คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8281/2552 ฉบับเต็ม

#497445
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8281/2552 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายอธิปหรือเบียร์ ปุยะติ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158, มาตรา 192, มาตรา 195, มาตรา 225 ป.อ. มาตรา 339 รายการในฟ้องส่วนที่เป็นคำขอท้ายฟ้องตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (6) ระบุแต่เพียงให้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดเท่านั้น หาได้บังคับว่าต้องระบุวรรคมาด้วยไม่ ดังนั้น แม้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน ขอให้ลงโทษตาม ป.อ. มาตรา 339 โดยไม่ได้ระบุวรรคมาด้วย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ดังฟ้อง ศาลย่อมพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ได้ มิได้เป็นการพิพากษาเกินคำขอ ปัญหาดังกล่าวแม้เป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น แต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ให้คืนเงิน 1,900 บาท แก่ผู้เสียหาย และนับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 484/2550 ของศาลจังหวัดมีนบุรี จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 484/2550 ของศาลจังหวัดมีนบุรี คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า เมื่อในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นวรรคไหน แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะลงโทษจำเลยตามมาตรา 339 วรรคแรกเท่านั้น การลงโทษจำเลยตามมาตรา 339 วรรคสอง จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง เห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อนี้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นแต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 สำหรับปัญหาที่จำเลยฎีกา เห็นว่า รายการในฟ้องส่วนที่เป็นคำขอท้ายฟ้องนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (6) ระบุแต่เพียงให้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดเท่านั้น หาได้บังคับว่าจะต้องระบุว่าวรรคใดด้วยไม่ เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยชิงทรัพย์ผู้เสียหายในเวลากลางคืน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง และข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตรงตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตามนั้น มิได้เป็นการพิพากษาเกินคำขอดังที่จำเลยฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (พิทักษ์ คงจันทร์-ตรีวุฒิ สาขากร-เฉลียว พลวิเศษ) ศาลอาญา - นางประทุมพร กำเหนิดฤทธิ์ ศาลอุทธรณ์ - นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4758/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
497445
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นางประทุมพร กำเหนิดฤทธิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายบุญไชย ธนาพันธ์สิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081999873"
    }
}
date
2552
deka_no
8281/2552
deka_running_no
8281
deka_year
2552
department
แผนก
judges
[
    "พิทักษ์ คงจันทร์",
    "ตรีวุฒิ สาขากร",
    "เฉลียว พลวิเศษ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158",
            "ม. 192",
            "ม. 195",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 339"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอธิปหรือเบียร์ ปุยะติ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ให้คืนเงิน 1,900 บาท แก่ผู้เสียหาย และนับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 484/2550 ของศาลจังหวัดมีนบุรี

จำเลยให้การรับสารภาพและรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 5 ปี นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 484/2550 ของศาลจังหวัดมีนบุรี คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า เมื่อในคำขอท้ายฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นวรรคไหน แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะลงโทษจำเลยตามมาตรา 339 วรรคแรกเท่านั้น การลงโทษจำเลยตามมาตรา 339 วรรคสอง จึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคหนึ่ง เห็นว่า ฎีกาของจำเลยข้อนี้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วแต่ในศาลชั้นต้นแต่ก็เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 สำหรับปัญหาที่จำเลยฎีกา เห็นว่า รายการในฟ้องส่วนที่เป็นคำขอท้ายฟ้องนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (6) ระบุแต่เพียงให้อ้างมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดเท่านั้น หาได้บังคับว่าจะต้องระบุว่าวรรคใดด้วยไม่ เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยชิงทรัพย์ผู้เสียหายในเวลากลางคืน อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง และข้อเท็จจริงฟังได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตรงตามที่โจทก์บรรยายฟ้อง ศาลก็ชอบที่จะพิพากษาลงโทษจำเลยได้ตามนั้น มิได้เป็นการพิพากษาเกินคำขอดังที่จำเลยฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000534.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4758/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2552