมิดโดยลักรถยนต์คันพิพาทไปขณะที่ออกเวรปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้ว อันเป็นการบรรยายฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะส่วนตัว กับบรรยายฟ้องให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับผิดในฐานะผู้รับจ้างดูแลทรัพย์สินและรักษาความปลอดภัยในบริเวณที่เกิดเหตุ อันเป็นการฟ้องขอให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 รับผิดต่อโจทก์แยกต่างหากจากจำเลยที่ 1 คดีจึงไม่มีประเด็นข้อพิพาทที่จะต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 หรือไม่ ดังนั้น ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยที่ 1 ได้กระทำละเมิดไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย จึงเป็นการอุทธรณ์ในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง และไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในประเด็นปัญหาดังกล่าวให้เป็นการไม่ชอบ ฎีกาของโจทก์ในปัญหาดังกล่าวจึงเป็นฎีกาในข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

อนึ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 แต่ยังมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับค่าฤชาธรรมเนียมอันเป็นการไม่ชอบและศาลอุทธรณ์ไม่ได้แก้ไข ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

พิพากษายกฎีกาของโจทก์และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในศาลชั้นต้นให้เป็นพับ คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาแก่โจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
พ4594/2543
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000557.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3192/2547
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552