คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6736/2552 ฉบับเต็ม

#496764
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6736/2552 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน โจทก์ นายภูธรหรือทร พรหมฤทธิ์ จำเลย ป.อ. มาตรา 95, มาตรา 371 ป.วิ.อ. มาตรา 185, มาตรา 193, มาตรา 193 ทวิ, มาตรา 195, มาตรา 225 ความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรตาม ป.อ. มาตรา 371 มีโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท จึงมีกำหนดอายุความหนึ่งปี ตาม ป.อ. มาตรา 95 (5) แต่โจทก์ได้ตัวจำเลยมายังศาลโดยยื่นฟ้องเกินกำหนด 1 ปี นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ ชอบที่ศาลจะยกฟ้องเสียตาม ป.วิ.อ. มาตรา 185 แม้ความผิดฐานนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษปรับจำเลย 100 บาท ต้องห้ามมิให้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ กับปรากฏในอุทธรณ์ว่า จำเลยมิได้ระบุข้อเท็จจริงโดยย่อหรือข้อกฎหมายเกี่ยวกับความผิดตามกฎหมายข้างต้นยกขึ้นอ้างอิงเป็นลำดับว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดเพราะเหตุใด อันเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 193 วรรคสอง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับวินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ จึงเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบ แต่เมื่อคดีขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาและเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277 วรรคแรก, 309 วรรคแรก วรรคสอง, 371 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก, 309 วรรคแรก วรรคสอง (ที่ถูก วรรคสอง เท่านั้น), 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี และฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ (ที่ถูก ให้ลงโทษฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งเป็นบทหนักที่สุด) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 ปี ฐานพาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรปรับ 100 บาท (ที่ถูกต้องระบุด้วยว่า รวมจำคุก 6 ปี และปรับ 100 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29) คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ เห็นว่า สำหรับความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100 บาท จึงมีกำหนดอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (5) ข้อเท็จจริงได้ความตามคำฟ้องของโจทก์ว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2537 แต่โจทก์ได้ตัวจำเลยมายังศาลโดยยื่นฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2544 ซึ่งเกินกำหนด 1 ปี นับแต่วันกระทำความผิด คดีโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เป็นอันขาดอายุความจึงชอบที่ศาลจะยกฟ้องเสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 แม้ความผิดฐานนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยปรับ 100 บาท ต้องห้ามมิให้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ กับปรากฏในอุทธรณ์ว่า จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น จำเลยมิได้ระบุข้อเท็จจริงโดยย่อหรือข้อกฎหมายเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ยกขึ้นอ้างอิงเป็นลำดับว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดเพราะเหตุใด อันเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับวินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 8 ก็ตาม แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาและเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225... พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์. (พีรพล พิชยวัฒน์-ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว-พิสิฐ ฐิติภัค) ศาลจังหวัดหลังสวน - นายสมศักดิ์ ลักษณะสมบูรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายเขมภณ กิรัตน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
496764
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดหลังสวน",
        "judge": "นายสมศักดิ์ ลักษณะสมบูรณ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายเขมภณ กิรัตน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082000543"
    }
}
date
2552
deka_no
6736/2552
deka_running_no
6736
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "พีรพล พิชยวัฒน์",
    "ชินวิทย์ จินดา แต้มแก้ว",
    "พิสิฐ ฐิติภัค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 95",
            "ม. 371"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 185",
            "ม. 193",
            "ม. 193 ทวิ",
            "ม. 195",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดหลังสวน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายภูธรหรือทร พรหมฤทธิ์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 277 วรรคแรก, 309 วรรคแรก วรรคสอง, 371

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก, 309 วรรคแรก วรรคสอง (ที่ถูก วรรคสอง เท่านั้น), 371 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี และฐานทำให้เสื่อมเสียเสรีภาพเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษ (ที่ถูก ให้ลงโทษฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปีซึ่งเป็นบทหนักที่สุด) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 ปี ฐานพาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรปรับ 100 บาท (ที่ถูกต้องระบุด้วยว่า รวมจำคุก 6 ปี และปรับ 100 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29) คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 หรือไม่ เห็นว่า สำหรับความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100 บาท จึงมีกำหนดอายุความ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (5) ข้อเท็จจริงได้ความตามคำฟ้องของโจทก์ว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2537 แต่โจทก์ได้ตัวจำเลยมายังศาลโดยยื่นฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2544 ซึ่งเกินกำหนด 1 ปี นับแต่วันกระทำความผิด คดีโจทก์ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 เป็นอันขาดอายุความจึงชอบที่ศาลจะยกฟ้องเสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 แม้ความผิดฐานนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยปรับ 100 บาท ต้องห้ามมิให้จำเลยอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ กับปรากฏในอุทธรณ์ว่า จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 มีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น จำเลยมิได้ระบุข้อเท็จจริงโดยย่อหรือข้อกฎหมายเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 ยกขึ้นอ้างอิงเป็นลำดับว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดเพราะเหตุใด อันเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 วรรคสอง การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 รับวินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ภาค 8 ก็ตาม แต่เมื่อคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาและเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225...

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000540.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552