คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7384/2552 ฉบับเต็ม

#496750
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7384/2552 นายนรินทร์ จิระคุณ โจทก์ นางจันทร์เพ็ญ สิมารักษ์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 84 ป.พ.พ. มาตรา 420 ตามคำฟ้องโจทก์อ้างว่าก่อนจำเลยขุดดินเมื่อปี 2534 จำเลยได้ทำความตกลงกับโจทก์ว่าหากโจทก์ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินเมื่อใด จำเลยจะถมที่ดินให้แก่โจทก์ ดังนั้น ปัญหาว่าก่อนปี 2534 มีบ่อปลาในที่ดินของโจทก์อยู่แล้วหรือไม่จึงเป็นประเด็นสำคัญเนื่องจากต้องนำมาประกอบการพิจารณาว่าจำเลยได้ตกลงกับโจทก์ดังที่โจทก์กล่าวอ้างหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า บ่อปลาในที่ดินของโจทก์มีมาก่อนปี 2534 ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าก่อนจำเลยขุดดินในที่ดินของโจทก์เมื่อปี 2534 จำเลยได้ตกลงกับโจทก์ก่อนแล้วว่าจะถมที่ดินให้โจทก์ เมื่อโจทก์ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ จึงรับฟังไม่ได้ เนื่องจากโจทก์สืบไม่สมฟ้อง ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยถมดินในที่ดินโฉนดเลขที่ 171986 อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ ของโจทก์ให้อยู่ในสภาพเดิม ให้จำเลยทำกำแพงกันดินในช่วงแนวเขตที่ดินของโจทก์กับบ่อน้ำนอกเขตที่ดินของโจทก์ตลอดแนวหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 960,000 บาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นค่าเช่าบ้านเดือนละ 9,000 บาท แก่โจทก์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2543 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ปลูกบ้านเสร็จและย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านดังกล่าว จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยถมดินในที่ดินโฉนดเลขที่ 171986 อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ ให้อยู่ในสภาพเดิม ให้จำเลยทำกำแพงกันดินในช่วงแนวเขตที่ดินของโจทก์ต่อกับบ่อน้ำนอกเขตที่ดินของโจทก์ตลอดแนว หากจำเลยไม่สามารถถมดินและทำกำแพงกันดินให้ใช้ค่าถมดิน 440,000 บาท ค่าทำกำแพงกันดิน 520,000 บาทรวมเป็นเงิน 960,000 บาท แก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าเสียหายเป็นค่าเช่าบ้านเดือนละ4,000 บาท นับแต่เดือนตุลาคม 2543 จนถึงเดือนธันวาคม 2544 ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณปี 2534 จำเลยได้ขุดที่ดินทำบ่อปลาเข้ามาในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 171986 ของโจทก์ และจำเลยได้ให้คำมั่นสัญญาแก่โจทก์ว่าโจทก์จะปลูกสร้างบ้านในที่ดินของโจทก์เมื่อใด จำเลยจะถมดินที่ขุดเป็นบ่อปลาให้กลับคืนดังเดิม ในชั้นพิจารณาโจทก์เบิกความว่า เมื่อประมาณปี 2534 จำเลยได้ขุดดินเข้ามาในที่ดินแปลงดังกล่าวของโจทก์ ก่อนขุดดินจำเลยบอกโจทก์ว่าขุดดินเข้ามาในที่ดินของโจทก์เพื่อทำบ่อตกปลาและจะทำร้านอาหารเพื่อบริการแก่ลูกค้าที่มาตกปลา โดยจำเลยตกลงว่าหากโจทก์จะทำประโยชน์หรือปลูกสร้างบ้านในที่ดินของโจทก์เมื่อใด จำเลยจะถมที่ดินของโจทก์ให้เป็นดังเดิม ตามคำฟ้องและคำเบิกความของโจทก์ดังกล่าวมีความหมายว่าก่อนที่จำเลยจะขุดดินในที่ดินของโจทก์เพื่อทำบ่อปลานั้น โจทก์และจำเลยได้ตกลงกันแล้วว่าโจทก์ยอมให้จำเลยใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ทำบ่อปลา หากโจทก์ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์เมื่อใด จำเลยจะถมที่ดินให้แก่โจทก์ ดังนั้น ปัญหาว่าก่อนปี 2534 มีบ่อปลาในที่ดินของโจทก์อยู่แล้วหรือไม่จึงเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากต้องนำมาประกอบการพิจารณาว่าจำเลยได้ตกลงกับโจทก์ดังที่โจทก์กล่าวอ้างหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าบ่อปลาในที่ดินของโจทก์มีมาตั้งแต่ก่อนปี 2534 ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าก่อนจำเลยขุดดินในที่ดินของโจทก์เมื่อปี 2534 จำเลยได้ตกลงกับโจทก์ก่อนแล้วว่าจะถมที่ดินให้โจทก์เมื่อโจทก์ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ จึงรับฟังไม่ได้เนื่องจากโจทก์สืบไม่สมฟ้อง ฎีกาข้ออื่นของโจทก์และคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลเห็นควรให้เป็นพับ (ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว-พีรพล พิชยวัฒน์-พิสิฐ ฐิติภัค) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายภิญโญ โมกขมรรคกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรพันธุ์ ละอองมณี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.760/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1762/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ883/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
496750
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายภิญโญ โมกขมรรคกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสุรพันธุ์ ละอองมณี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082000201"
    }
}
date
2552
deka_no
7384/2552
deka_running_no
7384
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว",
    "พีรพล พิชยวัฒน์",
    "พิสิฐ ฐิติภัค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 84"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 420"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายนรินทร์ จิระคุณ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจันทร์เพ็ญ สิมารักษ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยถมดินในที่ดินโฉนดเลขที่ 171986 อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ ของโจทก์ให้อยู่ในสภาพเดิม ให้จำเลยทำกำแพงกันดินในช่วงแนวเขตที่ดินของโจทก์กับบ่อน้ำนอกเขตที่ดินของโจทก์ตลอดแนวหากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 960,000 บาท และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเป็นค่าเช่าบ้านเดือนละ 9,000 บาท แก่โจทก์ตั้งแต่เดือนกันยายน 2543 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์ปลูกบ้านเสร็จและย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในบ้านดังกล่าว

จำเลยให้การ ขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยถมดินในที่ดินโฉนดเลขที่ 171986 อำเภอบางพลี (พระโขนง) จังหวัดสมุทรปราการ ให้อยู่ในสภาพเดิม ให้จำเลยทำกำแพงกันดินในช่วงแนวเขตที่ดินของโจทก์ต่อกับบ่อน้ำนอกเขตที่ดินของโจทก์ตลอดแนว หากจำเลยไม่สามารถถมดินและทำกำแพงกันดินให้ใช้ค่าถมดิน 440,000 บาท ค่าทำกำแพงกันดิน 520,000 บาทรวมเป็นเงิน 960,000 บาท แก่โจทก์ กับให้ใช้ค่าเสียหายเป็นค่าเช่าบ้านเดือนละ4,000 บาท นับแต่เดือนตุลาคม 2543 จนถึงเดือนธันวาคม 2544 ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 20,000 บาท

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณปี 2534 จำเลยได้ขุดที่ดินทำบ่อปลาเข้ามาในเขตที่ดินโฉนดเลขที่ 171986 ของโจทก์ และจำเลยได้ให้คำมั่นสัญญาแก่โจทก์ว่าโจทก์จะปลูกสร้างบ้านในที่ดินของโจทก์เมื่อใด จำเลยจะถมดินที่ขุดเป็นบ่อปลาให้กลับคืนดังเดิม ในชั้นพิจารณาโจทก์เบิกความว่า เมื่อประมาณปี 2534 จำเลยได้ขุดดินเข้ามาในที่ดินแปลงดังกล่าวของโจทก์ ก่อนขุดดินจำเลยบอกโจทก์ว่าขุดดินเข้ามาในที่ดินของโจทก์เพื่อทำบ่อตกปลาและจะทำร้านอาหารเพื่อบริการแก่ลูกค้าที่มาตกปลา โดยจำเลยตกลงว่าหากโจทก์จะทำประโยชน์หรือปลูกสร้างบ้านในที่ดินของโจทก์เมื่อใด จำเลยจะถมที่ดินของโจทก์ให้เป็นดังเดิม ตามคำฟ้องและคำเบิกความของโจทก์ดังกล่าวมีความหมายว่าก่อนที่จำเลยจะขุดดินในที่ดินของโจทก์เพื่อทำบ่อปลานั้น โจทก์และจำเลยได้ตกลงกันแล้วว่าโจทก์ยอมให้จำเลยใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ทำบ่อปลา หากโจทก์ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์เมื่อใด จำเลยจะถมที่ดินให้แก่โจทก์ ดังนั้น ปัญหาว่าก่อนปี 2534 มีบ่อปลาในที่ดินของโจทก์อยู่แล้วหรือไม่จึงเป็นประเด็นสำคัญ เนื่องจากต้องนำมาประกอบการพิจารณาว่าจำเลยได้ตกลงกับโจทก์ดังที่โจทก์กล่าวอ้างหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าบ่อปลาในที่ดินของโจทก์มีมาตั้งแต่ก่อนปี 2534 ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าก่อนจำเลยขุดดินในที่ดินของโจทก์เมื่อปี 2534 จำเลยได้ตกลงกับโจทก์ก่อนแล้วว่าจะถมที่ดินให้โจทก์เมื่อโจทก์ต้องการใช้ประโยชน์ในที่ดินของโจทก์ จึงรับฟังไม่ได้เนื่องจากโจทก์สืบไม่สมฟ้อง ฎีกาข้ออื่นของโจทก์และคำแก้ฎีกาของจำเลยที่ว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลเห็นควรให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1762/2543
primary_red_case_no
พ883/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000537.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.760/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552