คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6711 -ที่ 6712/2552 ฉบับเต็ม

#497419
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6711 - 6712/2552 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง โจทก์ นายเอกหรือสุนทร พยาบาล กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 288, มาตรา 289 (4), มาตรา 80 จำเลยทั้งสองทำร้ายผู้เสียหายในขณะนั่งอยู่ในร้านที่เกิดเหตุแล้วตามมาทำร้ายผู้เสียหายที่หน้าร้านโดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสองมาก่อน ทั้งจำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายสืบเนื่องมาจากผู้เสียหายพูดกับจำเลยที่ 1 ในทำนองว่า อย่ามองหน้าเดี๋ยวจะมีปัญหาซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในร้านที่เกิดเหตุ ดังนี้ การที่จำเลยทั้งสองเข้าทำร้ายผู้เสียหายจึงมิใช่เป็นการตระเตรียมการมาก่อน แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้กระทำต่อผู้เสียหายในทันทีทันใดแต่เมื่อผู้เสียหายเผลอ จำเลยที่ 1 จึงเข้าเตะที่ต้นคอด้านหลัง ส่วนจำเลยที่ 2 ใช้มีดดาบฟันผู้เสียหายอันเป็นการกระทำหลังจากผู้เสียหายต่อว่าจำเลยที่ 1 ในเวลาต่อเนื่องกันยังไม่ขาดตอน ยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ___________________________ คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่าโจทก์ เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 2 โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 289 และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2176/2546 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพข้อหาพยายามฆ่า แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 80 ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้จำคุกตลอดชีวิต คำให้การในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนกับทางนำสืบของจำเลยที่ 1 และคำให้การรับสารภาพกับทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม และจำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี นับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2176/2546 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 12 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันพยายามฆ่านายโชคดี คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของพยานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองทำร้ายผู้เสียหายในขณะนั่งอยู่ในร้านที่เกิดเหตุแล้วตามมาทำร้ายผู้เสียหายที่หน้าร้านโดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสองมาก่อน และได้ความจากคำเบิกความกับคำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาว่า ขณะจำเลยที่ 1 อยู่ในร้านที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายพูดกับจำเลยที่ 1 ในทำนองว่า อย่ามองหน้า เดี๋ยวจะมีปัญหา จึงมีเหตุน่าเชื่อว่าที่จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายสืบเนื่องมาจากสาเหตุดังกล่าวซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในร้านที่เกิดเหตุนั้นเอง การที่จำเลยทั้งสองเข้าทำร้ายผู้เสียหายจึงมิใช่เป็นการตระเตรียมการมาก่อน แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้กระทำต่อผู้เสียหายในทันทีทันใดแต่เมื่อผู้เสียหายเผลอ จำเลยที่ 1 จึงเข้าเตะที่ต้นคอด้านหลัง ส่วนจำเลยที่ 2 ใช้มีดดาบฟันผู้เสียหายอันเป็นการกระทำหลังจากผู้เสียหายต่อว่าจำเลยที่ 1 ในเวลาต่อเนื่องกันยังไม่ขาดตอน พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. (พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา-พิทยา บุญชู-สิทธิชัย พรหมศร) ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายสุทธิพงษ์ วัชรินทร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ2191/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1782/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ974/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
497419
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดทุ่งสง",
        "judge": "นายสุทธิพงษ์ วัชรินทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082000545"
    }
}
date
2552
deka_no
6712/2552
deka_running_no
6712
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "พิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา",
    "พิทยา บุญชู",
    "สิทธิชัย พรหมศร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 288",
            "ม. 289 (4)",
            "ม. 80"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเอกหรือสุนทร พยาบาล กับพวก"
    }
]
long_text
คดีทั้งสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกโจทก์ทั้งสองสำนวนว่าโจทก์ เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่าจำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่าจำเลยที่ 2

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 288, 289 และนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2176/2546 ของศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพข้อหาพยายามฆ่า แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4), 80 ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้จำคุกตลอดชีวิต คำให้การในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนกับทางนำสืบของจำเลยที่ 1 และคำให้การรับสารภาพกับทางนำสืบของจำเลยที่ 2 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม และจำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 53 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 33 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 25 ปี นับโทษจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 2176/2546 ของศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ประกอบด้วยมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 12 ปี ลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสาม จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 8 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันพยายามฆ่านายโชคดี คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการไตร่ตรองไว้ก่อนหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของพยานโจทก์ฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองทำร้ายผู้เสียหายในขณะนั่งอยู่ในร้านที่เกิดเหตุแล้วตามมาทำร้ายผู้เสียหายที่หน้าร้านโดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายเคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสองมาก่อน และได้ความจากคำเบิกความกับคำให้การของจำเลยที่ 1 ในชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาว่า ขณะจำเลยที่ 1 อยู่ในร้านที่เกิดเหตุ ผู้เสียหายพูดกับจำเลยที่ 1 ในทำนองว่า อย่ามองหน้า เดี๋ยวจะมีปัญหา จึงมีเหตุน่าเชื่อว่าที่จำเลยทั้งสองร่วมกันทำร้ายผู้เสียหายสืบเนื่องมาจากสาเหตุดังกล่าวซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในร้านที่เกิดเหตุนั้นเอง การที่จำเลยทั้งสองเข้าทำร้ายผู้เสียหายจึงมิใช่เป็นการตระเตรียมการมาก่อน แม้จำเลยทั้งสองจะไม่ได้กระทำต่อผู้เสียหายในทันทีทันใดแต่เมื่อผู้เสียหายเผลอ จำเลยที่ 1 จึงเข้าเตะที่ต้นคอด้านหลัง ส่วนจำเลยที่ 2 ใช้มีดดาบฟันผู้เสียหายอันเป็นการกระทำหลังจากผู้เสียหายต่อว่าจำเลยที่ 1 ในเวลาต่อเนื่องกันยังไม่ขาดตอน พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่พอฟังว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันพยายามฆ่าผู้เสียหายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษานั้นต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน.
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1782/2546
primary_red_case_no
อ974/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000540.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ2191/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6711 -
year
2552