คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2546 ฉบับเต็ม

#49489
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2882/2546 นาย เฮนดริก อดอล์ฟ คนิสฯ โจทก์ ผู้ถูกกล่าวหา โจทก์ นาย ศราวุธ กิติพรพงษ์สุข โจทก์ นาง เพ็ญประไพ อินต๊ะยศ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 33 พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498 มาตรา 11 ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) และมาตรา 33 ให้จำคุก 2 เดือนการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้รอการลงโทษผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหายังคงถูกพิพากษาลงโทษจำคุก 2 เดือนแต่รอการลงโทษไว้ มิใช่เป็นการปล่อยผู้ถูกกล่าวหากรณีไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11(7) พนักงานอัยการจึงฎีกาไม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2544 นายศราวุธ กิติพรพงษ์สุข ทนายความซึ่งได้รับใบอนุญาตเลขที่ 583/2539 ผู้ถูกกล่าวหา ได้ยื่นคำร้องและใบมอบฉันทะโดยปลอมแปลงลายมือชื่อของนายชาญวุฒิ จันทร์พิลา ทนายความจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ขอเลื่อนการพิจารณาคดี ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(1) และมาตรา 33 ให้จำคุก 2 เดือน ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษผู้ถูกกล่าวหาไว้ 1 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่พนักงานอัยการฎีกาขอให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11(7)บัญญัติว่า ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษบุคคลใดโดยลำพัง ถ้าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปล่อยผู้นั้น เมื่อพนักงานอัยการเห็นสมควรจะฎีกาก็ได้ แต่ในคดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาว่า ประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) และมาตรา 33 ให้จำคุก 2 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษผู้ถูกกล่าวหาไว้ 1 ปี ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการยื่นฎีกาตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการพ.ศ. 2498 มาตรา 11(7) และพนักงานอัยการได้ยื่นฎีกาขอให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น พนักงานอัยการจะฎีกาได้เฉพาะในกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้พิพากษาให้ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น สำหรับคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่าให้รอการลงโทษผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหายังคงถูกพิพากษาลงโทษจำคุก2 เดือน แต่รอการลงโทษไว้ มิใช่เป็นการปล่อยผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด กรณีไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11(7) พนักงานอัยการฎีกาไม่ได้ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของพนักงานอัยการมานั้นไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายกฎีกา (พีรพล จันทร์สว่าง-สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์-สมชัย จึงประเสริฐ) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49489
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082045514"
    }
}
date
2546
deka_no
2882/2546
deka_running_no
2882
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "พีรพล จันทร์สว่าง",
    "สุรศักดิ์ กาญจนวิทย์",
    "สมชัย จึงประเสริฐ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 33"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ.2498",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.พนักงานอัยการ พ.ศ.2498",
        "sections": [
            "ม. 11"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย เฮนดริก อดอล์ฟ คนิสฯ"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้ถูกกล่าวหา"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาย ศราวุธ กิติพรพงษ์สุข"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง เพ็ญประไพ อินต๊ะยศ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2544 นายศราวุธ กิติพรพงษ์สุข ทนายความซึ่งได้รับใบอนุญาตเลขที่ 583/2539 ผู้ถูกกล่าวหา ได้ยื่นคำร้องและใบมอบฉันทะโดยปลอมแปลงลายมือชื่อของนายชาญวุฒิ จันทร์พิลา ทนายความจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ขอเลื่อนการพิจารณาคดี

ศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(1) และมาตรา 33 ให้จำคุก 2 เดือน

ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษผู้ถูกกล่าวหาไว้ 1 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้น

พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่พนักงานอัยการฎีกาขอให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11(7)บัญญัติว่า ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษบุคคลใดโดยลำพัง ถ้าศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปล่อยผู้นั้น เมื่อพนักงานอัยการเห็นสมควรจะฎีกาก็ได้ แต่ในคดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกผู้ถูกกล่าวหาว่า ประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการละเมิดอำนาจศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1) และมาตรา 33 ให้จำคุก 2 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษผู้ถูกกล่าวหาไว้ 1 ปี ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการยื่นฎีกาตามพระราชบัญญัติพนักงานอัยการพ.ศ. 2498 มาตรา 11(7) และพนักงานอัยการได้ยื่นฎีกาขอให้ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาตามคำสั่งศาลชั้นต้นนั้น พนักงานอัยการจะฎีกาได้เฉพาะในกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้พิพากษาให้ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น สำหรับคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่าให้รอการลงโทษผู้ถูกกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหายังคงถูกพิพากษาลงโทษจำคุก2 เดือน แต่รอการลงโทษไว้ มิใช่เป็นการปล่อยผู้ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด กรณีไม่ต้องด้วยพระราชบัญญัติพนักงานอัยการ พ.ศ. 2498 มาตรา 11(7) พนักงานอัยการฎีกาไม่ได้ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาของพนักงานอัยการมานั้นไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษายกฎีกา
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000945.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546