คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 796/2546 ฉบับเต็ม

#49466
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 796/2546 ร้านสหกรณ์ลำปาง จำกัด โจทก์ นาย สันธาน เขมดำรง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 292, มาตรา 293 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์แม้ศาลจะพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชนะคดีอาญาที่ฟ้องขอให้ลงโทษผู้รับมอบอำนาจโจทก์ฐานเบิกความเท็จ ศาลก็ลงโทษผู้รับมอบอำนาจโจทก์ทางอาญาเท่านั้น คำพิพากษาคดีอาญาหามีผลทำให้คำพิพากษาคดีแพ่งซึ่งถึงที่สุดไปแล้วเปลี่ยนแปลงไปได้ไม่ ฉะนั้นการที่จำเลยที่ 2 ฟ้องผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นคดีอาญาฐานเบิกความเท็จ จึงหาเป็นเหตุเพียงพอให้งดการบังคับคดีแพ่งไว้ไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 796,180 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์ขอให้บังคับคดีเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงได้ยึดที่ดิน น.ส.3 ก. ของจำเลยที่ 2 รวมสี่แปลงเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า ไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ ทั้งได้ฟ้องผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นจำเลยคดีอาญาข้อหาความผิดฐานเบิกความเท็จ เพราะผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความเท็จในคดีนี้จนเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ถูกยึดทรัพย์ ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นตามคดีหมายเลขดำที่ 2333/2541 และขอให้ศาลชั้นต้นงดการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าหากคดีอาญามีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้รับมอบอำนาจโจทก์มีความผิด จำเลยที่ 2 จะเสียหาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดตามที่จำเลยที่ 2ขอ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ โดยให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไป จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้โจทก์ แม้ศาลจะพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชนะคดีอาญาที่ฟ้องขอให้ลงโทษผู้รับมอบอำนาจโจทก์ฐานเบิกความเท็จ ศาลก็ลงโทษผู้รับมอบอำนาจโจทก์ทางอาญาเท่านั้น คำพิพากษาคดีอาญาหาได้มีผลทำให้คำพิพากษาคดีแพ่งซึ่งถึงที่สุดไปแล้วเปลี่ยนแปลงไปได้ไม่ การที่จำเลยที่ 2 ฟ้องผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นคดีอาญาฐานเบิกความเท็จ จึงหาเป็นเหตุเพียงพอให้งดการบังคับคดีนี้ไว้ไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (สมชัย เกษชุมพล-จำรูญ แสนภักดี-สุมิตร สุภาดุลย์) แหล่งที่มา สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49466
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082047341"
    }
}
date
2546
deka_no
796/2546
deka_running_no
796
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "สมชัย เกษชุมพล",
    "จำรูญ แสนภักดี",
    "สุมิตร สุภาดุลย์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 292",
            "ม. 293"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ร้านสหกรณ์ลำปาง จำกัด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาย สันธาน เขมดำรง กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์เป็นเงิน 796,180 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียม ต่อมาจำเลยทั้งสองไม่ยอมชำระหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว โจทก์ขอให้บังคับคดีเจ้าพนักงานบังคับคดีจึงได้ยึดที่ดิน น.ส.3 ก. ของจำเลยที่ 2 รวมสี่แปลงเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า ไม่ได้เป็นลูกหนี้โจทก์ ทั้งได้ฟ้องผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นจำเลยคดีอาญาข้อหาความผิดฐานเบิกความเท็จ เพราะผู้รับมอบอำนาจโจทก์เบิกความเท็จในคดีนี้จนเป็นเหตุให้จำเลยที่ 2 ถูกยึดทรัพย์ ซึ่งคดีดังกล่าวอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นตามคดีหมายเลขดำที่ 2333/2541 และขอให้ศาลชั้นต้นงดการขายทอดตลาดทรัพย์ของจำเลยที่ 2 โดยอ้างว่าหากคดีอาญามีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้รับมอบอำนาจโจทก์มีความผิด จำเลยที่ 2 จะเสียหาย

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีงดการขายทอดตลาดตามที่จำเลยที่ 2ขอ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ โดยให้ดำเนินการบังคับคดีต่อไป

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้โจทก์ แม้ศาลจะพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชนะคดีอาญาที่ฟ้องขอให้ลงโทษผู้รับมอบอำนาจโจทก์ฐานเบิกความเท็จ ศาลก็ลงโทษผู้รับมอบอำนาจโจทก์ทางอาญาเท่านั้น คำพิพากษาคดีอาญาหาได้มีผลทำให้คำพิพากษาคดีแพ่งซึ่งถึงที่สุดไปแล้วเปลี่ยนแปลงไปได้ไม่ การที่จำเลยที่ 2 ฟ้องผู้รับมอบอำนาจโจทก์เป็นคดีอาญาฐานเบิกความเท็จ จึงหาเป็นเหตุเพียงพอให้งดการบังคับคดีนี้ไว้ไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000961.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546