คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2551 ฉบับเต็ม

#496265
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 987/2551 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นางสาววิไลลักษณ์ แสนยากุล กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสาม, มาตรา 100/2 จำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 2,000 เม็ด น้ำหนัก 179.39 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 51.148 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันต้องด้วยบทกำหนดโทษตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 66 วรรคสาม แต่ปรากฏว่าหลังจากที่เจ้าพนักงานตำรวจสามารถล่อซื้อจับกุมจำเลยที่ 2 พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนของกลางแล้ว จำเลยที่ 2 ให้การว่ารับเมทแอมแฟตามีนของกลางมาจาก ว. หรือ ม. และร่วมมือกับเจ้าพนักงานตำรวจจนสามารถขยายผลจับกุม ว. พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนของกลางอีกจำนวน 70 เม็ด นับว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำความผิดที่ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือพนักงานสอบสวนเห็นสมควรลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษฯ มาตรา 100/2 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 92 ริบของกลาง และคืนธนบัตรจำนวน 75,000 บาท ที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคหนึ่ง และ วรรคสาม (2)), 66 วรรคสาม, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 (ที่ถูก ไม่ต้องระบุประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 แต่ต้องระบุว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90) ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้เปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นโทษจำคุก 30 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (2) จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้ยกฟ้อง ให้คืนธนบัตร จำนวน 75,000 บาท ที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุกตลอดชีวิตและปรับ 3,000,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี และปรับ 1,500,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 แต่ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 2 ปี ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข 09 - 2663810 ของกลาง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดโทษสถานเบานั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 2,000 เม็ด น้ำหนัก 179.39 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 51.148 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา 100,000 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันต้องด้วยบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสาม ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ 1,000,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท หรือประหารชีวิต แต่พยานหลักฐานตามทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่า หลังจากที่เจ้าพนักงานตำรวจสามารถล่อซื้อจับกุมจำเลยที่ 2 พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนของกลางแล้ว จำเลยที่ 2 ให้การว่ารับเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากนายวิรัชหรือหมูและร่วมมือกับเจ้าพนักงานตำรวจจนสามารถขยายผลจับกุมนายวิรัชพร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนของกลางอีกจำนวน 70 เม็ด นับว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำความผิดที่ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน เห็นสมควรลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 25 ปี และปรับ 500,000 บาท ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี 6 เดือน และปรับ 250,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 (มานัส เหลืองประเสริฐ-ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์-เกรียงศักดิ์ คงผล) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ มาตรา 100/2 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ มีเจตนารมณ์ที่ต้องการจะทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดและเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดหน้าใหม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการที่จะออกมาจากเครือข่ายการค้ายาเสพติด ดังนั้น การให้ข้อมูลแก่เจ้าพนักงานตำรวจต้องเป็นการให้ข้อมูลในลักษณะที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถที่จะทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดได้ด้วยการที่ผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยซึ่งไปซื้อยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่แล้วนำมาจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปนั้นได้ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐจนสามารถดำเนินคดีจับผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้นั้นย่อมได้รับประโยชน์จากการลดโทษตามมาตรา 100/2 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ อย่างไม่ต้องสงสัยในทางกลับกันการให้ข้อมูลของผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อดำเนินคดีแก่ผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย หากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้รับประโยชน์จากการลดโทษตามมาตรา 100/2 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯย่อมไม่ต้องด้วยเจตนารมณ์ของมาตรา 100/2 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ แม้จำนวนยาเสพติดไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะชี้ให้เห็นว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่หรือไม่ แต่ถ้าไม่มีข้อเท็จจริงแห่งคดีเป็นพิเศษอย่างอื่นที่จะชี้ให้เห็นว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่แล้ว การที่ผู้ค้ายาเสพติดที่มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวน 2,000 เม็ด ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่แล้วจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายอื่นที่มียาเสพติดไว้ในครอบครองจำนวน 70 เม็ดก็น่าจะต้องถือว่าเป็นกรณีที่ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยซึ่งย่อมได้รับการลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เท่านั้น สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
496265
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082012018"
    }
}
date
2551
deka_no
987/2551
deka_running_no
987
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "มานัส เหลืองประเสริฐ",
    "ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์",
    "เกรียงศักดิ์ คงผล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 66 วรรคสาม",
            "ม. 100/2"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาววิไลลักษณ์ แสนยากุล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 92 ริบของกลาง และคืนธนบัตรจำนวน 75,000 บาท ที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ

จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ

จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคสาม (2) (ที่ถูกมาตรา 15 วรรคหนึ่ง และ วรรคสาม (2)), 66 วรรคสาม, 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 (ที่ถูก ไม่ต้องระบุประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 แต่ต้องระบุว่าการกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งแต่ละบทมีอัตราโทษเท่ากัน ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90) ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้เปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นโทษจำคุก 30 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52 (2) จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้ยกฟ้อง ให้คืนธนบัตร จำนวน 75,000 บาท ที่ใช้ล่อซื้อแก่เจ้าของ ริบของกลาง คำขออื่นให้ยก

โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยที่ 2 จำคุกตลอดชีวิตและปรับ 3,000,000 บาท จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี และปรับ 1,500,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 แต่ให้กักขังแทนค่าปรับไม่เกิน 2 ปี ไม่ริบโทรศัพท์เคลื่อนที่ หมายเลข 09 - 2663810 ของกลาง โดยให้คืนแก่เจ้าของ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ศาลใช้ดุลพินิจกำหนดโทษสถานเบานั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางจำนวน 2,000 เม็ด น้ำหนัก 179.39 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 51.148 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำหน่ายให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา 100,000 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย อันต้องด้วยบทกำหนดโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 66 วรรคสาม ซึ่งมีระวางโทษจำคุกตลอดชีวิตและปรับตั้งแต่ 1,000,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท หรือประหารชีวิต แต่พยานหลักฐานตามทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่า หลังจากที่เจ้าพนักงานตำรวจสามารถล่อซื้อจับกุมจำเลยที่ 2 พร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนของกลางแล้ว จำเลยที่ 2 ให้การว่ารับเมทแอมเฟตามีนของกลางมาจากนายวิรัชหรือหมูและร่วมมือกับเจ้าพนักงานตำรวจจนสามารถขยายผลจับกุมนายวิรัชพร้อมด้วยเมทแอมเฟตามีนของกลางอีกจำนวน 70 เม็ด นับว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำความผิดที่ได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ หรือพนักงานสอบสวน เห็นสมควรลงโทษจำเลยที่ 2 น้อยกว่าอัตราโทษขั้นต่ำที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 100/2 ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น"

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้วางโทษจำเลยที่ 2 จำคุก 25 ปี และปรับ 500,000 บาท ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 12 ปี 6 เดือน และปรับ 250,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
มาตรา 100/2 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ มีเจตนารมณ์ที่ต้องการจะทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดและเปิดโอกาสให้ผู้กระทำความผิดหน้าใหม่ตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในการที่จะออกมาจากเครือข่ายการค้ายาเสพติด ดังนั้น การให้ข้อมูลแก่เจ้าพนักงานตำรวจต้องเป็นการให้ข้อมูลในลักษณะที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถที่จะทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดได้ด้วยการที่ผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยซึ่งไปซื้อยาเสพติดจากผู้ค้ารายใหญ่แล้วนำมาจำหน่ายแก่ประชาชนทั่วไปนั้นได้ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐจนสามารถดำเนินคดีจับผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้นั้นย่อมได้รับประโยชน์จากการลดโทษตามมาตรา 100/2 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ อย่างไม่ต้องสงสัยในทางกลับกันการให้ข้อมูลของผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่แก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อดำเนินคดีแก่ผู้ค้ายาเสพติดรายย่อย หากผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้รับประโยชน์จากการลดโทษตามมาตรา 100/2 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯย่อมไม่ต้องด้วยเจตนารมณ์ของมาตรา 100/2 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษฯ แม้จำนวนยาเสพติดไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่จะชี้ให้เห็นว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่หรือไม่ แต่ถ้าไม่มีข้อเท็จจริงแห่งคดีเป็นพิเศษอย่างอื่นที่จะชี้ให้เห็นว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่แล้ว การที่ผู้ค้ายาเสพติดที่มียาเสพติดไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำนวน 2,000 เม็ด ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่แล้วจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายอื่นที่มียาเสพติดไว้ในครอบครองจำนวน 70 เม็ดก็น่าจะต้องถือว่าเป็นกรณีที่ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อจับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยซึ่งย่อมได้รับการลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เท่านั้น สุรสิทธิ์ แสงวิโรจนพัฒน์
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000641.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551