คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3702/2546 ฉบับเต็ม

#49495
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3702/2546 นางสาว กมล พรมมะ ผู้ร้อง ป.วิ.พ. มาตรา 55 ผู้ร้องอ้างว่าทางเข้าออกตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินผู้ร้องโดยอายุความ และผู้ร้องเคยขอให้ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของผู้ร้อง แต่ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวเพิกเฉย แสดงว่าผู้ร้องถูกโต้แย้งสิทธิผู้ร้องต้องเสนอคดีต่อศาลเป็นคำฟ้องมิใช่คำร้องขอ ___________________________ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 63029 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ที่ดินของผู้ร้องด้านทิศตะวันตกติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 15363 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ของนางไสววรรณวรรณพัฒน์ กับพันเอกกัณฑภพ วรรณพัฒน์ ผู้ร้องใช้ประโยชน์พื้นที่ดินขนาดกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร ตามเส้นสีเหลืองในเอกสารหมายเลข 7ท้ายคำร้องขอซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโฉนดที่ดินเลขที่ 15363 เป็นทางเข้าออกจากที่ดินของผู้ร้องสู่ถนนสาธารณะโดยสงบ และเปิดเผยเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ผู้ร้องเคยขอให้ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดดังกล่าวไปจดทะเบียนภารจำยอมให้แก่ผู้ร้องแต่ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวเพิกเฉย ผู้ร้องจึงขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 15363 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เฉพาะส่วนที่เป็นทางเข้าออกที่ดินของผู้ร้องกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร ตามเอกสารหมายเลข 7 ท้ายคำร้องขอตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีมีข้อพิพาท ผู้ร้องต้องเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำฟ้อง มิใช่คำร้องขอ จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอของผู้ร้อง ให้จำหน่ายคดี คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่ผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า เมื่อผู้ร้องอ้างว่าทางเข้าออกกว้างประมาณ 3 เมตรยาวประมาณ 18 เมตร ตามเอกสารหมายเลข 7 ท้ายคำร้องขอซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในที่ดินโฉนดเลขที่ 15363 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 63029 ของผู้ร้อง และเคยขอให้ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของผู้ร้อง แต่ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวเพิกเฉยย่อมแสดงว่าผู้ร้องถูกโต้แย้งสิทธิตามที่อ้าง ผู้ร้องต้องเสนอคดีต่อศาลเป็นคำฟ้องมิใช่คำร้องขอ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอของผู้ร้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (มานะ ศุภวิริยกุล-ประชา ประสงค์จรรยา-สดศรี สัตยธรรม) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
49495
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082045160"
    }
}
date
2546
deka_no
3702/2546
deka_running_no
3702
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "มานะ ศุภวิริยกุล",
    "ประชา ประสงค์จรรยา",
    "สดศรี สัตยธรรม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาว กมล พรมมะ"
    }
]
long_text
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 63029 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ที่ดินของผู้ร้องด้านทิศตะวันตกติดกับที่ดินโฉนดเลขที่ 15363 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ของนางไสววรรณวรรณพัฒน์ กับพันเอกกัณฑภพ วรรณพัฒน์ ผู้ร้องใช้ประโยชน์พื้นที่ดินขนาดกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร ตามเส้นสีเหลืองในเอกสารหมายเลข 7ท้ายคำร้องขอซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโฉนดที่ดินเลขที่ 15363 เป็นทางเข้าออกจากที่ดินของผู้ร้องสู่ถนนสาธารณะโดยสงบ และเปิดเผยเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ผู้ร้องเคยขอให้ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดดังกล่าวไปจดทะเบียนภารจำยอมให้แก่ผู้ร้องแต่ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวเพิกเฉย ผู้ร้องจึงขอให้ศาลไต่สวนและมีคำสั่งว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 15363 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี เฉพาะส่วนที่เป็นทางเข้าออกที่ดินของผู้ร้องกว้างประมาณ 3 เมตร ยาวประมาณ 18 เมตร ตามเอกสารหมายเลข 7 ท้ายคำร้องขอตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินของผู้ร้อง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้เป็นคดีมีข้อพิพาท ผู้ร้องต้องเสนอคดีต่อศาลโดยทำเป็นคำฟ้อง มิใช่คำร้องขอ จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอของผู้ร้อง ให้จำหน่ายคดี คืนค่าขึ้นศาลทั้งหมดแก่ผู้ร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า เมื่อผู้ร้องอ้างว่าทางเข้าออกกว้างประมาณ 3 เมตรยาวประมาณ 18 เมตร ตามเอกสารหมายเลข 7 ท้ายคำร้องขอซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในที่ดินโฉนดเลขที่ 15363 ตำบลกกโก อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ตกเป็นทางภารจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 63029 ของผู้ร้อง และเคยขอให้ผู้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวไปจดทะเบียนเป็นภารจำยอมแก่ที่ดินของผู้ร้อง แต่ผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวเพิกเฉยย่อมแสดงว่าผู้ร้องถูกโต้แย้งสิทธิตามที่อ้าง ผู้ร้องต้องเสนอคดีต่อศาลเป็นคำฟ้องมิใช่คำร้องขอ ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอของผู้ร้องจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000942.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546