คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2546 ฉบับเต็ม

#49463
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2546 ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน โจทก์ นาง อัจฉริยา อนุรุทธิกร ผู้ร้อง นาย บุญรักษ์ วงศ์พันธุเศรษฐ์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 509, มาตรา 702 ป.วิ.พ. มาตรา 287 ผู้ร้องกับจำเลยร่วมกันซื้อที่ดิน 2 แปลง โดยตกลงแบ่งการครอบครองเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจำเลยได้ส่วนแบ่งทางด้านทิศตะวันตก ส่วนผู้ร้องได้ส่วนแบ่งด้านทิศตะวันออกคนละครึ่ง อันเป็นข้อตกลงภายในระหว่างกันเองว่ามีการแบ่งแยกการครอบครองอย่างไรเท่านั้น หาได้มีการแบ่งแยกกันครอบครองอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนไม่ เมื่อจำเลยนำที่ดินดังกล่าวไปจำนองต่อโจทก์ ผู้ร้องก็ทราบและให้ความยินยอมเป็นหนังสือ ทั้งเมื่อมีการจดทะเบียนจำนองนอกจากผู้ร้องจะไม่ให้ปากคำใด ๆ แล้ว ยังไม่ส่งมอบเอกสารการแบ่งแยกการครอบครองที่ผู้ร้องกับจำเลยทำต่อกันแก่เจ้าพนักงานที่ดินเพื่อทราบ ซึ่งนับว่าเป็นความประมาทเลินเล่อของผู้ร้องอย่างมาก ฉะนั้น การที่จะให้โจทก์เรียกเอกสารประกอบอื่นใดที่อาจมาบั่นทอนกรรมสิทธิ์ของหลักประกันนั้นย่อมไม่อยู่ในวิสัยที่โจทก์พึงกระทำ เว้นแต่ผู้ร้องจะเสาะหามาแสดงเอง กรณีต้องถือว่าผู้ร้องและจำเลยได้ร่วมกันครอบครองที่ดินทุกส่วนทั้งสองแปลงอันโจทก์มีสิทธิยึดเพื่อนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้ได้ ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้กันส่วนของตนในที่ดินทั้งสองแปลงออกก่อนขายทอดตลาด ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยจำเลยจะผ่อนชำระ หากผิดนัดยอมให้บังคับคดีได้ทันทีด้วยการยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินแก่โจทก์ โจทก์จึงขอให้ออกหมายบังคับคดี แล้วนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 3972 และ 4065 ตำบลปึกเตียน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจำเลยมีกรรมสิทธิ์รวมกับผู้ร้อง และที่ดินแปลงอื่น ๆ ของจำเลยอีก 11 แปลง ขายทอดตลาด ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 3972 และ 4065 ที่โจทก์นำยึดมานั้น ผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลย โดยผู้ร้องกับจำเลยได้ตกลงแบ่งที่ดินคนละส่วนเท่ากัน ส่วนของผู้ร้องอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ส่วนของจำเลยอยู่ทางด้านทิศตะวันตกทั้งสองแปลง โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดที่ดินส่วนของผู้ร้องมาขายทอดตลาด ขอให้ศาลมีคำสั่งกันส่วนที่ดินของผู้ร้องและให้ขายทอดตลาดเฉพาะส่วนของจำเลยเท่านั้น โจทก์และจำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า ผู้ร้องและจำเลยยังมิได้แบ่งแยกที่ดินทั้งสองแปลงครอบครองกันเป็นส่วนสัด ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอกันส่วนที่ดิน จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องมีสิทธิขอกันเงินส่วนของตนจากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 3972 และ 4065 ตำบลปึกเตียน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น และยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอกันส่วนของตนในที่ดินทั้งสองแปลงก่อนขายทอดตลาดได้หรือไม่ โดยผู้ร้องกับจำเลยเบิกความเป็นพยานว่า ได้ร่วมกันซื้อที่ดินทั้งสองแปลงมาจากนายชัย เทียนฟัก ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2532 และตกลงแบ่งการครอบครองกันว่าจำเลยได้ส่วนแบ่งด้านทิศตะวันตก ส่วนของผู้ร้องได้ส่วนแบ่งด้านทิศตะวันออกคนละครึ่ง ต่อมาได้มีการตกลงการครอบครองกันเป็นลายลักษณ์อักษร นอกจากนี้ยังได้ความจากการตอบคำถามค้านของทนายโจทก์อีกว่า ในการที่จำเลยนำที่ดินพิพาททั้งสองแปลงไปจำนองต่อโจทก์ ผู้ร้องก็ได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสือด้วย และก็มิได้แจ้งต่อโจทก์ผู้รับจำนองว่าผู้ร้องกับจำเลยได้แบ่งแยกกันครอบครองที่ดินพิพาทนี้เป็นส่วนสัดแน่นอนอย่างไร และมิได้ส่งมอบบันทึกการตกลงการครอบครองแก่เจ้าพนักงานที่ดินเมื่อตอนจดทะเบียนจำนองอีกด้วย ดังนี้เห็นว่า ผู้ร้องเพียงแต่มีข้อตกลงภายในระหว่างผู้ร้องกับจำเลยว่ามีการแบ่งแยกการครอบครองกันอย่างไรเท่านั้น หาได้มีการแบ่งแยกกันครอบครองอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนไม่ เมื่อจำเลยนำที่ดินพิพาทไปจำนองต่อโจทก์ผู้ร้องก็ทราบและยังได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสืออีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีการจดทะเบียนจำนอง นอกจากผู้ร้องจะไม่ให้ปากคำใด ๆ แล้วยังไม่ได้ส่งมอบบันทึกการตกลงการครอบครองแก่เจ้าพนักงานที่ดินเพื่อทราบอีกซึ่งนับว่าเป็นความเลินเล่อของผู้ร้องอย่างมาก การที่จะให้โจทก์ผู้รับจำนองต้องเรียกเอกสารประกอบอื่นใดที่อาจจะมาบั่นทอนกรรมสิทธิ์ของหลักประกันนั้นย่อมไม่อยู่ในวิสัยที่โจทก์จะพึงกระทำ เว้นแต่ผู้ร้องจะเสาะหามาแสดงเอง ดังนั้น จึงต้องถือว่าผู้ร้องและจำเลยได้ร่วมกันครอบครองที่ดินพิพาททุกส่วนทั้งสองแปลงอันโจทก์มีสิทธิยึดเพื่อนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้ได้ทั้งแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (วิบูลย์ มีอาสา-วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์-วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49463
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047453"
    }
}
date
2546
deka_no
675/2546
deka_running_no
675
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "วิบูลย์ มีอาสา",
    "วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์",
    "วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 509",
            "ม. 702"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 287"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นาง อัจฉริยา อนุรุทธิกร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย บุญรักษ์ วงศ์พันธุเศรษฐ์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ โดยจำเลยจะผ่อนชำระ หากผิดนัดยอมให้บังคับคดีได้ทันทีด้วยการยึดทรัพย์จำนองและทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยผิดนัดไม่ชำระเงินแก่โจทก์ โจทก์จึงขอให้ออกหมายบังคับคดี แล้วนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 3972 และ 4065 ตำบลปึกเตียน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งจำเลยมีกรรมสิทธิ์รวมกับผู้ร้อง และที่ดินแปลงอื่น ๆ ของจำเลยอีก 11 แปลง ขายทอดตลาด

ผู้ร้องยื่นคำร้องและแก้ไขคำร้องว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 3972 และ 4065 ที่โจทก์นำยึดมานั้น ผู้ร้องมีกรรมสิทธิ์รวมกับจำเลย โดยผู้ร้องกับจำเลยได้ตกลงแบ่งที่ดินคนละส่วนเท่ากัน ส่วนของผู้ร้องอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ส่วนของจำเลยอยู่ทางด้านทิศตะวันตกทั้งสองแปลง โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดที่ดินส่วนของผู้ร้องมาขายทอดตลาด ขอให้ศาลมีคำสั่งกันส่วนที่ดินของผู้ร้องและให้ขายทอดตลาดเฉพาะส่วนของจำเลยเท่านั้น

โจทก์และจำเลยไม่ยื่นคำคัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่า ผู้ร้องและจำเลยยังมิได้แบ่งแยกที่ดินทั้งสองแปลงครอบครองกันเป็นส่วนสัด ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอกันส่วนที่ดิน จึงมีคำสั่งให้ผู้ร้องมีสิทธิขอกันเงินส่วนของตนจากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 3972 และ 4065 ตำบลปึกเตียน อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น และยกคำร้องของผู้ร้อง

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องมีสิทธิขอกันส่วนของตนในที่ดินทั้งสองแปลงก่อนขายทอดตลาดได้หรือไม่ โดยผู้ร้องกับจำเลยเบิกความเป็นพยานว่า ได้ร่วมกันซื้อที่ดินทั้งสองแปลงมาจากนายชัย เทียนฟัก ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2532 และตกลงแบ่งการครอบครองกันว่าจำเลยได้ส่วนแบ่งด้านทิศตะวันตก ส่วนของผู้ร้องได้ส่วนแบ่งด้านทิศตะวันออกคนละครึ่ง ต่อมาได้มีการตกลงการครอบครองกันเป็นลายลักษณ์อักษร นอกจากนี้ยังได้ความจากการตอบคำถามค้านของทนายโจทก์อีกว่า ในการที่จำเลยนำที่ดินพิพาททั้งสองแปลงไปจำนองต่อโจทก์ ผู้ร้องก็ได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสือด้วย และก็มิได้แจ้งต่อโจทก์ผู้รับจำนองว่าผู้ร้องกับจำเลยได้แบ่งแยกกันครอบครองที่ดินพิพาทนี้เป็นส่วนสัดแน่นอนอย่างไร และมิได้ส่งมอบบันทึกการตกลงการครอบครองแก่เจ้าพนักงานที่ดินเมื่อตอนจดทะเบียนจำนองอีกด้วย ดังนี้เห็นว่า ผู้ร้องเพียงแต่มีข้อตกลงภายในระหว่างผู้ร้องกับจำเลยว่ามีการแบ่งแยกการครอบครองกันอย่างไรเท่านั้น หาได้มีการแบ่งแยกกันครอบครองอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนไม่ เมื่อจำเลยนำที่ดินพิพาทไปจำนองต่อโจทก์ผู้ร้องก็ทราบและยังได้ให้ความยินยอมเป็นหนังสืออีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมีการจดทะเบียนจำนอง นอกจากผู้ร้องจะไม่ให้ปากคำใด ๆ แล้วยังไม่ได้ส่งมอบบันทึกการตกลงการครอบครองแก่เจ้าพนักงานที่ดินเพื่อทราบอีกซึ่งนับว่าเป็นความเลินเล่อของผู้ร้องอย่างมาก การที่จะให้โจทก์ผู้รับจำนองต้องเรียกเอกสารประกอบอื่นใดที่อาจจะมาบั่นทอนกรรมสิทธิ์ของหลักประกันนั้นย่อมไม่อยู่ในวิสัยที่โจทก์จะพึงกระทำ เว้นแต่ผู้ร้องจะเสาะหามาแสดงเอง ดังนั้น จึงต้องถือว่าผู้ร้องและจำเลยได้ร่วมกันครอบครองที่ดินพิพาททุกส่วนทั้งสองแปลงอันโจทก์มีสิทธิยึดเพื่อนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้ได้ทั้งแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000962.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546