คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5513/2552 ฉบับเต็ม

#494314
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5513/2552 นางดวงจันทร์ สุนทรสนิท โจทก์ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. อำเภอชนบท อำเภอแวงใหญ่ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 61, มาตรา 62 พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545 มาตรา 4 ล. ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญมีผลเท่ากับ ล.ถึงแก่ความตาย และเมื่อ ล.เป็นสมาชิกของจำเลย ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว โดยโจทก์ซึ่งเป็นภริยา ล. เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ดังกล่าว ข้ออ้างของจำเลยว่า หากไร้ซึ่งศพที่จะต้องจัดการแล้วจำเลยไม่อาจจ่ายเงินค่าจัดการศพได้นั้น รับฟังไม่ได้ ดังนั้น การเป็นคนสาบสูญตามคำสั่งศาลเป็นเหตุให้จำเลยต้องจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ในวันนัดพิจารณา ศาลสอบคู่ความแล้ว โจทก์แถลงรับว่าโจทก์มีสิทธิได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์เพียง 113,719.75 บาท และจำเลยแถลงสละข้อต่อสู้ที่ว่านายแหล่ ยังมีชีวิตอยู่ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีมีประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า การเป็นคนสาบสูญเข้าเหตุที่จำเลยจะต้องจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์หรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย และนัดฟังคำพิพากษา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ 113,719.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 26 ตุลาคม 2549) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า การเป็นคนสาบสูญตามคำสั่งศาล เป็นเหตุให้จำเลยต้องจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 62 บัญญัติว่า บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังที่ระบุไว้ในมาตรา 61 ดังนั้น ผลแห่งความตายเพราะสาบสูญจึงมีเช่นเดียวกับการตายธรรมดาคือสิ้นสภาพบุคคลและเกิดผลตามมาในเรื่องทรัพย์สินที่เป็นทรัพย์มรดกตกได้แก่ทายาท รวมตลอดถึงสิทธิหน้าที่ความรับผิดที่ผู้ตายจะต้องได้รับนับแต่มีคำสั่งศาลแสดงว่าเป็นคนสาบสูญ และเมื่อพิจารณาประกอบพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ การฌาปนกิจสงเคราะห์ หมายความว่า กิจการที่บุคคลหลายคนตกลงเข้าร่วมกันเพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ตกลงเข้าร่วมกันนั้นซึ่งถึงแก่ความตาย และมิได้ประสงค์จะหากำไรหรือรายได้เพื่อแบ่งปันกัน จะเห็นได้ว่าเมื่อนายแหล่ ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญมีผลเท่ากับนายแหล่ถึงแก่ความตาย และเมื่อนายแหล่เป็นสมาชิกของจำเลย ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว โดยโจทก์ซึ่งเป็นภริยานายแหล่เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ดังกล่าว ข้ออ้างของจำเลยว่า หากไร้ซึ่งศพที่จะต้องจัดการแล้วจำเลยไม่อาจจ่ายเงินค่าจัดการศพได้นั้น รับฟังไม่ได้ ดังนั้น การเป็นคนสาบสูญตามคำสั่งศาลเป็นเหตุให้จำเลยต้องจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. (ตรีวุฒิ สาขากร-พิทักษ์ คงจันทร์-เฉลียว พลวิเศษ) ศาลจังหวัดพล - นายไกษร ไชยวงษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.306/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1415/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1563/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
494314
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพล",
        "judge": "นายไกษร ไชยวงษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082001463"
    }
}
date
2552
deka_no
5513/2552
deka_running_no
5513
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ตรีวุฒิ สาขากร",
    "พิทักษ์ คงจันทร์",
    "เฉลียว พลวิเศษ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 61",
            "ม. 62"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 4"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางดวงจันทร์ สุนทรสนิท"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส."
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "อำเภอชนบท อำเภอแวงใหญ่"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ 150,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ในวันนัดพิจารณา ศาลสอบคู่ความแล้ว โจทก์แถลงรับว่าโจทก์มีสิทธิได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์เพียง 113,719.75 บาท และจำเลยแถลงสละข้อต่อสู้ที่ว่านายแหล่ ยังมีชีวิตอยู่ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีมีประเด็นข้อพิพาทเพียงว่า การเป็นคนสาบสูญเข้าเหตุที่จำเลยจะต้องจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์หรือไม่ ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้งดสืบพยานโจทก์และจำเลย และนัดฟังคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ 113,719.75 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 26 ตุลาคม 2549) ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ 1,500 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยว่า การเป็นคนสาบสูญตามคำสั่งศาล เป็นเหตุให้จำเลยต้องจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 62 บัญญัติว่า บุคคลซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้เป็นคนสาบสูญ ให้ถือว่าถึงแก่ความตายเมื่อครบกำหนดระยะเวลาดังที่ระบุไว้ในมาตรา 61 ดังนั้น ผลแห่งความตายเพราะสาบสูญจึงมีเช่นเดียวกับการตายธรรมดาคือสิ้นสภาพบุคคลและเกิดผลตามมาในเรื่องทรัพย์สินที่เป็นทรัพย์มรดกตกได้แก่ทายาท รวมตลอดถึงสิทธิหน้าที่ความรับผิดที่ผู้ตายจะต้องได้รับนับแต่มีคำสั่งศาลแสดงว่าเป็นคนสาบสูญ และเมื่อพิจารณาประกอบพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545 มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ การฌาปนกิจสงเคราะห์ หมายความว่า กิจการที่บุคคลหลายคนตกลงเข้าร่วมกันเพื่อทำการสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่ตกลงเข้าร่วมกันนั้นซึ่งถึงแก่ความตาย และมิได้ประสงค์จะหากำไรหรือรายได้เพื่อแบ่งปันกัน จะเห็นได้ว่าเมื่อนายแหล่ ถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญมีผลเท่ากับนายแหล่ถึงแก่ความตาย และเมื่อนายแหล่เป็นสมาชิกของจำเลย ย่อมมีสิทธิที่จะได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์เพื่อจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว โดยโจทก์ซึ่งเป็นภริยานายแหล่เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์ดังกล่าว ข้ออ้างของจำเลยว่า หากไร้ซึ่งศพที่จะต้องจัดการแล้วจำเลยไม่อาจจ่ายเงินค่าจัดการศพได้นั้น รับฟังไม่ได้ ดังนั้น การเป็นคนสาบสูญตามคำสั่งศาลเป็นเหตุให้จำเลยต้องจ่ายเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1415/2549
primary_red_case_no
พ1563/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000548.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.306/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552