คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5279/2551 ฉบับเต็ม

#497314
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5279/2551 ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดธนานนท์ซัพพลาย กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่ง, มาตรา 27 วรรคสอง การที่จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยอ้างว่า จำเลยที่ 4 มิได้มีภูมิลำเนาที่แท้จริงอยู่ตามฟ้อง ไม่เคยทราบว่าถูกฟ้อง ไม่เคยแต่งตั้งทนายความเข้ามาในคดีและไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เท่ากับจำเลยที่ 4 อ้างว่าการส่งหมายและกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ เป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ดังนั้น หากศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดและข้อเท็จจริงได้ความตามคำร้องกระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินมาจนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ย่อมถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาไปโดยหลงผิด จำเลยที่ 4 ชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ศาลชั้นต้นจึงต้องรับคำร้องของจำเลยที่ 4 ไว้ไต่สวนแล้วมีคำสั่งตามรูปคดีต่อไป ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งห้าชำระเงินจำนวน 1,189,481.09 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,024,380.47 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งห้ายอมผ่อนชำระให้แก่โจทก์ ณ สำนักงานของโจทก์เป็นรายเดือนภายในวันสิ้นสุดของทุกๆ เดือนติดต่อกันไปไม่น้อยกว่าเดือนละ 16,000 บาท โดยเริ่มผ่อนชำระตั้งแต่เดือนตุลาคม 2545 เป็นต้นไป และจะชำระหนี้ทั้งหมดให้เป็นการเสร็จสิ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งห้ายอมชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลไม่สั่งคืนกับค่าทนายความจำนวน 6,000 บาท ให้แก่โจทก์ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2545 โดยนำไปชำระ ณ สำนักงานของโจทก์หากจำเลยทั้งห้าผิดนัดไม่ชำระหนี้ข้อใดข้อหนึ่งหรือเดือนใดเดือนหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด จำเลยทั้งห้ายอมให้โจทก์ยึดทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยทั้งห้าออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจกท์จนครบถ้วน ต่อมาจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 4 มิได้มีภูมิลำเนาที่แท้จริงอยู่ตามฟ้อง ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จำเลยที่ 4 ไปพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อประกอบอาชีพ จำเลยที่ 4 ไม่เคยทราบว่าถูกฟ้อง แต่ปรากฏว่า มีชื่อจำเลยที่ 4 เป็นผู้แต่งทนายความและยื่นคำให้การต่อสู้คดี ความจริงจำเลยที่ 4 ไม่เคยแต่งตั้งทนายความเข้ามาในคดีและไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ยื่นคำให้การต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีการพิจารณาไปฝ่ายเดียว จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 4 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ว่าจำเลยที่ 4 มีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอ้างว่า จำเลยที่ 4 มิได้มีภูมิลำเนาที่แท้จริงอยู่ตามฟ้องในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จำเลยที่ 4 ไปพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานครเพื่อประกอบอาชีพ จำเลยที่ 4 ไม่เคยทราบว่าถูกฟ้อง แต่ปรากฏว่ามีชื่อจำเลยที่ 4 เป็นผู้แต่งทนายความและยื่นคำให้การต่อสู้คดี จำเลยที่ 4 ไม่เคยแต่งตั้งทนายความเข้ามาในคดีและไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ยื่นคำให้การต่อสู้คดี ตามคำร้องดังกล่าวเท่ากับจำเลยที่ 4 กล่าวอ้างว่า การส่งหมายให้แก่จำเลยที่ 4 และกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกระทำโดยมิชอบและถือเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ดังนั้น หากศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้ว ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดและได้ความตามคำร้องว่า ขณะถูกฟ้องจำเลยที่ 4 ไปพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานครและจำเลยที่ 4 ไม่ได้แต่งตั้งทนายความเข้ามาในคดี กระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินมาในส่วนของจำเลยที่ 4 ย่อมไม่ชอบแต่ต้นกระบวนพิจารณาต่อ ๆ มาจนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นก็ย่อมไม่ชอบไปด้วย เพราะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยหลงผิด จำเลยที่ 4 จึงชอบที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการพิจารณาที่ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการไปนั้นเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะรับคำร้องของจำเลยที่ 4 ไว้พิจารณาและทำการไต่สวนสั่งการไปตามรูปคดี การที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 4 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 4 ฟังขึ้น" พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของจำเลยที่ 4 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 และดำเนินการไต่สวนแล้วมีคำสั่งต่อไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์-รัตน กองแก้ว-ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
497314
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082008902"
    }
}
date
2551
deka_no
5279/2551
deka_running_no
5279
deka_year
2551
department
แผนก
judges
[
    "สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์",
    "รัตน กองแก้ว",
    "ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 27 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 27 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ห้างหุ้นส่วนจำกัดธนานนท์ซัพพลาย กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมให้จำเลยทั้งห้าชำระเงินจำนวน 1,189,481.09 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 1,024,380.47 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งห้ายอมผ่อนชำระให้แก่โจทก์ ณ สำนักงานของโจทก์เป็นรายเดือนภายในวันสิ้นสุดของทุกๆ เดือนติดต่อกันไปไม่น้อยกว่าเดือนละ 16,000 บาท โดยเริ่มผ่อนชำระตั้งแต่เดือนตุลาคม 2545 เป็นต้นไป และจะชำระหนี้ทั้งหมดให้เป็นการเสร็จสิ้นภายใน 12 เดือน นับแต่วันที่ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยทั้งห้ายอมชำระค่าฤชาธรรมเนียมที่ศาลไม่สั่งคืนกับค่าทนายความจำนวน 6,000 บาท ให้แก่โจทก์ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2545 โดยนำไปชำระ ณ สำนักงานของโจทก์หากจำเลยทั้งห้าผิดนัดไม่ชำระหนี้ข้อใดข้อหนึ่งหรือเดือนใดเดือนหนึ่งให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด จำเลยทั้งห้ายอมให้โจทก์ยึดทรัพย์สินอื่น ๆ ของจำเลยทั้งห้าออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจกท์จนครบถ้วน

ต่อมาจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 4 มิได้มีภูมิลำเนาที่แท้จริงอยู่ตามฟ้อง ในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จำเลยที่ 4 ไปพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อประกอบอาชีพ จำเลยที่ 4 ไม่เคยทราบว่าถูกฟ้อง แต่ปรากฏว่า มีชื่อจำเลยที่ 4 เป็นผู้แต่งทนายความและยื่นคำให้การต่อสู้คดี ความจริงจำเลยที่ 4 ไม่เคยแต่งตั้งทนายความเข้ามาในคดีและไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ยื่นคำให้การต่อสู้คดี

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า กรณีไม่มีการพิจารณาไปฝ่ายเดียว จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยที่ 4 อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 4 ว่าจำเลยที่ 4 มีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้ จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอ้างว่า จำเลยที่ 4 มิได้มีภูมิลำเนาที่แท้จริงอยู่ตามฟ้องในขณะที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จำเลยที่ 4 ไปพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานครเพื่อประกอบอาชีพ จำเลยที่ 4 ไม่เคยทราบว่าถูกฟ้อง แต่ปรากฏว่ามีชื่อจำเลยที่ 4 เป็นผู้แต่งทนายความและยื่นคำให้การต่อสู้คดี จำเลยที่ 4 ไม่เคยแต่งตั้งทนายความเข้ามาในคดีและไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงขอให้พิจารณาคดีใหม่โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ยื่นคำให้การต่อสู้คดี ตามคำร้องดังกล่าวเท่ากับจำเลยที่ 4 กล่าวอ้างว่า การส่งหมายให้แก่จำเลยที่ 4 และกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกระทำโดยมิชอบและถือเป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ดังนั้น หากศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้ว ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดและได้ความตามคำร้องว่า ขณะถูกฟ้องจำเลยที่ 4 ไปพักอาศัยอยู่ที่กรุงเทพมหานครและจำเลยที่ 4 ไม่ได้แต่งตั้งทนายความเข้ามาในคดี กระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นดำเนินมาในส่วนของจำเลยที่ 4 ย่อมไม่ชอบแต่ต้นกระบวนพิจารณาต่อ ๆ มาจนกระทั่งศาลชั้นต้นพิพากษาคดีไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นก็ย่อมไม่ชอบไปด้วย เพราะเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาโดยหลงผิด จำเลยที่ 4 จึงชอบที่จะยื่นคำร้องขอต่อศาลชั้นต้นให้เพิกถอนการพิจารณาที่ศาลชั้นต้นได้ดำเนินการไปนั้นเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ศาลชั้นต้นจึงชอบที่จะรับคำร้องของจำเลยที่ 4 ไว้พิจารณาและทำการไต่สวนสั่งการไปตามรูปคดี การที่ศาลล่างทั้งสองมีคำสั่งยกคำร้องของจำเลยที่ 4 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 4 ฟังขึ้น"

พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องของจำเลยที่ 4 ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2548 และดำเนินการไต่สวนแล้วมีคำสั่งต่อไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000613.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2551