คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7648/2552 ฉบับเต็ม

#496747
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7648/2552 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นางบานเย็น เตจ๊ะ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง, มาตรา 218 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), มาตรา 66 วรรคสอง (ใหม่), มาตรา 67 (ใหม่) พยานหลักฐานโจทก์ชวนให้สงสัยว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ฐานมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 300 เม็ด กับฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก 2 ชิ้นหรือไม่ ศาลต้องพิพากษายกฟ้องและถือว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วย แม้ความผิดฐานนี้จะต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง คืนธนบัตรของกลางจำนวน 14,000 บาท ให้แก่เจ้าของ จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่), 67 (ที่แก้ไขใหม่), 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และจำเลยที่ 2 ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 การกระทำของความจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 30 ปี ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 11 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 6 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง คืนธนบัตรของกลางจำนวน 14,000 บาท ให้แก่เจ้าของ โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานร่วมกับพวกมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 300 เม็ด ของกลาง กับความผิดฐานร่วมกับพวกมีเมทแอมเฟตามีน จำนวน 2 ชิ้น ของกลางไว้ในครอบครอง โดยในวันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจยึดได้เมทแอมเฟตามีนจำนวน 300 เม็ด ของกลาง กับเมทแอมเฟตามีนอีก 2 ชิ้น ของกลางและธนบัตรของกลางจำนวน 14,000 บาท ที่ใช้ในการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน กับจับจำเลยทั้งสองดำเนินคดีนี้ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านแม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ จึงเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 มีว่า จำเลยที่ 2 ได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาล้วนเป็นพิรุธ ชวนให้สงสัยว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 300 เม็ด กับอีก 2 ชิ้น ของกลางตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลต้องพิพากษายกฟ้องและถือว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วย แม้ความผิดฐานนี้จะต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 (ดิเรก อิงคนินันท์-ธนฤกษ์ นิติเศรณี-นิยุต สุภัทรพาหิรผล) ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นางพนิดา เชาวนปรีชา ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายชลิต กฐินะสมิต แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3757/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ7563/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ207/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
496747
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเชียงใหม่",
        "judge": "นางพนิดา เชาวนปรีชา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายชลิต กฐินะสมิต"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082000090"
    }
}
date
2552
deka_no
7648/2552
deka_running_no
7648
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ดิเรก อิงคนินันท์",
    "ธนฤกษ์ นิติเศรณี",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 185 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 218 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 15 วรรคหนึ่ง (เดิม)",
            "ม. 66 วรรคสอง (ใหม่)",
            "ม. 67 (ใหม่)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางบานเย็น เตจ๊ะ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง คืนธนบัตรของกลางจำนวน 14,000 บาท ให้แก่เจ้าของ

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ

จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง (เดิม), 66 วรรคสอง (ที่แก้ไขใหม่), 67 (ที่แก้ไขใหม่), 102 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และจำเลยที่ 2 ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 10 การกระทำของความจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 10 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 30 ปี ฐานร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 11 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 33 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 5 ปี 6 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง คืนธนบัตรของกลางจำนวน 14,000 บาท ให้แก่เจ้าของ

โจทก์และจำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานร่วมกับพวกมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 300 เม็ด ของกลาง กับความผิดฐานร่วมกับพวกมีเมทแอมเฟตามีน จำนวน 2 ชิ้น ของกลางไว้ในครอบครอง โดยในวันเกิดเหตุเจ้าพนักงานตำรวจยึดได้เมทแอมเฟตามีนจำนวน 300 เม็ด ของกลาง กับเมทแอมเฟตามีนอีก 2 ชิ้น ของกลางและธนบัตรของกลางจำนวน 14,000 บาท ที่ใช้ในการล่อซื้อเมทแอมเฟตามีน กับจับจำเลยทั้งสองดำเนินคดีนี้ ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ตำบลบ้านแม อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ จึงเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ

ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 มีว่า จำเลยที่ 2 ได้กระทำความผิดตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาล้วนเป็นพิรุธ ชวนให้สงสัยว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 หรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดฐานร่วมกับจำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน 300 เม็ด กับอีก 2 ชิ้น ของกลางตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลต้องพิพากษายกฟ้องและถือว่า จำเลยที่ 2 ไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองด้วย แม้ความผิดฐานนี้จะต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 มานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5
opensearch_id
primary_black_case_no
อ7563/2544
primary_red_case_no
อ207/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000536.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3757/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552