คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6174/2551 ฉบับเต็ม

#495866
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6174/2551 พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นายประเสริฐ ดอกนางแย้ม จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 216 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 ฎีกาต้องมีข้อความคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยอ้างเหตุว่าการที่ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงหรือไม่รับฟังข้อเท็จจริงข้อใดนั้นชอบหรือไม่ชอบเพราะเหตุใด ควรรับฟังข้อเท็จจริงอย่างไร เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 แล้วใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายทั้งสอง ที่จำเลยฎีกาว่าผู้เสียหายทั้งสองมีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วย เป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่ชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2541 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของจ่าสิบเอกสราวุธ ผู้เสียหายที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และจำเลยใช้มีดปลายแหลม ยาวประมาณ 10 นิ้ว 1 เล่ม แทงผู้เสียหายที่ 1 หลายครั้ง ถูกที่ข้อศอกซ้ายและมือขวา เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัสต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือ จนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน หลังจากนั้นจำเลยใช้มีดปลายแหลมดังกล่าวแทงนางสาวสุกัญญา ผู้เสียหายที่ 2 หลายครั้งถูกที่หน้าผากและข้อมือซ้าย เป็นเหตุผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 295, 297, 364, 365 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 297, 365 (3) ประกอบมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 สองบท และมาตรา 365 (3) ประกอบมาตรา 364 อีกบทหนึ่งเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 365 (3) ประกอบมาตรา 364 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 จำคุก 2 ปี คำขออื่นให้ยก จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายทั้งสองมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ขอให้ยกฟ้อง นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 ฎีกาต้องมีข้อความคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยอ้างเหตุว่า การที่ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงหรือไม่รับฟังข้องเท็จจริงข้อใดนั้นชอบหรือไม่ชอบเพราะเหตุใด ควรรับฟังข้อเท็จจริงอย่างไร คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 แล้วใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายทั้งสอง ที่จำเลยฎีกาว่าผู้เสียหายทั้งสองมีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วย เป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยข้อนี้มา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) ประกอบมาตรา 364 โดยโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 แล้วใช้มีดแทงผู้เสียหายทั้งสองได้รับอันตรายแก่กาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 สองบท, 365 (3) ประกอบมาตรา 364 ซึ่งเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) ประกอบมาตรา 364 เป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายดังกล่าว กรณีมิใช่เป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยดังที่จำเลยฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด-วีระวัฒน์ ปวราจารย์-ประพันธ์ ทรัพย์แสง) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
495866
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008223"
    }
}
date
2551
deka_no
6174/2551
deka_running_no
6174
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "ประพันธ์ ทรัพย์แสง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 216"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประเสริฐ ดอกนางแย้ม"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2541 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของจ่าสิบเอกสราวุธ ผู้เสียหายที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร และจำเลยใช้มีดปลายแหลม ยาวประมาณ 10 นิ้ว 1 เล่ม แทงผู้เสียหายที่ 1 หลายครั้ง ถูกที่ข้อศอกซ้ายและมือขวา เป็นเหตุให้ผู้เสียหายที่ 1 ได้รับอันตรายสาหัสต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันหรือ จนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน หลังจากนั้นจำเลยใช้มีดปลายแหลมดังกล่าวแทงนางสาวสุกัญญา ผู้เสียหายที่ 2 หลายครั้งถูกที่หน้าผากและข้อมือซ้าย เป็นเหตุผู้เสียหายที่ 2 ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 295, 297, 364, 365

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 297, 365 (3) ประกอบมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 สองบท และมาตรา 365 (3) ประกอบมาตรา 364 อีกบทหนึ่งเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 365 (3) ประกอบมาตรา 364 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 จำคุก 2 ปี คำขออื่นให้ยก

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายทั้งสองมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ขอให้ยกฟ้อง นั้น เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 ฎีกาต้องมีข้อความคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยอ้างเหตุว่า การที่ศาลอุทธรณ์รับฟังข้อเท็จจริงหรือไม่รับฟังข้องเท็จจริงข้อใดนั้นชอบหรือไม่ชอบเพราะเหตุใด ควรรับฟังข้อเท็จจริงอย่างไร คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 แล้วใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายทั้งสอง ที่จำเลยฎีกาว่าผู้เสียหายทั้งสองมีส่วนร่วมกระทำความผิดด้วย เป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216 แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยข้อนี้มา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) ประกอบมาตรา 364 โดยโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 หรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายที่ 1 แล้วใช้มีดแทงผู้เสียหายทั้งสองได้รับอันตรายแก่กาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 สองบท, 365 (3) ประกอบมาตรา 364 ซึ่งเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (3) ประกอบมาตรา 364 เป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายดังกล่าว กรณีมิใช่เป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยดังที่จำเลยฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000607.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551