คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7209/2545 ฉบับเต็ม

#49443
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7209/2545 นายเสริม ขันแข็ง โจทก์ นายจรุง เสือทอง จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นายโสพันธ์ สินธุบดี กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1367 ป.วิ.พ. มาตรา 55 การที่จำเลยและบุคคลอื่นจะได้ดำเนินการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ในที่ดินป่าชายเลนที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยชอบหรือไม่อย่างไรนั้นย่อมเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานของรัฐผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องจะต้องเป็นผู้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิของจำเลยไปตามหน้าที่ เมื่อโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามฟ้องและพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องในที่ดินแปลงนี้ต่อไป จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณา นายโสพันธ์ สินธุบดี และนายอำนวย สินธุบดี ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองหรือไม่ ในข้อนี้ทั้งโจทก์จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองต่างก็มีพยานหลายปากมาเบิกความว่า แต่ละฝ่ายต่างครอบครองที่ดินพิพาทกันมาเป็นเวลาหลายสิบปีก่อนที่จำเลยจะขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ทะเบียน เลขที่ 3426 ตามเอกสารหมาย จ.5 ให้แก่จำเลย ซึ่งเกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ดังกล่าวนี้ได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์และบุคคลอื่นเคยร้องเรียนต่อนายอำเภอขนอมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าทางราชการออกให้แก่จำเลยโดยมิชอบ ศาลฎีกาได้พิจารณาเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวโดยตลอดแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนเป็นเรื่องที่โจทก์กับพวกกล่าวหาว่าจำเลยกับบุคคลอื่นได้เข้าครอบครองและขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์บริเวณที่ดินป่าชายเลนที่ประชาชนหลายหมู่บ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน และตามหนังสือร้องเรียนดังกล่าวไม่ปรากฏข้อความใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้นำเอาที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองอย่างเป็นเจ้าของไปขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ให้แก่จำเลยดังโจทก์ฟ้อง ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ส่วนการที่จำเลยและบุคคลอื่นจะได้ดำเนินการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ในที่ดินป่าชายเลนที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยชอบหรือไม่อย่างไรนั้น ย่อมเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานของรัฐผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิของจำเลยไปตามหน้าที่ เมื่อโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในข้อนี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ข้ออื่นอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง" พิพากษายืน (ประเสริฐ เขียนนิลศิริ-สุเมธ ตังคจิวางกูร-ชวลิต ยอดเณร) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49443
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082048577"
    }
}
date
2545
deka_no
7209/2545
deka_running_no
7209
deka_year
2545
department
แผนก
judges
[
    "ประเสริฐ เขียนนิลศิริ",
    "สุเมธ ตังคจิวางกูร",
    "ชวลิต ยอดเณร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1367"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายเสริม ขันแข็ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายจรุง เสือทอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "จำเลยร่วม"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายโสพันธ์ สินธุบดี กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามฟ้องและพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องในที่ดินแปลงนี้ต่อไป

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา นายโสพันธ์ สินธุบดี และนายอำนวย สินธุบดี ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาว่าที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองหรือไม่ ในข้อนี้ทั้งโจทก์จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสองต่างก็มีพยานหลายปากมาเบิกความว่า แต่ละฝ่ายต่างครอบครองที่ดินพิพาทกันมาเป็นเวลาหลายสิบปีก่อนที่จำเลยจะขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3 ก.) ทะเบียน เลขที่ 3426 ตามเอกสารหมาย จ.5 ให้แก่จำเลย ซึ่งเกี่ยวกับการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ดังกล่าวนี้ได้ความตามที่โจทก์นำสืบว่า โจทก์และบุคคลอื่นเคยร้องเรียนต่อนายอำเภอขนอมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าทางราชการออกให้แก่จำเลยโดยมิชอบ ศาลฎีกาได้พิจารณาเอกสารทั้งสองฉบับดังกล่าวโดยตลอดแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนเป็นเรื่องที่โจทก์กับพวกกล่าวหาว่าจำเลยกับบุคคลอื่นได้เข้าครอบครองและขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์บริเวณที่ดินป่าชายเลนที่ประชาชนหลายหมู่บ้านใช้ประโยชน์ร่วมกัน และตามหนังสือร้องเรียนดังกล่าวไม่ปรากฏข้อความใดที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้นำเอาที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองอย่างเป็นเจ้าของไปขอให้ทางราชการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ให้แก่จำเลยดังโจทก์ฟ้อง ดังนั้น ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ส่วนการที่จำเลยและบุคคลอื่นจะได้ดำเนินการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ในที่ดินป่าชายเลนที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยชอบหรือไม่อย่างไรนั้น ย่อมเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานของรัฐผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิของจำเลยไปตามหน้าที่ เมื่อโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาในข้อนี้มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ข้ออื่นอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000972.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2545