คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6753/2551 ฉบับเต็ม

#494320
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6753/2551 บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โจทก์ นางลาวัณย์หรือวิภารัตน์ กาญจนสรวง หรือเอกพัชรวรรณ จำเลย พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 มาตรา 7 ตาม พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 มาตรา 7 ซึ่งบัญญัติว่า ในการโอนสินทรัพย์จากสถาบันการเงินไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ ถ้ามีการฟ้องบังคับสิทธิเรียกร้องเป็นคดีอยู่ในศาลให้บริษัทบริหารสินทรัพย์เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทน... และในกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นแล้ว ก็ให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้น... ก็เพื่อให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่รับโอนสิทธิเรียกร้องมาสามารถบังคับคดีในคดีแพ่งในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปได้เท่านั้น ส่วนการที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเป็นคดีล้มละลาย เมื่อโจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้ว โจทก์ย่อมใช้สิทธิต่างๆ ที่เจ้าหนี้เดิมมีอยู่ได้ หาจำต้องยื่นคำร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก่อนแต่อย่างใด ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า กรณีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ได้รับโอนสินทรัพย์ในคดีนี้ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 และได้มีการทำสัญญาโอนสินทรัพย์ระหว่างธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) ผู้โอน และบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ผู้รับโอนแล้ว การโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวย่อมสมบูรณ์ และเมื่อโจทก์ได้รับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด โจทก์จึงเป็นเจ้าหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องที่มีต่อจำเลยในคดีนี้ด้วย ที่ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ยื่นคำร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่ง โจทก์จึงไม่อาจนำมูลหนี้ในคดีแพ่งนั้นมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้ เห็นว่า ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 มาตรา 7 (เดิม) ซึ่งบัญญัติว่า ในการโอนสินทรัพย์จากสถาบันการเงินไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ ถ้ามีการฟ้องบังคับสิทธิเรียกร้องเป็นคดีอยู่ในศาล ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนในคดีดังกล่าว และอาจนำพยานหลักฐานใหม่มาแสดงคัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้แล้ว...ได้ และในกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นแล้ว ก็ให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้น ในการเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็เพื่อให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่รับโอนสิทธิเรียกร้องมานั้นสามารถบังคับคดีในคดีแพ่งในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปได้เท่านั้น ส่วนการที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเป็นคดีล้มละลาย เมื่อโจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้ว โจทก์ย่อมใช้สิทธิต่างๆ ที่เจ้าหนี้เดิมมีอยู่ได้ กรณีหาจำต้องยื่นคำร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก่อนดังที่ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยมาแต่อย่างใด อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น... พิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร (กีรติ กาญจนรินทร์-กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์-อัปษร หิรัญบูรณะ) ศาลล้มละลายกลาง - นายเลิศชาย สุวพงษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.191/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ล10911/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ล14959/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
494320
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายเลิศชาย สุวพงษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082007762"
    }
}
date
2551
deka_no
6753/2551
deka_running_no
6753
deka_year
2551
department
ล้มละลาย
judges
[
    "กีรติ กาญจนรินทร์",
    "กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์",
    "อัปษร หิรัญบูรณะ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541",
        "law_abbr": "พ.ร.ก.บริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541",
        "sections": [
            "ม. 7"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "นางลาวัณย์หรือวิภารัตน์ กาญจนสรวง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "หรือเอกพัชรวรรณ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยไม่ยื่นให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลล้มละลายกลางพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า กรณีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ได้รับโอนสินทรัพย์ในคดีนี้ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 และได้มีการทำสัญญาโอนสินทรัพย์ระหว่างธนาคารศรีนคร จำกัด (มหาชน) ผู้โอน และบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด ผู้รับโอนแล้ว การโอนสิทธิเรียกร้องดังกล่าวย่อมสมบูรณ์ และเมื่อโจทก์ได้รับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัทบริหารสินทรัพย์เพชรบุรี จำกัด โจทก์จึงเป็นเจ้าหนี้แห่งสิทธิเรียกร้องที่มีต่อจำเลยในคดีนี้ด้วย ที่ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ยื่นคำร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่ง โจทก์จึงไม่อาจนำมูลหนี้ในคดีแพ่งนั้นมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้ เห็นว่า ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ.2541 มาตรา 7 (เดิม) ซึ่งบัญญัติว่า ในการโอนสินทรัพย์จากสถาบันการเงินไปให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ ถ้ามีการฟ้องบังคับสิทธิเรียกร้องเป็นคดีอยู่ในศาล ให้บริษัทบริหารสินทรัพย์เข้าสวมสิทธิเป็นคู่ความแทนในคดีดังกล่าว และอาจนำพยานหลักฐานใหม่มาแสดงคัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้แล้ว...ได้ และในกรณีที่ศาลได้มีคำพิพากษาบังคับตามสิทธิเรียกร้องนั้นแล้ว ก็ให้เข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานั้น ในการเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็เพื่อให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ที่รับโอนสิทธิเรียกร้องมานั้นสามารถบังคับคดีในคดีแพ่งในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต่อไปได้เท่านั้น ส่วนการที่โจทก์นำคดีมาฟ้องเป็นคดีล้มละลาย เมื่อโจทก์ได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาแล้ว โจทก์ย่อมใช้สิทธิต่างๆ ที่เจ้าหนี้เดิมมีอยู่ได้ กรณีหาจำต้องยื่นคำร้องเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก่อนดังที่ศาลล้มละลายกลางวินิจฉัยมาแต่อย่างใด อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น...

พิพากษากลับ ให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยเด็ดขาดตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 14 และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยหักจากกองทรัพย์สินของจำเลย เฉพาะค่าทนายความให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์กำหนดตามที่เห็นสมควร
opensearch_id
primary_black_case_no
ล10911/2550
primary_red_case_no
ล14959/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000603.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.191/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551