คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10298/2550 ฉบับเต็ม

#494270
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10298/2550 บริษัททิพยสิน จำกัด โจทก์ นายวัลลภ ธารวณิชกุล กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 7, มาตรา 81/2, มาตรา 81/3 ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย คดีถึงที่สุดแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งว่ามีการพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่อย่างใด ต่อมาเมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำขอให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งหยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจากล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 81/2 ประกอบมาตรา 81/3 ในชั้นนี้จึงมีประเด็นเพียงว่า ศาลล้มละลายกลางสมควรที่จะมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจากล้มละลายหรือไม่ การที่ศาลล้มละลายกลางสอบถามเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในวันนัดไต่สวนคำขอดังกล่าวเกี่ยวกับภูมิลำเนาของจำเลยที่ 1 ในขณะที่มีการขอให้จำเลยที่ 1 ล้มละลายหรือภายในกำหนดเวลา 1 ปี ก่อนนั้น ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 7 แล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 เด็ดขาดและมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 ประกอบพ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 14 จึงไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2544 และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2545 วันที่ 6 มกราคม 2548 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำขอให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งหยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/2 ประกอบมาตรา 81/3 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2547 ไว้ก่อนเป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาดังกล่าว ในวันนัดไต่สวน ศาลล้มละลายกลางสอบถามเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 7 กำหนดให้ลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวอาจถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายได้ ถ้าลูกหนี้มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรในขณะที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือภายใน 1 ปี ก่อนนั้นซึ่งคดีนี้โจทก์มายื่นฟ้องลูกหนี้ (จำเลย) ที่ 1 เป็นเวลาถึง 15 ปี หลังจากจำเลยที่ 1 ย้ายภูมิลำเนาไปประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่อาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ล้มละลายได้ อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 จึงเห็นควรให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาสำหรับจำเลยที่ 1 ตั้งแต่คำสั่งรับฟ้องเป็นต้นไปจนถึงชั้นพิพากษาแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 อนึ่ง เมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 แล้ว คดีจึงไม่มีความจำเป็นต้องไต่สวนคำขอให้ศาลหยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจากบุคคลล้มละลายอีกต่อไป ให้ยกคำขอดังกล่าว โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยด้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาสำหรับจำเลยที่ 1 ตั้งแต่คำสั่งรรับฟ้องเป็นต้นไปจนถึงชั้นพิพากษาแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย คดีถึงที่สุดแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งว่ามีการพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่อย่างใด และในชั้นนี้มีประเด็นในศาลล้มละลายกลางเพียงว่า ศาลล้มละลายกลางสมควรที่จะมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจากล้มละลายหรือไม่ การที่ศาลล้มละลายกลางให้เพิกถอนคกสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1 เด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 จึงไม่ชอบ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง ลงวันที่ 18 มีนาคม 2548 ให้ศาลล้มละลายกลางดำเนินการไต่สวนคำขอของเข้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้วมีคำสั่งต่อไปตามรูปคดี (ไพโรจน์ วายุภาพ-สมชาย พงษธา-พิชัย อภิชาตอำมฤต) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
494270
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082013043"
    }
}
date
2550
deka_no
10298/2550
deka_running_no
10298
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "สมชาย พงษธา",
    "พิชัย อภิชาตอำมฤต"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 14"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 7",
            "ม. 81/2",
            "ม. 81/3"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัททิพยสิน จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวัลลภ ธารวณิชกุล กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2544 และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2545

วันที่ 6 มกราคม 2548 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำขอให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งหยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจากล้มละลายตามมาตรา 81/2 ประกอบมาตรา 81/3 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2547 ไว้ก่อนเป็นเวลา 2 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาดังกล่าว

ในวันนัดไต่สวน ศาลล้มละลายกลางสอบถามเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 7 กำหนดให้ลูกหนี้ที่มีหนี้สินล้นพ้นตัวอาจถูกศาลพิพากษาให้ล้มละลายได้ ถ้าลูกหนี้มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรในขณะที่มีการขอให้ลูกหนี้ล้มละลายหรือภายใน 1 ปี ก่อนนั้นซึ่งคดีนี้โจทก์มายื่นฟ้องลูกหนี้ (จำเลย) ที่ 1 เป็นเวลาถึง 15 ปี หลังจากจำเลยที่ 1 ย้ายภูมิลำเนาไปประเทศสหรัฐอเมริกา จึงเป็นกรณีที่โจทก์ไม่อาจฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ล้มละลายได้ อาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 14 จึงเห็นควรให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาสำหรับจำเลยที่ 1 ตั้งแต่คำสั่งรับฟ้องเป็นต้นไปจนถึงชั้นพิพากษาแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 อนึ่ง เมื่อศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 แล้ว คดีจึงไม่มีความจำเป็นต้องไต่สวนคำขอให้ศาลหยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจากบุคคลล้มละลายอีกต่อไป ให้ยกคำขอดังกล่าว

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาโดยด้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "มีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า คำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาสำหรับจำเลยที่ 1 ตั้งแต่คำสั่งรรับฟ้องเป็นต้นไปจนถึงชั้นพิพากษาแล้วมีคำสั่งใหม่เป็นไม่รับฟ้องจำเลยที่ 1 ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยทั้งสองล้มละลาย คดีถึงที่สุดแล้ว โดยจำเลยที่ 1 มิได้อุทธรณ์ฎีกาโต้แย้งว่ามีการพิจารณาที่ผิดระเบียบแต่อย่างใด และในชั้นนี้มีประเด็นในศาลล้มละลายกลางเพียงว่า ศาลล้มละลายกลางสมควรที่จะมีคำสั่งให้หยุดนับระยะเวลาในการที่จำเลยที่ 1 จะได้รับการปลดจากล้มละลายหรือไม่ การที่ศาลล้มละลายกลางให้เพิกถอนคกสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 1 เด็ดขาดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 จึงไม่ชอบ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษายกคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง ลงวันที่ 18 มีนาคม 2548 ให้ศาลล้มละลายกลางดำเนินการไต่สวนคำขอของเข้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้วมีคำสั่งต่อไปตามรูปคดี
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000650.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550