คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2552 ฉบับเต็ม

#497425
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 794/2552 นางดวงใจ ดังศิริแสงทอง โดยนายมนตรี ดังศิริแสงทอง ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก โจทก์ นายวรยุทธ อังศุสิงห์ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง คดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกอันอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้และไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้รวมอยู่ด้วยกันนั้น ในชั้นฎีกาจำเลยฎีกาเฉพาะค่าเสียหายว่าโจทก์ทั้งสี่ไม่ได้เสียหายตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาซึ่งเป็นค่าเสียหายที่โจทก์ทั้งสี่จะมีสิทธิเรียกได้ไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดิน โฉนดเลขที่ 33337 และ 5660 ตำบลกุ่มหัก อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ที่คัดค้านไว้ต่อเจ้าหน้าที่รังวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรี สาขาหนองแค เมื่อวันที่ 7 และ 8 เมษายน 2542 ตามลำดับ และให้จำเลยยินยอมให้โจทก์ทั้งสี่รังวัดสอบเขตที่ดินทั้งสองแปลงตามแนวเขตที่ดินโจทก์ทั้งสี่ครอบครองและมีกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง และได้นำชี้แนวเขต ให้จำเลยยอมให้เจ้าหน้าที่รังวัดย้ายหลักเขตที่ดิน หมายเลข 0708 กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม หากจำเลยเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสี่วันละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดตรวจสอบเขตที่ดิน โฉนดเลขที่ 33337 และ 5660 ที่ได้คัดค้านไว้ต่อเจ้าหน้าที่รังวัด ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรี สาขาหนองแค เมื่อวันที่ 7 และ 8 เมษายน 2542 ตามลำดับ หากจำเลยเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า และให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 9 สิงหาคม 2542) จนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา (วันที่ 30 ตุลาคม 2546) แก่โจทก์ทั้งสี่ ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ 3,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เห็นควรให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรม นายมนตรี ทายาทของโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสี่กับให้จำเลยยินยอมให้เจ้าหน้าที่รังวัดย้ายหลักเขตที่รุกล้ำมาในที่ดินโจทก์ทั้งสี่ให้กลับไปอยู่ตำแหน่งเดิม และเรียกค่าเสียหายให้จำเลยชำระให้แก่โจทก์ทั้งสี่วันละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดโดยไม่กำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสี่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 9 สิงหาคม 2542) จนถึงวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา (วันที่ 30 ตุลาคม 2546) แก่โจทก์ทั้งสี่ ปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะประเด็นเรื่องค่าเสียหายที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทั้งสี่ไม่ได้เสียหายตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อจำนวนทุนทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นค่าเสียหายที่จำเลยจะต้องชำระแก่โจทก์ทั้งสี่ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมานั้นต้องห้ามด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ณรงค์ ธนะปกรณ์-พันวะสา บัวทอง-สุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา) ศาลจังหวัดสระบุรี - นายสมภาศ ทองหวาน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1878/2548 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1866/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1891/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
497425
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสระบุรี",
        "judge": "นายสมภาศ ทองหวาน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายวีระศักดิ์ เสรีเศวตรัตน์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082004807"
    }
}
date
2552
deka_no
794/2552
deka_running_no
794
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "ณรงค์ ธนะปกรณ์",
    "พันวะสา บัวทอง",
    "สุรศักดิ์ กิตติพงษ์พัฒนา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 248 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "นางดวงใจ ดังศิริแสงทอง โดยนายมนตรี ดังศิริแสงทอง"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวรยุทธ อังศุสิงห์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดิน โฉนดเลขที่ 33337 และ 5660 ตำบลกุ่มหัก อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ที่คัดค้านไว้ต่อเจ้าหน้าที่รังวัด สำนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรี สาขาหนองแค เมื่อวันที่ 7 และ 8 เมษายน 2542 ตามลำดับ และให้จำเลยยินยอมให้โจทก์ทั้งสี่รังวัดสอบเขตที่ดินทั้งสองแปลงตามแนวเขตที่ดินโจทก์ทั้งสี่ครอบครองและมีกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง และได้นำชี้แนวเขต ให้จำเลยยอมให้เจ้าหน้าที่รังวัดย้ายหลักเขตที่ดิน หมายเลข 0708 กลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิม หากจำเลยเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสี่วันละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสี่

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดตรวจสอบเขตที่ดิน โฉนดเลขที่ 33337 และ 5660 ที่ได้คัดค้านไว้ต่อเจ้าหน้าที่รังวัด ณ สำนักงานที่ดินจังหวัดสระบุรี สาขาหนองแค เมื่อวันที่ 7 และ 8 เมษายน 2542 ตามลำดับ หากจำเลยเพิกเฉยให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า และให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 9 สิงหาคม 2542) จนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา (วันที่ 30 ตุลาคม 2546) แก่โจทก์ทั้งสี่ ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ 3,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เห็นควรให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ระหว่างพิจารณา โจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรม นายมนตรี ทายาทของโจทก์ที่ 1 ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน ศาลฎีกาอนุญาต

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสี่ฟ้องขอให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสี่กับให้จำเลยยินยอมให้เจ้าหน้าที่รังวัดย้ายหลักเขตที่รุกล้ำมาในที่ดินโจทก์ทั้งสี่ให้กลับไปอยู่ตำแหน่งเดิม และเรียกค่าเสียหายให้จำเลยชำระให้แก่โจทก์ทั้งสี่วันละ 500 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์ทั้งสี่ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเพิกถอนคำคัดค้านการรังวัดโดยไม่กำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ทั้งสี่ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 9 สิงหาคม 2542) จนถึงวันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา (วันที่ 30 ตุลาคม 2546) แก่โจทก์ทั้งสี่ ปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะประเด็นเรื่องค่าเสียหายที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทั้งสี่ไม่ได้เสียหายตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง เมื่อจำนวนทุนทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นค่าเสียหายที่จำเลยจะต้องชำระแก่โจทก์ทั้งสี่ในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยมานั้นต้องห้ามด้วยบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลย ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1866/2542
primary_red_case_no
พ1891/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000577.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1878/2548
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552