คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8914/2551 ฉบับเต็ม

#497178
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8914/2551 พนักงานอัยกานจังหวัดอ่างทอง โจทก์ บริษัทไมด้าแอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นายวัชระ สอนไว กับพวก จำเลย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 24, มาตรา 25, มาตรา 26 ศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลจังหวัดต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อยสองคนจึงเป็นองค์คณะที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 26 การที่ผู้ร้องไม่มาศาลในวันนัดไต่สวนคำร้องศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาคนเดียวมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบโดยฟังข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 24 (2) และมาตรา 26 เนื่องจากการพิพากษาคดีดังกล่าวมีลักษณะเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวที่จะออกคำสั่งได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีโดยยกคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 ประกอบมาตรา 181 ต้องให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้ถูกต้องเสียก่อน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งเก้าตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 134,160 ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง 24 คัน ซึ่งรวมรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กทธ อ่างทอง 974 ของกลางด้วย ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กทธ อ่างทอง 974 ของกลาง เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2547 นายสมศักดิ์เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไปจากผู้ร้อง ต่อมานายสมศักดิ์ให้บุคคลภายนอกยืมรถจักรยานยนต์ของกลางไป ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้า ขอให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้า ขอให้ยกคำร้อง วันนัดไต่สวนคำร้อง ผู้ร้องไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดีศาลชั้นต้นจึงงดไต่สวนคำร้อง แล้วมีคำสั่งว่าผู้ร้องไม่ได้นำพยานหลักฐานเข้าไต่สวนให้รับฟังได้ตามคำร้อง ขอเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้า ยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสอง โดยอ้างว่าวันนัดไต่สวนคำร้องทนายผู้ร้องประสบอุบัติเหตุและเจ็บป่วยทำให้ไม่สามารถเดินทางไปศาลได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กทธ อ่างทอง 974 ของกลาง เมื่อผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ของกลาง และผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้า แต่โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้า คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้าหรือไม่ คดีนี้ศาลชั้นต้นเป็นศาลจังหวัด การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นมีผู้พิพากษาอย่างน้อยสองคนจึงเป็นองค์คณะที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 26 การที่ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาคนเดียวเป็นองค์คณะมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้าเป็นการไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 24 (2) และมาตรา 26 เนื่องจากการพิพากษาคดีดังกล่าวมีลักษณะเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวที่จะออกคำสั่งได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีโดยยกคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 ประกอบมาตรา 181 ต้องให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้ถูกต้องเสียก่อนปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 224" พิพากษายกคำสั่งให้ยกคำร้องขอคืนของกลาง คำสั่งยกคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ของศาลชั้นต้น และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นมีคำร้องขอคืนของกลางใหม่โดยให้มีผู้พิพากษาครบองค์คณะ (บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย-ธานิศ เกศวพิทักษ์-เฉลิมชัย ตันตยานนท์) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 26 ศาลจังหวัดมีผู้พิพากษา 2 คน เป็นองค์คณะพิพากษาคดีแพ่งหรือคดีอาญาทั้งปวง แต่มาตรา 26 อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 25 ผู้พิพากษาศาลจังหวัดคนเดียวจึงมีอำนาจตามมาตรา 25 ไม่จำเป็นต้องให้ผู้พิพากษา 2 คน เป็นองค์คณะเสมอไป การยื่นคำร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 เป็นสาขาของคดีเดิมที่ศาลมีคำพิพากษาให้ริบของกลาง องค์คณะผู้พิพากษาต้องถือตามคดีเดิม คดีนี้เป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของผู้พิพากษาคนเดียวตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (5) แม้จะเป็นศาลจังหวัดก็ตาม เนื่องจากมาตรา 26 อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 25 ดังกล่าวข้างต้น การที่ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาคนเดียวมีคำสั่งยกคำร้องขอคืนของกลางอันเป็นสาขาของคดีดังกล่าวน่าจะชอบองค์คณะในการมีคำสั่งแล้ว ไพโรจน์ วายุภาพ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
497178
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082006398"
    }
}
date
2551
deka_no
8914/2551
deka_running_no
8914
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "บุญส่ง โพธิ์พุทธชัย",
    "ธานิศ เกศวพิทักษ์",
    "เฉลิมชัย ตันตยานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "law_abbr": "พระธรรมนูญศาลยุติธรรม",
        "sections": [
            "ม. 24",
            "ม. 25",
            "ม. 26"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยกานจังหวัดอ่างทอง"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "บริษัทไมด้าแอสเซ็ท จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวัชระ สอนไว กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งเก้าตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 134,160 ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และริบรถจักรยานยนต์ของกลาง 24 คัน ซึ่งรวมรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กทธ อ่างทอง 974 ของกลางด้วย

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กทธ อ่างทอง 974 ของกลาง เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2547 นายสมศักดิ์เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ของกลางไปจากผู้ร้อง ต่อมานายสมศักดิ์ให้บุคคลภายนอกยืมรถจักรยานยนต์ของกลางไป ผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้า ขอให้คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้า ขอให้ยกคำร้อง

วันนัดไต่สวนคำร้อง ผู้ร้องไม่มาศาลโดยไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอเลื่อนคดีศาลชั้นต้นจึงงดไต่สวนคำร้อง แล้วมีคำสั่งว่าผู้ร้องไม่ได้นำพยานหลักฐานเข้าไต่สวนให้รับฟังได้ตามคำร้อง ขอเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้า ยกคำร้อง

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 วรรคสอง โดยอ้างว่าวันนัดไต่สวนคำร้องทนายผู้ร้องประสบอุบัติเหตุและเจ็บป่วยทำให้ไม่สามารถเดินทางไปศาลได้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งริบรถจักรยานยนต์หมายเลขทะเบียน กทธ อ่างทอง 974 ของกลาง เมื่อผู้ร้องอ้างว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ของกลาง และผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้า แต่โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้า คดีจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้าหรือไม่ คดีนี้ศาลชั้นต้นเป็นศาลจังหวัด การพิจารณาพิพากษาคดีของศาลชั้นต้นมีผู้พิพากษาอย่างน้อยสองคนจึงเป็นองค์คณะที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 26 การที่ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาคนเดียวเป็นองค์คณะมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งเก้าเป็นการไม่ชอบด้วยพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 24 (2) และมาตรา 26 เนื่องจากการพิพากษาคดีดังกล่าวมีลักษณะเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาทแห่งคดีซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของผู้พิพากษาคนเดียวที่จะออกคำสั่งได้ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีโดยยกคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 166 ประกอบมาตรา 181 ต้องให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้ถูกต้องเสียก่อนปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 224"

พิพากษายกคำสั่งให้ยกคำร้องขอคืนของกลาง คำสั่งยกคำร้องขอให้ยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ของศาลชั้นต้น และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้ศาลชั้นต้นมีคำร้องขอคืนของกลางใหม่โดยให้มีผู้พิพากษาครบองค์คณะ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 26 ศาลจังหวัดมีผู้พิพากษา 2 คน เป็นองค์คณะพิพากษาคดีแพ่งหรือคดีอาญาทั้งปวง แต่มาตรา 26 อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 25 ผู้พิพากษาศาลจังหวัดคนเดียวจึงมีอำนาจตามมาตรา 25 ไม่จำเป็นต้องให้ผู้พิพากษา 2 คน เป็นองค์คณะเสมอไป การยื่นคำร้องขอคืนของกลางที่ศาลสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 เป็นสาขาของคดีเดิมที่ศาลมีคำพิพากษาให้ริบของกลาง องค์คณะผู้พิพากษาต้องถือตามคดีเดิม คดีนี้เป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของผู้พิพากษาคนเดียวตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 25 (5) แม้จะเป็นศาลจังหวัดก็ตาม เนื่องจากมาตรา 26 อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 25 ดังกล่าวข้างต้น การที่ศาลชั้นต้นโดยผู้พิพากษาคนเดียวมีคำสั่งยกคำร้องขอคืนของกลางอันเป็นสาขาของคดีดังกล่าวน่าจะชอบองค์คณะในการมีคำสั่งแล้ว ไพโรจน์ วายุภาพ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000591.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551